โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เอกนิติ” นัดถกคลัง 31 มี.ค.นี้ เดินหน้า 3 มาตรการสู้วิกฤตพลังงาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 10.07 น.

"ดร. เอกนิติ" ถกผู้บริหารคลัง 31 มี.ค. นี้ เตรียมเดินหน้า 3 มาตรการ ช่วยประชาชนสู้วิกฤตราคาพลังงานจากเหตุสงครามตะวันออกกลาง

30 มี.ค. 2569 แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (31 มี.ค.) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังเพื่อเตรียมเดินหน้ามาตรการบรรเทาผลกระทบประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ต้นทุนราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นรวมทั้งต้นทุนค่าครองชีพอื่นๆ

หลังจากนั้นจะมีการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงการเดินหน้ามาตรการดังกล่าวต่อสื่อมวลชนที่กระทรวงการคลัง ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษเมื่อวันที่ 25 มี.ค.2569 เห็นชอบ 7 มาตรการ ซึ่งในส่วนที่กระทรวงการคลังรับมาดำเนินการ 3 เรื่องได้แก่

  • การลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งการลดภาษีน้ำมันดีเซลทุก 1 บาท จะทำให้รัฐสูญเสียการจัดเก็บรายได้ 2,000 ล้านบาทต่อเดือน
  • การเติมเงิน 100 บาท ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.4 ล้านคน เป็นเวลา 30 วัน
  • การเตรียมออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ผ่านธนาคารออมสิน

สำหรับมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) รักษาการได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติในหลักการของโครงการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น กระบวนการต่อไปกระทรวงการคลังจะขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้อำนาจรัฐบาลรักษาการอนุมัติงบประมาณ เพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการดูแลประชาชน ช่วงราคาพลังงานสูง

โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการจ่ายเงิน 100 บาท เข้าในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ทันวันที่ 1 เม.ย.69 นี้ เนื่องจากกระบวรการอนุมัติจากกกต. ยังไม่แล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในเดือนเม.ย.นี้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการจะได้รับเงินอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า รัฐบาลจะทำการโอนเงินพิเศษให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มอีกจำนวน 100 บาท ได้ภายในเดือนเมษายนนี้อย่างแน่นอน แม้ว่าจะยังไม่สามารถระบุวันที่เงินจะโอนเข้าบัตรได้อย่างแน่ชัด เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากขั้นตอนการเบิกจ่าย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้กำหนดเงื่อนไขการใช้เงินที่ยืดหยุ่น โดยประชาชนจะสามารถใช้จ่ายวงเงินจำนวนนี้ได้ครอบคลุมระยะเวลา 30 วันเต็ม นับตั้งแต่วันที่เงินถูกโอนเข้าบัตรสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น หากกระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้นและระบบสามารถโอนเงินเข้าบัตรได้ในวันที่ 3 เมษายน ประชาชนก็จะสามารถทยอยใช้จ่ายเงินส่วนนี้ไปได้จนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม ถือเป็นมาตรการระยะสั้นที่มุ่งหวังให้เกิดการพยุงกำลังซื้อของกลุ่มเปราะบางในช่วงที่ต้นทุนการดำรงชีพปรับตัวสูงขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...