"ไหม" หวั่น ซ้ำรอยซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 4 ปีก่อน เตือนรัฐรีบฟันธงดูฟรีระวังทำเสียอำนาจต่อรองเอเยนต์
"ไหม" หวั่น ซ้ำรอยซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 4 ปีก่อน เตือนรัฐรีบฟันธงดูฟรีระวังทำเสียอำนาจต่อรองเอเยนต์
วันเดียวกัน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ครม.อนุมัติงบประมาณ 1,300 ล้านบาทให้ กสทช.ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ว่า จริงๆ วันนี้มติ ครม. ก็ยังมีความคลุมเครือว่าตกลงใครจะเป็นคนซื้อลิขสิทธิ์ ใครจะเป็นคนจ่ายเงิน เลยสร้างความกังวลว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิมหรือไม่ เมื่อ 4 ปีที่แล้วที่ แหล่งที่มาของเงินก็มาจากหลายส่วน ส่วนหนึ่งก็จะมาจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ประมาณครึ่งหนึ่ง ถ้าตนจำไม่ผิด แล้วอีกส่วนหนึ่งมาจากกองทุนกีฬาของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และเอกชนลงขันกัน ซึ่งในตอนนั้นก็มีข้อครหาออกมา 2 ส่วน ส่วนแรก กองทุน กทปส. ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เอาไว้สำหรับการเอามาใช้ ในรูปแบบลักษณะแบบนี้ วัตถุประสงค์ของ กทปส. คือการเอาไปใช้ในการที่จะทำให้คนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง มีโอกาสที่จะเข้าถึงสื่อต่างๆ เช่น คนที่มีรายได้น้อยหรือว่าคนพิการในรูปแบบต่างๆ กองทุนตัวนี้ก็จะเข้าไปช่วยอุดหนุนในส่วนที่จะทำให้คนกลุ่มนี้ได้เข้าถึงมากขึ้น ดังนั้น ไม่ได้มีข้อกำหนดเกี่ยวข้องกับการที่จะทำให้คนทั้งหมดทั้งประเทศได้ดูถ่ายทอดสดบอลโลกฟรีเลย
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ส่วนกองทุนพัฒนากีฬา คนก็อาจจะยังตั้งข้อสังเกตเหมือนกัน ว่าจริงๆ แล้วควรจะเอามาใช้ในการพัฒนากีฬาในประเทศมากกว่าการเอาไปซื้อลิขสิทธิ์ หรือไม่ ถึงแม้ว่าเขาอาจจะบอกว่ามันจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับคนที่อยากที่จะพัฒนาเล่นกีฬาอาชีพอะไรต่างๆ ก็ตาม ดังนั้น ความที่มันยังเกิด ความไม่แน่นอนว่าแหล่งเงินจะมาจากที่ไหน ก็ทำให้กังวลว่าท้ายที่สุด ถ้าไม่มีเอกชนเข้ามาลงขัน สุดท้ายอาจจะเป็นรูปแบบการอุดหนุนแบบเดิมๆ หรือไม่
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ในรอบนี้มีบริบทที่แตกต่างออกไปคือ ประการแรก กฎ Must Have ที่ระเบียบของ กสทช. ที่ระบุว่าจะต้องมีรายการกีฬาใดบ้างที่ต้องมีการถ่ายทอดสดฟรีให้กับประชาชนได้ดูกัน เอาฟุตบอลโลกออกไปแล้ว ดังนั้น ก็ไม่ได้มีความจำเป็นขนาดนั้นอีกต่อไป ที่จะต้องมีการถ่ายทอดสดให้คนได้ดูฟรีใช่หรือไม่ ประการที่สอง เป็นเรื่องแรงจูงใจของเอกชน ยกตัวอย่าง ในครั้งก่อนหน้าก็ยังเป็นคดีความกันอยู่เลย เรื่องระหว่าง True กับ กสทช. ที่เมื่อได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดสดไปแล้ว กลับไม่ได้มีการปฏิบัติตามกฎ Must Carry คือทำให้ไม่สามารถดูได้ผ่านทุกๆ ช่องทาง ทุกแพลตฟอร์ม บางกล่องก็เกิดปรากฏการณ์จอดำ ใช่หรือไม่ หรือว่าบางแพลตฟอร์มก็ดูไม่ได้ เป็นต้น เพราะว่ามีการบล็อก เนื่องจากคนที่ใส่เงิน เขาก็มีแรงจูงใจที่จะแสวงหาผลกำไรจากการที่ได้ลงทุนไปแล้วทั้งนั้น ดังนั้น ก็เป็นเหตุผลว่าถ้ารอบนี้จะต้องมีการซื้อลิขสิทธิ์จริงๆ ขอให้เป็นเอกชนที่มีแรงจูงใจในเรื่องนี้ ในการเป็นคนที่ใส่เงินลงมามากกว่าที่จะเป็นทางฝั่งของภาครัฐ
“การที่รัฐบาลรีบฟันธงว่าได้ดูฟรีแน่นอน ก็ทำให้อำนาจต่อรองในการที่จะพูดคุยเจรจากับทางเอเยนต์ที่ถือสิทธิ์ในการขายลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกเองก็ดี หรือว่าเอกชนที่อยากที่จะลงขัน แต่ไม่ได้อยากที่จะลงเงินตัวเองทั้งหมด อาจจะใช้ตรงนี้ในการที่จะเป็นช่องเรียกร้องให้รัฐบาลต้องเป็นคนจ่ายเงินสมทบด้วยหรือไม่ เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ใช่งบฯ ที่ต้องเอามาจัดจ่ายใช้สอยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า แต่ในความเป็นจริง เงินจากกองทุนมันก็มีวัตถุประสงค์ของมันอยู่ แล้วถ้ามันไม่ได้เอามาใส่ในกองทุน มันก็ควรจะต้องเป็นรายได้ที่นำส่งเข้าคลังด้วยซ้ำไป ดังนั้น ก็อยากให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญในเรื่องนี้ให้ดี อย่าใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ เพียงเพื่อที่จะสร้างคะแนนนิยมในระยะสั้น จากการที่เอาใจแฟนบอล เพราะว่าเราก็ไม่ได้มีเจตนาที่ทำให้ขัดขวางไม่ให้แฟนบอลไม่ได้มีโอกาสได้ดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกหรอก เพียงแต่เราก็อยากให้รัฐบาลใช้เงินได้อย่างโปร่งใส ตรงตามวัตถุประสงค์ แล้วก็นำไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนมากกว่า” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว