YLG แนะทองแนวรับ $4,556 หากยืนได้ยังเป็นชุดดีด
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง ประจำวันที่ 7 เมษายน 2026
สภาวะตลาดในวันนี้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 4,676 – 4,676 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 72,200 บาทต่อบาททองคำ ราคาเพิ่มขึ้น 500 บาท จากราคาวันก่อนหน้าที่ระดับ 71,700 บาท
ปัจจัยพื้นฐาน
วันศุกร์ที่ 3 เมษายน ราคาทองคำยังคงทรงตัวที่ระดับ 4,676 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากตลาดทองคำต่างประเทศหยุดทำการเพราะเป็นวัน Good Friday แต่สิ่งที่ต้องสังเกตเป็นพิเศษคือราคาน้ำมันดิบ ซึ่งราคาน้ำมันดิบทั้ง WTI ต่างพุ่งสูงขึ้น แต่ที่แปลกไปคือราคาน้ำมันดิบ WTI ราคาพุ่งไปถึง $111.5 แซงหน้า Brent ที่อยู่ $109 ซึ่งโดยปกติแล้ว Brent ควรจะมีราคาต่อออนซ์สูงกว่า WTI 5-6 เหรียญ โดยเฉพาะยิ่งถ้าเป็นช่วงที่มีสงคราม ความห่างตรงนี้จะยิ่งกว้างกว่าปกติ แต่การที่ราคา WTI พุ่งไปสูงกว่า Brent เป็นเหตุการณ์ที่กลไกราคาผิดปกติ สาเหตุมาจากการแถลงอย่างเป็นทางการของโดนัลล์ ทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ที่กล่าวว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงที่สุดในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า และจะถล่มโรงไฟฟ้าต่างๆของอิหร่านถ้าอิหร่านยังไม่ตอบรับข้อตกลงของสหรัฐฯ
ล่าสุด สหรัฐฯ-อิสราเอล ถล่มสะพานสำคัญในอิหร่าน พลเรือนดับ 8 เจ็บ 95 ราย โดยทรัมป์ขู่ว่า “ถึงเวลาแล้วที่อิหร่านต้องทำข้อตกลงก่อนที่จะสายเกินไป และก่อนที่จะไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ให้กับประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่แห่งนี้!” แต่ทางด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีวต่างประเทศอิหร่าน ออกมาประณามการโจมตีดังกล่าวผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X และกล่าวว่าการโจมตีนี้จะไม่ทำให้ชาวอิหร่านยอมจำนน หลังจากนั้นก็ได้มีข่าวว่าอิหร่านถล่มศูนย์ข้อมูลของ Amazon ในบาห์เรน เป็นการตอบโต้สหรัฐฯ-อิสราเอล และ IRGC ยังเปิดเผยอีกว่า ได้โจมตีฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลรวม 7 แห่ง บริษัทเหล็กกล้าของสหรัฐฯ 2 แห่งในอาบูดาบี และจะโจมตีเพิ่มอีกหากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงไม่หยุดโจมตีชาวอิหร่าน
หลายคนตั้งข้อสังเกตจากการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลก จากการที่ดัชนีหลักๆสามารถฟื้นตัวได้วันศุกร์ เช่น S&P500 Nasdaq100 รวมทั้งดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลี จะส่งผลให้เกิดบรรยากาศ Risk-on กลับมาได้ แต่ทางเราเชื่อว่าตราบใดที่สงครามยังไม่ยุติ ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิดได้ตามปกติ และราคาน้ำมันดิบยังคงพุ่งสูงอย่างผิดปกติอยู่ ราคาทองคำจะไม่สามารถยกระดับขึ้นได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน จะต้องพบแรงเสียดทานต่ออุปสรรคด้านเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยฯกดลงเป็นระลอก
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน
- แนะนำดูแนวรับบริเวณ $4,556 หากยืนได้ยังเป็นชุดดีด แต่หากการดีดตัวไม่สามารถทำ Higher High เหนือ $4,800 ได้ จะเริ่มสร้างมุมมองว่าชุดดีดที่ผ่านมาจบไปแล้ว และราคากำลังจะปรับตัวลงอีกครั้ง
- เปิดสถานะขาย หากราคาดีดไม่ผ่าน $4,744-4,804 (ตัดขาดทุนหากราคาดีดผ่าน $4,804)
- ซื้อคืนสถานะขาย หากไม่หลุด $4,580-4,556 หากหลุด $4,556 ชะลอการซื้อคืนไปหากไม่หลุด $4,483-4,405