โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตา Bitcoin ไตรมาส 2 หลังสงครามสัญญาณเงินไหลกลับ ผลตอบแทนชนะทอง-S&P500 ลุ้น Fed คนใหม่หนุนนโยบาย

Thairath Money

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

Bitazza Thailand คาดการณ์ บิตคอยน์ (Bitcoin) ในไตรมาสที่ 2 มีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากช่วงสงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา นักลงทุนมองเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ทำให้บิตคอยน์สามารถสร้างผลตอบแทนได้เหนือกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ และทองคำ พร้อมกันนี้ ยังต้องติดตามการเข้ามารับตำแหน่งของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ในเดือนพฤษภาคมนี้ ตลอดจนความคืบหน้าของกฎหมายคริปโตฯ และกระแสการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีด้วยเช่นกัน

ธนวัต สุตันติวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บิทาซซ่า จำกัด ระบุถึงแนวโน้มของตลาดคริปโตเคอเรนซีในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ หลังจากบิตคอยน์ให้ผลตอบแทนติดลบติดต่อกันถึง 5 เดือน ล่าสุดสามารถแตะระดับ 76,000 ดอลลาร์สหรัฐได้แล้ว โดยปัจจัยหนุนหลัก ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ประกอบไปด้วย

  • นักลงทุนทั่วโลกยังมองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากสงครามในแถบตะวันออกกลาง และหากนับตั้งแต่เปิดการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บิตคอยน์ยังให้ผลตอบแทนในระดับ 12% ขณะที่ดัชนี S&P500 ให้ผลตอบแทนที่ 2% ส่วนทองคำนั้นติดลบไป -9% ทั้งนี้ หากการเจรจาสงบศึกเป็นไปในทางบวก ก็ยังมีแนวโน้มช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงได้อีกด้วย

  • แรงซื้อกลับเข้ามาในบิตคอยน์ผ่าน ETF หลังนักลงทุนเทขายสินทรัพย์อย่างทองคำในช่วงทำนิวไฮก่อนหน้านี้ไป และหันมาลงทุนในบิตคอยน์ที่ราคาอยู่ในระดับน่าสนใจกว่า นอกจากนี้ สองยักษ์ใหญ่อย่าง Goldman Sachs และ Morgan Stanley หันมาเปิดตัว Bitcoin ETF เอง ประกอบกับราคาบิตคอยน์ร่วงมาแล้ว 5 เดือนติดต่อกัน จึงมีโอกาสน้อยมากที่ราคาจะติดลบนานกว่านี้ แม้ในช่วงภาวะตลาดซบเซาจึงสามารถคาดหวังได้กับการฟื้นตัวของราคาหลังจากนี้

ส่วนปัจจัยที่ยังคงต้องจับตากันต่อในไตรมาสที่ 2 นั้น ประกอบไปด้วย

  • การเข้ามารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ของ Kevin Warsh ในเดือนพฤษภาคมนี้ ที่ถึงแม้ว่าทัศนคติของ Warsh เองจะเป็นเชิงบวกต่อโลกคริปโตฯ แต่หากแนวโน้มนโยบายการเงินนั้นยังดำเนินไปอย่างเคร่งครัด ไม่มีการลดดอกเบี้ย ตลาดก็ยังคงกังวลต่อ แต่หากรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการและให้ความเห็นว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ก็จะเป็นผลบวกต่อบิตคอยน์

  • ติดตามความคืบหน้าของกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแลตลาดคริปโตฯ ให้เป็นระบบเช่นเดียวกับตลาดการเงินดั้งเดิม ซึ่งหากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ความเชื่อมั่นต่อตลาดคริปโตฯ ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย และจะมีเงินไหลเข้ามาในตลาดเพิ่มอีก

  • ติดตามการ IPO เข้าตลาดหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง SpaceX, OpenAI และ Anthropic ซึ่งอาจมีสภาพคล่องบางส่วนถูกดึงออกจากตลาดไปลงทุนใน 3 บริษัทนี้ แต่เป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดกระแสลงทุนในสินทรัพย์ด้านเทคโนโลยีขึ้น รวมถึงบิตคอยน์ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ล่าสุดดัชนี S&P500 และ Nasdaq กลับมาสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้สำเร็จจะเป็นปัจจัยบวกช่วยหนุนตลาดคริปโตฯ ไปได้ต่อ

“ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา คือ สงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความผันผวนต่อเนื่อง แม้ว่าทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านจะเจรจาสงบศึกได้ แต่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกจะยังคงทำให้ตลาดการเงินมีความผันแปรอยู่ตลอดเวลา นักลงทุนจึงต้องมีวินัยการลงทุนที่เคร่งครัดและบริหารความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนอย่างสม่ำเสมอ” ธนวัต สุตันติวรคุณ กล่าว

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับตา Bitcoin ไตรมาส 2 หลังสงครามสัญญาณเงินไหลกลับ ผลตอบแทนชนะทอง-S&P500 ลุ้น Fed คนใหม่หนุนนโยบาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...