โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผบช.ภ.9 นำทีมแถลงผลกวาดล้างความมั่นคง จชต. รวบ 27 ผู้ต้องหา สั่งคุมเข้มรับมือสงกรานต์ ด้านผู้การสืบ เผยคืบหน้าคดียิง สส.นราธิวาส รวบแล้ว 3 เหลือไล่ล่าอีก 2 ราย

สวพ.FM91

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ผบช.ภ.9 นำทีมแถลงผลกวาดล้างความมั่นคง จชต. รวบ 27 ผู้ต้องหา สั่งคุมเข้มรับมือสงกรานต์ ด้านผู้การสืบ เผยคืบหน้าคดียิง สส.นราธิวาส รวบแล้ว 3 เหลือไล่ล่าอีก 2 แกะรอยวงจรปิดมัดตัวชำแหละรถ เผยปมใช้รถ กอ.รมน. ก่อเหตุ จ.ยะลา

วันที่ 6 เม.ย. 2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมยะลารวมใจ ชั้น 2 ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จังหวัดยะลา (ศปก.ตร.สน.ยะลา) พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นประธานแถลงข่าว ผลการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) โดยมี นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต., พล.ต.เฉลิมพงค์ คงบัว เลขาธิการ กอ.รมน. ภาค 4 สน. และ พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล หน.สสส.กกล.ตร.จชต. ร่วมแถลงข่าว

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้เร่งรัดติดตามตัวผู้ก่ออาชญากรรมในพื้นที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว พร้อมมอบหมายให้ ศอ.บต. เร่งลงพื้นที่เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเน้นย้ำการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว การจัดการจราจร ตลอดจนเฝ้าระวังการลอบวางระเบิดตามจุดตรวจและจุดเสี่ยงต่างๆ โดยให้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงให้กวาดล้างขบวนการลักลอบน้ำมันผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

“สรุปผลการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมาย ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรวม 55 ครั้ง เชิญตัวและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยตามกฎหมาย 41 คน ปัจจุบันยังอยู่ในกระบวนการซักถามอีก 10 คน เกิดการปะทะขณะเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อม ส่งผลให้คนร้ายเสียชีวิต 3 ราย แยกเป็นพื้นที่ จ.ยะลา 1 ราย และ จ.ปัตตานี 2 ราย ตรวจสอบพบทั้งหมดมีหมายจับและประวัติการก่อเหตุความไม่สงบหลายคดี ในด้านการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับแล้ว 79 หมาย สามารถติดตามจับกุมได้ 27 หมาย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม รวมมีผู้ต้องหาที่เข้าสู่กระบวนการแล้ว 27 คน” ผบช.ภ.9 กล่าว

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกนายปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนและบังคับใช้กฎหมายเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเท่านั้น พร้อมทั้งขอขอบคุณเครือข่ายภาคประชาชนและผู้นำชุมชนที่ให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ เพื่อร่วมกันนำสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล หัวหน้ากองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน.สสส.กกล.ตร.จชต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีอุกฉกรรจ์ กรณีคนร้ายลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 3 ราย และกำลังเร่งติดตามจับกุมตัวอีก 2 ราย รวมผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 5 ราย โดยพฤติการณ์ก่อเหตุของกลุ่มคนร้าย ได้มีการวางแผนดักรอ และสะกดรอยตาม ซึ่งจากการสืบสวนอย่างละเอียดพบว่า กลุ่มคนร้ายมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน โดยส่งคนไปดักดูเป้าหมายตั้งแต่ต้นทางที่สนามบินหาดใหญ่ ขณะเดียวกันทีมสังหารได้นำรถไปจอดดักรอที่บริเวณหน้าบ้านพัก ซึ่งห่างจากบ้านของ สส. ประมาณ 3-4 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เนื่องจากไม่ทราบแน่ชัดว่าเป้าหมายจะเดินทางกลับมาในเที่ยวบินใด

“เมื่อรถของ สส. ขับผ่านมา ทีมสังหารได้ขับรถสะกดรอยตาม ก่อนจะสบโอกาสเร่งเครื่องแซงและใช้อาวุธปืนยิงถล่ม จากนั้นได้ขับรถหลบหนีนำไปทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมรถในอำเภอตากใบ เพื่อทำการรื้อชำแหละทำลายหลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย

คนชี้เป้า ที่สนามบินหาดใหญ่ นายสอ (นามสมมุติ) ผู้ประสานงานและจัดหาทีมยิงรวมถึงอาวุธปืน ปัจจุบันยังคงให้การปฏิเสธ ซึ่งมีประวัติเคยพัวพันคดีจ้างวานฆ่าที่ จ.ระนอง เมื่อปี 2557 แต่ศาลยกฟ้อง คนขับรถก่อเหตุ ที่ถูกควบคุมตัวและให้การรับสารภาพแล้ว ทีมมือปืน 2 ราย คือ นายธอ (นามสมมุติ) ซึ่งนั่งเบาะหน้าซ้าย และ นายวอ (นามสมมุติ) มือปืน นั่งเบาะหลังซ้าย ซึ่งทั้งคู่กำลังอยู่ระหว่างการหลบหนี รวมทั้งเจ้าของอู่รถ ใน อ.ตากใบ ที่รับจ้างชำแหละรถ รับสารภาพแล้วว่ารับจ้างชำแหละรถจริง” พล.ต.ต.ชุมพล กล่าว

พล.ต.ต.ชุมพล กล่าวต่ออีกว่า แม้ผู้ประสานงานหลักจะปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานที่แน่นหนา 100% ทั้งการตรวจยึดอาวุธปืนเถื่อนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งผลการตรวจเทียบปลอกกระสุนตรงกันชัดเจน นอกจากนี้ยังมีหลักฐานสำคัญจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่บันทึกภาพรถยนต์ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ใช้ก่อเหตุ ไปจนถึงเส้นทางการหลบหนีและนำรถไปทิ้งที่อู่เพื่อชำแหละ ซึ่งภาพวงจรปิดสอดคล้องกับชิ้นส่วนรถที่ถูกแยกชิ้นส่วนได้อย่างชัดเจน ส่วนรถคันที่ก่อเหตุที่พบว่าเป็นของทางราชการนั้น พบว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถใช้งานนอกแบบ ที่ไม่มีโลโก้หน่วยงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐผู้ครอบครองได้ให้เพื่อนยืมไปใช้ และเพื่อนคนดังกล่าวได้ให้กลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนรู้จักยืมไปใช้อีกทอดหนึ่ง เนื่องจากมักจะมีการยืมรถใช้กันเป็นประจำเวลาลงพื้นที่ และจากการสืบสวนเชิงลึก รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการติดต่อสื่อสาร ยังไม่พบความเชื่อมโยงว่าเจ้าหน้าที่รัฐรายดังกล่าวมีส่วนรู้เห็นหรือสั่งการในการลอบสังหารครั้งนี้ ส่วนความผิดทางวินัยเรื่องการนำรถหลวงไปให้บุคคลภายนอกยืมใช้นั้น จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแยกไปอีกส่วนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ผู้บงการ และ มูลเหตุจูงใจ ที่แท้จริงนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากผู้ต้องหาคนสำคัญที่ทำหน้าที่รับงานมายังไม่ยอมให้การพาดพิงถึงบุคคลที่สาม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลเพื่อกระชากหน้ากากผู้อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...