“ตลาดพันธบัตรอังกฤษ” ปั่นป่วน บอนด์ยีลด์พุ่งสูงสุดในรอบ 30 ปี วิตกการเมือง
"ตลาดพันธบัตรอังกฤษ" เผชิญแรงเทขายหนัก ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2541 ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองต่อเคียร์ สตาร์เมอร์
วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.29 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดพันธบัตรรัฐบาลของอังกฤษเผชิญแรงเทขายหนัก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งกลับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นต่อเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และความกังวลต่อสถานะการคลังของประเทศ
พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ หรือ “Gilts” ปรับตัวลดลงทั่วกระดาน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี พุ่งขึ้นสูงสุด 0.12% แตะระดับ 5.80% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2541 ขณะเดียวกัน เงินปอนด์อ่อนค่าลง 0.7% มาอยู่ที่ 1.3517 ดอลลาร์ต่อปอนด์
นักลงทุนกังวลว่า หากเคียร์ สตาร์เมอร์ ต้องลงจากตำแหน่ง ผู้นำพรรคแรงงานคนใหม่อาจมีแนวคิดฝ่ายซ้ายมากกว่าเดิม และอาจผ่อนคลายกฎวินัยการคลังที่รัฐบาลปัจจุบันใช้ควบคุมการกู้ยืม ความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่แรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลกกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทำให้นักลงทุนส่งสัญญาณชัดเจนว่าตลาดอาจไม่ยอมรับการเพิ่มภาระหนี้ของรัฐบาลอังกฤษมากไปกว่านี้
Matt Cairns นักกลยุทธ์ตราสารหนี้จาก Rabobank กล่าวว่า ความปั่นป่วนทางการเมืองที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกำลังตอกย้ำมุมมองว่าไม่ว่าใครจะขึ้นมาบริหารประเทศ หรือมีแนวคิดทางการเมืองแบบใด ก็ยังไม่เห็นแผนฟื้นฟูการคลังที่น่าเชื่อถือ โดยระบุว่าตลาดพันธบัตรอังกฤษจะยังคงเผชิญแรงกดดันต่อไป ไม่ว่าผลทางการเมืองจะออกมาอย่างไร
รายงานระบุว่า สตาร์เมอร์ยังไม่สามารถควบคุมแรงต่อต้านภายในพรรคได้ หลังสมาชิกพรรคแรงงานมากกว่า 70 คน จากทั้งหมด 403 คน เรียกร้องให้เขาลาออก ภายหลังพรรคทำผลงานย่ำแย่ในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หนึ่งในชื่อที่ถูกจับตามองว่าอาจขึ้นมาท้าชิงตำแหน่งคือ Andy Burnham นายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งเคยวิจารณ์แนวทางเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ทำให้ประเทศตกอยู่ใต้อิทธิพลของตลาดพันธบัตร
แม้ Burnham จะยังไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และยังไม่สามารถลงชิงตำแหน่งผู้นำพรรคได้ในขณะนี้ แต่นักลงทุนก็เริ่มกังวลต่อความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ อีกหนึ่งชื่อที่ถูกจับตาคือ Angela Rayner รองนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนทิศทางอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ตลาดเงินและตลาดพันธบัตรอังกฤษถือว่าเผชิญความปั่นป่วนทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง โดยสตาร์เมอร์เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของอังกฤษในรอบ 4 ปี ส่งผลให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คือวิกฤตมินิงบประมาณของ Liz Truss ในปี 2565 ซึ่งทำให้เงินปอนด์ร่วงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง จนธนาคารกลางอังกฤษต้องเข้าแทรกแซงตลาดด้วยการเข้าซื้อพันธบัตร ก่อนที่ Truss จะถูกกดดันจนต้องลาออกในที่สุด
นับจากนั้น ตลาดพันธบัตรกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเมืองอังกฤษ โดยสตาร์เมอร์และ เรเชล รีฟส์ รัฐมนตรีคลังอังกฤษ พยายามสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนผ่านกฎวินัยการคลังที่เข้มงวด เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ก่อหนี้เกินตัว
อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวก็จำกัดความสามารถของรัฐบาลในการใช้งบประมาณเพื่อบริการสาธารณะ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุที่สร้างความไม่พอใจภายในพรรคแรงงานเอง
อ้างอิง : www.bloomberg.com