โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ซีพีแรม' รุก Food 3S เดินหน้าโครงการ “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” สร้างสมดุล ฟื้นฟูธรรมชาติ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 04 เม.ย. เวลา 18.38 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. เวลา 01.35 น.

“ปูม้า” สัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของทะเลไทย ไม่เพียงเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูอาหารยอดนิยม แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบนิเวศชายฝั่งและวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรปูม้า แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปริมาณปูม้ากลับมีแนวโน้มลดลงจากปัจจัยทั้งการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว ความร่วมมือจากหลายภาคส่วนจึงเกิดขึ้น เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าและคืนความสมดุลให้กับท้องทะเลไทย นำไปสู่การขับเคลื่อนโครงการ “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 3 (สุราษฎร์ธานี) บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด กลุ่มอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า (ธนาคารปู) และชาวประมงพื้นบ้าน จัดกิจกรรมปล่อยลูกพันธุ์ปูม้าระยะ Young Crab กว่า 2 แสนตัว ลงสู่ทะเลบริเวณเกาะเสร็จ ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

จัดกิจกรรมปล่อยลูกพันธุ์ปูม้าระยะ Young Crab กว่า 2 แสนตัว ณ เกาะเสร็จ บ้านพุมเรียง ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยปัจจุบันมียอดสะสมการปล่อยลูกพันธุ์ปูม้าไปแล้วกว่า 1.8 ล้านตัว โครงการนี้ไม่เพียงเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจชุมชน และการประมงในท้องถิ่น แต่ยังช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภาคใต้ ผ่านการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลให้สมบูรณ์และยั่งยืน

นายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า โครงการ “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” ในวันนี้ เป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันสร้างความสมดุล และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่ายิ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปูม้าเป็นทรัพยากรสำคัญของชาวประมงท้องถิ่น และมีบทบาทอย่างมากต่อระบบนิเวศชายฝั่ง

นายบันดาล สถิรชวาล

การร่วมกันปล่อยลูกพันธุ์ปูม้าจำนวนกว่า 2 แสนตัว ในวันนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการรักษาความสมดุล ความยั่งยืนของทะเลอ่าวบ้านดอน รวมถึงส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะยาว เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดสุราษฎร์ธานียังคงอุดมสมบูรณ์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทะเลไทยของเรา

นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า “โครงการ “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” หนึ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหารของซีพีแรม ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 เป็นการผนึกกำลังตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำจวบจนปลายน้ำที่เกิดผลตามปณิธาน FOOD 3S ขององค์กร ได้แก่ Food Safety, Food Security และ Food Sustainability

นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู

อีกทั้งยังเป็นการมุ่งหวังในการสร้างสมดุลระบบนิเวศบนทะเลไทย ส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนทางอาหาร โดยปล่อยลูกพันธุ์ปูม้าในระยะ Young Crab ซึ่งเป็นระยะลูกปูม้าที่เหมาะกับการปล่อยลงสู่ทะเลที่มีโอกาสรอดสูง ในพื้นที่บริเวณเกาะเสร็จ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยดำเนินการมาตั้งแต่อดีต จวบจนปัจจุบัน รวมกว่า 1.8 ล้านตัว

โครงการ “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” เป็นภารกิจดีดีที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 14 ปี โดยเฉพาะในพื้นที่อ่าวพุมเรียง-เกาะเสร็จ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเขตที่อุดมสมบูรณ์ด้วยหญ้าทะเล มีระดับความเค็มของน้ำทะเลที่เหมาะสม และภูมิศาสตร์เอื้อต่อการอนุบาลลูกพันธุ์ปูม้า

อีกทั้งยังเป็นกรณีศึกษาการจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทานของซีพีแรม หรือ Supply Chain Management ที่เกิดผลตามปณิธาน FOOD 3S ขององค์กร โดยผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ อันได้แก่ ชาวประมง , บริษัท วิยะเครปโปรดักส์ จำกัด (ผู้ส่งมอบเนื้อปู) , บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ผู้ผลิตอาหาร) และผู้บริโภค รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 3 (สุราษฎร์ธานี) ผู้สนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการ

เพื่อให้การจัดการอนุรักษ์คุ้มครอง และการพัฒนาการประมงปูม้าในทะเลไทยบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพตลอด 14 ปีของโครงการ “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” สะท้อนจุดยืนของซีพีแรมในฐานะผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานที่ให้ความสำคัญ ใส่ใจทั้งต่อผู้บริโภค ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ขององค์กร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...