โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“บังกลาเทศ” อ่วม สงครามดันต้นทุนเสื้อผ้าพุ่ง เส้นใยสังเคราะห์-เคมีภัณฑ์พุ่ง 10-15%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

อุตสาหกรรมเสื้อผ้าส่งออกของ "บังกลาเทศ" เผชิญแรงกดดันต้นทุน สงครามอิหร่านทำให้ราคาเส้นใยสังเคราะห์และสารเคมีเพิ่มขึ้น 10-15% บางวัตถุดิบพุ่งถึง 3 เท่า

วันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 10.10 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ผู้ผลิตเสื้อผ้าส่งออกของบังกลาเทศกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หลังสงครามอิหร่านทำให้ราคาเส้นใยสังเคราะห์และสารเคมีสำคัญเพิ่มขึ้น 10% ถึง 15% และวัตถุดิบบางชนิดมีราคาสูงขึ้นถึง 3 เท่า ส่งผลให้กำไรของผู้ผลิตลดลง ขณะที่ลูกค้าไม่ยอมจ่ายเพิ่มสำหรับคำสั่งซื้อเดิม

ผู้บริหารในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจบังกลาเทศ ระบุว่า การปรับขึ้นราคาวัตถุดิบ “เกิดขึ้นแล้ว” โดยมีสาเหตุจากราคาน้ำมันโลกที่เพิ่มขึ้น และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบที่มาจากปิโตรเลียม เช่น โพลีเอสเตอร์ และไนลอน

Navidul Huq กรรมการผู้จัดการ Mohammadi Group กล่าวว่าราคาด้ายและวัตถุดิบทั้งหมดกำลังเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เฉพาะโพลีเอสเตอร์และไนลอน ขณะที่ผู้บริหารของ Ananta Group ก็ยืนยันว่า ราคาของเส้นใยสังเคราะห์ ด้าย และผ้ากำลังเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ด้าน Shams Mahmud ผู้บริหาร Shasha Denim กล่าวว่า ต้นทุนวัตถุดิบที่มาจากปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นประมาณ 10–15% และสารเคมีบางชนิดเพิ่มขึ้นมากกว่านั้นอย่างมาก โดยกรดซัลฟิวริกที่ใช้ในกระบวนการผลิตผ้า มีราคาจากประมาณ 50 ทากาต่อ ลิตร ก่อนสงคราม เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 150 ทากาในปัจจุบัน

Mahmud Hasan Khan ประธานสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกเสื้อผ้าบังกลาเทศ (BGMEA) กล่าวว่า แรงกดดันด้านต้นทุนไม่ได้กระทบเฉพาะวัตถุดิบเสื้อผ้า แต่ลามไปยังสินค้าที่ใช้พลังงานสูง เช่น กระดาษที่ใช้ทำกล่องบรรจุภัณฑ์ และซัพพลายเออร์บางรายขึ้นราคาล่วงหน้าเพราะกังวลปัญหาในอนาคต

แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่ผู้ผลิตไม่สามารถขึ้นราคากับลูกค้าสำหรับคำสั่งซื้อเดิมได้ ทำให้ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มในระยะสั้น

ผู้ประกอบการยังเตือนว่า หากไม่สามารถรักษาการจ่ายก๊าซและไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง อาจไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนด และอาจต้องเปลี่ยนไปใช้การขนส่งทางอากาศ ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่ามาก

ขณะนี้ผลกระทบหลักยังอยู่ที่ต้นทุนการผลิต แต่คาดว่าค่าขนส่งจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเริ่มส่งผลต่อค่าระวางเรือ โดยขณะนี้ปริมาณการขนส่งเพิ่งเริ่มกลับมาหลังช่วงเทศกาลอีด

ต้นทุนการขนส่งก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากการขาดแคลนน้ำมันดีเซล ทำให้รถขนส่งต้องใช้เส้นทางอ้อมเพื่อหาน้ำมัน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทั้งการนำเข้าและส่งออกเพิ่มขึ้น

ความมั่นคงด้านพลังงานกำลังกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญ รัฐบาลบังกลาเทศต้องออกมาตรการให้โรงงานสามารถเข้าถึงน้ำมันดีเซลได้จำกัดสำหรับใช้กับเครื่องปั่นไฟสำรอง ขณะที่น้ำมันยังขาดแคลน

แม้รัฐบาลระบุว่ามีน้ำมันสำรองประมาณ 1 เดือน แต่สถานการณ์เริ่มตึงตัว เห็นได้จากคิวปั๊มน้ำมันยาว การปันส่วนน้ำมัน และการหารือเรื่องเรียนออนไลน์ ปิดตลาดเร็วขึ้น และลดเวลาทำงานของหน่วยงานรัฐ

ขณะนี้การผลิตเสื้อผ้ายังดำเนินต่อได้เพราะมีวัตถุดิบที่สั่งไว้ก่อนหน้า แต่แรงกดดันอาจเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ หากวัตถุดิบใหม่มาถึงล่าช้า

ด้านความต้องการสินค้า ตลาดหลักอย่างสหรัฐและยุโรปยังไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อทันที แต่ความกังวลเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดตะวันออกกลางซึ่งเคยเป็นตลาดใหม่เริ่มได้รับผลกระทบแล้ว

ผู้ส่งออกระบุว่า ความต้องการเสื้อผ้าลดลงประมาณ 25% ในเดือนที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากเงินเฟ้อและปัญหาการค้า

ผู้ประกอบการระบุว่า เมื่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคจะลดการซื้อเสื้อผ้า และหันไปใช้จ่ายกับอาหารและสุขภาพแทน

ทั้งนี้ ผู้ส่งออกเสื้อผ้าบังกลาเทศเพิ่งผ่านปี 2568 ที่ยากลำบาก จากมาตรการภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดยุโรป ขณะที่ความไม่แน่นอนในปัจจุบันถือเป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุด

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...