โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อยู่บ้านจำเป็นต้อง "ทาครีมกันแดด" หรือไม่? แพทย์ผิวหนังเฉลย คนเข้าใจผิดกันเยอะ

sanook.com

เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
แพทย์ผิวหนังเฉลย อยู่บ้าน อยู่แต่ในที่ร่ม ไม่ออกไปตากแดดเลย จำเป็นต้อง

ไขข้อสงสัย อยู่ในบ้านต้องทา "ครีมกันแดด" ไหม? พร้อมคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนัง

เรามักจะได้ยินคำแนะนำซ้ำๆ ว่าควรทาครีมกันแดดทุกวันไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก แต่หลายคนยังคงสงสัยว่าหากใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในอาคารหรือในช่วงที่แสงแดดไม่จัด การทาครีมกันแดดยังจำเป็นอยู่หรือไม่ เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังได้ออกมาให้คำตอบในเรื่องนี้พร้อมเหตุผลที่น่าสนใจ

ทำไมต้องทาครีมกันแดดแม้จะอยู่แต่ในบ้าน

พญ. เทรซี่ อีแวนส์ (Tracy Evans) อายุรแพทย์โรคผิวหนังและผู้อำนวยการทางการแพทย์จาก Pacific Skin and Cosmetic Dermatology อธิบายให้คนไข้เห็นภาพง่ายๆ ว่า "ขนาดต้นไม้ยังเติบโตในบ้านได้ นั่นหมายความว่าแสงสว่างที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามานั้นมีเพียงพอที่จะทำให้พืชโตได้ ผิวของเราก็เช่นกัน"

นพ. อีแวนส์ แนะนำว่าควรทาครีมกันแดดทุกวันไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกอาคาร เพราะในความเป็นจริงเรามักจะต้องเดินออกไปนอกบ้านชั่วคราวเพื่อทำธุระเล็กน้อย เช่น เดินไปรับจดหมาย หรือออกไปซื้อกาแฟ ซึ่งการทาจนเป็นนิสัยจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกลุ่มเรตินอยด์ ยารักษาสิว หรือกรดผลไม้ผลัดเซลล์ผิว ผิวจะมีความไวต่อแสงแดดมากขึ้น การทา SPF แม้อยู่ในบ้านจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย

กระจกหน้าต่างป้องกันรังสีจากแสงแดดได้จริงหรือ?

พญ. เซนิยา โคเบตส์ (Kseniya Kobets) ผู้อำนวยการด้านความงามจาก Montefiore Einstein Advanced Care เน้นย้ำว่ารังสี UVA สามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาได้

"กระจกมาตรฐานทั่วไปสามารถบล็อกรังสี UVB ได้เกือบทั้งหมด แต่ยังยอมให้รังสี UVA ในปริมาณที่มีนัยสำคัญผ่านเข้ามาได้ ซึ่งรังสีชนิดนี้เป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย (Photoaging) และปัญหาจุดด่างดำ" พญ. โคเบตส์ กล่าวเสริมว่าเรื่องนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่เป็นฝ้า (Melasma) หรือมีภาวะไฮเปอร์พิกเมนเตชั่น เพราะแม้แต่แสงในระดับต่ำก็อาจทำให้รอยดำเข้มขึ้นได้

วันที่ไม่มีแดดจำเป็นต้องทาครีมกันแดดหรือไม่?

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญคือ "จำเป็น" แม้ในฤดูฝนที่แดดดูไม่แรง แต่รังสี UVA ยังคงมีอยู่ตลอดทั้งปี นอกจากนี้พื้นผิวที่สะท้อนแสงได้ดี เช่น หิมะ ทราย หรือน้ำ สามารถเพิ่มการได้รับรังสี UV ให้สูงขึ้นได้โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นการใช้ครีมกันแดดจึงควรทำเป็นประจำในทุกสภาพอากาศ

วิธีเลือกครีมกันแดดสำหรับใช้ทุกวัน

ในการเลือกซื้อครีมกันแดด ผู้เชี่ยวชาญมีข้อแนะนำดังนี้:

  • เลือก SPF 30 ขึ้นไป: เป็นระดับพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับการป้องกันในชีวิตประจำวัน

  • ทำความรู้จักประเภทของกันแดด:

  • Physical Sunscreen (Mineral): มีส่วนผสมของ Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide ทำหน้าที่สะท้อนแสงออกจากผิว เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย

    • Chemical Sunscreen: ทำปฏิกิริยากับแสงเพื่อป้องกันการเผาไหม้ของผิว
  • อย่าลืมทาจุดสำคัญ: บริเวณที่คนมักลืมทาคือ ใบหู, หลังคอ, หลังมือ และหลังเท้า ซึ่งเป็นจุดที่พบมะเร็งผิวหนังได้บ่อย

  • ทาซ้ำเมื่อจำเป็น: หากออกแดดจัดหรือทำกิจกรรมทางน้ำ ควรทาซ้ำทุก 80 นาที หรือตามคำแนะนำข้างบรรจุภัณฑ์

การทาครีมกันแดดทุกวันไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังซึ่งสามารถลดความเสี่ยงได้ถึง 73% ในระยะยาว แต่ยังเป็นขั้นตอนการชะลอวัย (Anti-aging) ที่สำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง

แสงในบ้านมีผลต่อผิวหรือไม่?

พญ. พีรธิดา รัตตกุล แพทย์ชำนาญการด้านโรคผิวหนัง การใช้เลเซอร์รักษาโรคผิวหนัง ศัลยกรรมเพื่อความงาม และปรับรูปหน้าด้วยสารเติมเต็มโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ระบุว่า แสงแดด หรือ แสงอาทิตย์เป็นสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเสียหายกับเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ผิวอักเสบ สูญเสียคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ผิวคล้ำเสีย เกิดฝ้ากระ และเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งผิวหนังได้ ในแสงแดดจะประกอบไปด้วย แสงอินฟราเรด (infrared) แสงที่มองเห็น (visible light) และแสงที่มองไม่เห็น (invisible light) นั่นก็คือรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet: UV) หรือยูวีที่เราคุ้นหูกัน

รังสียูวีในแสงอาทิตย์ มีทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ UVA UVB และ UVC ซึ่งรังสี UVC นั้นโดยส่วนใหญ่แล้วจะถูกชั้นโอโซนของโลกดูดซับ สะท้อนกลับ หรือทำลายได้ทั้งหมด เลยไม่มีผลกระทบต่อผิวหนังเท่าใดนัก แต่รังสี UVA และ UVB เป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ มากมาย

  • รังสี Ultraviolet A หรือ UVA สามารถแบ่งได้เป็น UVA-I และ UVA-II ในแสงแดดนั้นมี UVA มากถึง 95% รังสี UVA นั้นส่งผลร้ายต่อผิวหนัง ทำให้ผิวเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย ผิวคล้ำเข้ม เกิดจุดด่างดำ และเกิดการสร้างของอนุมูลอิสระ ส่งผลกระทบโดยอ้อมต่อดีเอ็นเอ การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม และสามารถทำให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนังบางชนิดได้
  • รังสี Ultraviolet B หรือ UVB เป็นรังสีที่ทำให้เกิดการ Burn หรือผิวหนังไหม้เกรียมแดด ผิวอักเสบ ผิวแก่ก่อนวัย และยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็วผิวหนังได้ หากปล่อยให้ผิวสัมผัสแสงแดดบ่อยๆ โดยเฉพาะแดดช่วงเที่ยงหรือบ่าย หรือเมื่อฟ้าใส มีเมฆน้อย และปราศจากการป้องกันที่ดี

หากจะต้องทำงานอยู่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปไหน หลายคนอาจมีความสงสัยว่า ยังต้องทาครีมกันแดดอยู่หรือไม่ บางคนอาจคิดว่าเมื่อไม่โดนแดดจึงไม่มีความจำเป็นต้องทา แต่บางคนอาจยังมีความกังวลเรื่องแสง UV จากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ โทรทัศน์ หรือจอคอมพิวเตอร์

เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือหลอดไฟ แทบไม่ปล่อยรังสี UV ในระดับที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ดังนั้นจึงไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ผิวเสีย อย่างไรก็ตาม แสงแดดที่เล็ดลอดผ่านกระจกเข้ามาในบ้าน โดยเฉพาะรังสี UVA สามารถทะลุผ่านกระจกได้ในระดับสูง และเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย รวมถึงเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...