“บราซิล” ถือครองทองคำเพิ่มเป็น 2 เท่าในปี 2568 ลดสัดส่วนดอลลาร์แตะต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
"บราซิล" ถือครองทองคำเพิ่มเป็น 2 เท่าในปี 2568 จนมีสัดส่วนกว่า 7% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ และลดสัดส่วนดอลลาร์แตะต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 04.11 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารกลางบราซิล เปิดเผยในรายงานประจำปีเมื่อวันอังคารว่า บราซิลได้เพิ่มการถือครองทองคำเป็นสองเท่าในปี 2568 ทำให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศที่มีสัดส่วนมากเป็นอันดับสอง รองจากดอลลาร์สหรัฐ
รายงานระบุว่า ทองคำคิดเป็นสัดส่วน 7.19% ของทุนสำรองทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 3.55% ในปี 2567 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดทำข้อมูลในปี 2559 ขณะเดียวกันสัดส่วนสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐลดลงเหลือ 72.00% จาก 78.45% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
บราซิลเป็นหนึ่งในหลายประเทศ เช่น ฟินแลนด์ ตุรกี และจีน ที่ยังคงเข้าซื้อทองคำจำนวนมากในปีที่ผ่านมา แม้ว่าราคาทองคำจะอยู่ในระดับสูง เนื่องจากทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (flight-to-quality asset) ในช่วงที่ตลาดการเงินมีความผันผวน
ธนาคารกลางบราซิล ระบุในรายงานว่า การบริหารทุนสำรองมีความหลากหลายมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา โดยมีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำ ซึ่งในปี 2568 ราคาทองคำมีความผันผวนมากขึ้นเช่นกัน
ผลตอบแทนจากทุนสำรองระหว่างประเทศของบราซิลเพิ่มขึ้น 9.18% ในปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าทุนสำรองรวมอยู่ที่ 3.58 แสนล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม ทั้งนี้ผู้กำหนดนโยบายระบุว่า ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากผลการลงทุนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะรายได้จากดอกเบี้ย และในระดับที่น้อยกว่า มาจากการเคลื่อนไหวของค่าเงิน
รายงานยังระบุว่า ในช่วงปี 2568 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะสั้น ซึ่งเป็นช่วงอายุพันธบัตรที่สำคัญต่อการบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศ ปรับตัวลดลง ส่งผลให้เกิดกำไรจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาด (mark-to-market gains) ในส่วนของรายได้ดอกเบี้ย ทำให้ผลตอบแทนรวมสูงกว่าผลตอบแทนจากดอกเบี้ยปกติ
นอกจากนี้ในแง่ของอัตราแลกเปลี่ยน การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำรองอื่น ๆ ก็มีส่วนช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากทุนสำรองโดยรวมเช่นกัน
อ้างอิง : www.reuters.com