ผู้ประกอบการขนส่งนครพนม “กลืนเลือด” แบกต้นทุนน้ำมันพุ่งวอนรัฐช่วยลดภาษี
ผู้ประกอบการขนส่งในจังหวัดนครพนมกำลังประสบวิกฤตอย่างหนักจากปัญหาราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นเกือบ 10 บาทต่อลิตร ทำให้แต่ละเที่ยววิ่งมีต้นทุนเพิ่มขึ้นหลายพันบาท ผู้จัดการบริษัทขนส่งรายใหญ่ของจังหวัดเปิดเผยว่าสังเกตเห็นความผิดปกติในช่วงก่อนน้ำมันจะขึ้นราคา โดยปั๊มน้ำมันมักแจ้งว่าน้ำมันหมด แต่เมื่อรัฐบาลประกาศขึ้นราคากลับมีน้ำมันจ่ายให้ทันที ทำให้เชื่อว่าอาจมีการกักตุนน้ำมันไว้ล่วงหน้า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินรถ เช่น การวิ่งรถไปกลับกรุงเทพฯ-นครพนม ต้องจ่ายเพิ่มกว่า 4,000 บาทต่อเที่ยว แต่ผู้ประกอบการยังคงต้องแบกรับภาระและพยายามตรึงราคาค่าขนส่งเพื่อไม่ให้กระทบกับลูกค้าและประชาชน
นอกจากปัญหาราคาน้ำมันแล้ว ผู้ประกอบการยังสะท้อนถึงปัญหาคุณภาพน้ำมันดีเซลที่มีการผสมในสัดส่วนที่สูงเกินไป ซึ่งส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์รถบรรทุก ทำให้เครื่องยนต์เสียหายเร็วและเกิดปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 จนคนขับรถบรรทุกถูกจับกุมเมื่อเข้าเขตกรุงเทพฯ จึงได้เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตเพื่อลดราคาน้ำมันดีเซลอย่างเป็นรูปธรรม และตรึงราคาน้ำมันให้นิ่ง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนต้นทุนและบริหารจัดการธุรกิจได้
สถานการณ์ปัจจุบันทำให้บริษัทขนส่งหลายแห่งต้องลดจำนวนรถลง เนื่องจากสู้ต้นทุนไม่ไหว แม้ว่าค่าแรงจะปรับขึ้นแต่ก็ยังหาแรงงานได้ยาก ผู้ประกอบการรายนี้ยืนยันที่จะสู้ต่อเพราะห่วงใยลูกน้องและครอบครัว โดยเชื่อว่าหากประชาชนอยู่ได้ ธุรกิจอยู่ได้ ประเทศชาติก็จะสามารถก้าวต่อไปได้
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news