โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สานพลังอนุรักษ์สายน้ำแห่งชีวิต ร่วมสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของ'แม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง'

The Better

อัพเดต 29 มี.ค. เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. เวลา 03.50 น. • THE BETTER
บทความโดยศูนย์ความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำล้านช้าง-แม่โขง

แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงเปรียบดั่งมารดาของประชาชนตามสองฟากฝั่ง ในเขตปกครองตนเองซีจั้งของประเทศจีนถือว่าแม่น้ำล้านช้างเป็น “แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์” ขณะที่คำว่า “แม่โขง” ในภาษาไทลื้อนั้นมีความหมายว่า “มารดาแห่งสายน้ำทั้งปวง” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเคารพศรัทธาที่กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ริมฝั่งมีต่อแม่น้ำสายนี้ แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงได้หล่อเลี้ยงอารยธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนานของลุ่มน้ำนี้ โดยเป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ให้แก่ประชากรกว่า 70 ล้านคน และยังเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในด้านต่างๆ ของประเทศลุ่มน้ำนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร การประมง การขนส่งทางเรือ และพลังงาน รวมอีกทั้งยังเป็นทรัพยากรอันล้ำค่าและสมบัติส่วนรวมของทุกประเทศ

ทรัพยากรน้ำเป็นหนึ่งในสาขาความร่วมมือหลักของกรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง โดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำของทั้ง 6 ประเทศสมาชิกได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบายตามฉันทามติสำคัญจากการประชุมผู้นำความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขงอย่างจริงจัง จนนำไปสู่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมนานัปการในความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำ ดังนี้ ประการแรก คือการสร้างความเห็นพ้องต้องกันในความร่วมมือ ความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำล้านช้าง-แม่โขงมีโครงสร้างที่เข้มแข็งประกอบด้วย: การหารือเชิงนโยบายผ่านการประชุมระดับรัฐมนตรี การปฏิบัติงานโดยคณะทำงานร่วม การสื่อสารแลกเปลี่ยนผ่านฟอรั่มความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำล้านช้าง-แม่โขง และการสนับสนุนอย่างบูรณาการจากศูนย์ความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำล้านช้าง-แม่โขง ทั้งนี้ ได้มีการจัดการประชุมระดับสูงรวมเกือบ 30 ครั้ง และมีการรับรองเอกสารผลลัพธ์สำคัญถึง 45 ฉบับ อาทิ “ข้อริเริ่มว่าด้วยการกระชับความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำล้านช้าง-แม่โขง” “แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการประชุมรัฐมนตรีความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำล้านช้าง-แม่โขง ครั้งที่ 1” และ “แผนปฏิบัติการ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) สําหรับสาขาความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำ ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง” ซึ่งถือเป็นแนวทางหลักให้ทั้ง 6 ประเทศร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยกระดับการบริหารจัดการน้ำทั่วทั้งลุ่มน้ำประการที่สอง คือการยกระดับการแบ่งปันข้อมูล โดยบนพื้นฐานที่ประเทศจีนได้ให้การสนับสนุนข้อมูลอุทกวิทยาของแม่น้ำล้านช้างในช่วงฤดูน้ำหลากแก่คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(MRC) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา จีนได้เริ่มแบ่งปันข้อมูลอุทกวิทยาแม่น้ำล้านช้างตลอดทั้งปีให้แก่ประเทศลุ่มน้ำแม่โขงและคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ซึ่งปัจจุบันได้แบ่งปันข้อมูลอุทกวิทยาไปแล้วรวมเกือบ 100,000 รายการ

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 ทั้ง 6 ประเทศในลุ่มน้ำได้บรรลุฉันทามติในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลอุทกวิทยาระหว่างพื้นที่ต้นน้ำและปลายน้ำร่วมกัน โดยเห็นชอบที่จะแบ่งปันข้อมูลจากสถานีอุทกวิทยารวมทั้งสิ้น 24 แห่ง ประการที่สาม คือการร่วมกันสร้างลุ่มน้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงที่ปลอดภัยและสงบสุข โดยในปี พ.ศ. 2559 ปรากฏการณ์เอลนีโญได้ก่อให้เกิดวิกฤตภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษ ซึ่งฝ่ายจีนได้ก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อบริหารจัดการกลุ่มเขื่อนแบบขั้นบันไดตอนบนในการระบายน้ำฉุกเฉินรวมทั้งสิ้น 1.265 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยเหลือกลุ่มประเทศลุ่มน้ำแม่โขงให้สามารถรับมือกับภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งช่วยชะลอการรุกตัวของน้ำเค็มบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ทำให้พื้นที่ลุ่มน้ำไม่ได้รับความเสียหายรุนแรงแม้ในสถานการณ์วิกฤต ต่อมาในปี พ.ศ. 2567 พายุไต้ฝุ่น “ยางิ” (Yagi) ได้ส่งผลให้เกิดอุทกภัยในบางพื้นที่ของประเทศลาวและประเทศไทย ซึ่งฝ่ายจีนได้ปรับลดปริมาณการระบายน้ำจากเขื่อนแบบขั้นบันไดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาภาระในการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ปลายน้ำ

และในปี พ.ศ. 2568 ฝ่ายจีนได้แบ่งปันข้อมูลเส้นพายุไต้ฝุ่น อาทิ พายุ “คาจิกิ” (Kajiki) และพายุ “หนองฟ้า” (Nongfa) พร้อมผลการพยากรณ์สถานการณ์น้ำและฝนให้แก่ประเทศปลายน้ำอย่างทันท่วงทีรวม 5 ครั้ง เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและเสริมสร้างความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทั่วทั้งลุ่มน้ำ ประการที่สี่ คือการผลักดันความร่วมมือที่เน้นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ภายใต้การสนับสนุนด้านงบประมาณและเทคโนโลยีจากรัฐบาลจีน ได้มีการดำเนินโครงการความร่วมมือในกลุ่มประเทศแม่น้ำโขงที่มีลักษณะ “ขนาดเล็กแต่ทรงพลัง” รวมทั้งสิ้น 65 โครงการ ครอบคลุมประเด็นต่างๆ อาทิ การบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้งภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร ความมั่นคงของน้ำอุปโภคบริโภคในชนบท การบริหารจัดการความปลอดภัยของเขื่อน การบริหารจัดการลุ่มน้ำขนาดเล็กแบบครบวงจร ความร่วมมือด้านกำลังการผลิตทางชลประทาน การชลประทานแบบประหยัดน้ำ และมาตรฐานทางเทคนิคด้านทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าพลังน้ำ

ส่วน “ปฏิบัติการน้ำดื่มสะอาดล้านช้าง-แม่โขง” ได้สร้างสรรค์ระบบประปาชนบทจำนวน 110 แห่งในประเทศกัมพูชา ประเทศลาว และประเทศเมียนมา เพื่อให้บริการน้ำประปาที่ “ต้นทุนต่ำแต่คุณภาพสูง” แก่ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีผู้ได้รับผลประโยชน์กว่า 13,000 คน พร้อมทั้งเป็นโครงการต้นแบบทางเทคนิคเพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านน้ำดื่มในวงกว้างต่อไป ประการที่ห้า คือการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการจากทั้ง 6 ประเทศได้ร่วมศึกษาวิจัยกว่า 10 โครงการในประเด็นสำคัญ อาทิ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีการลงพื้นที่สำรวจตั้งแต่บริเวณต้นน้ำล้านช้าง ทะเลสาบโตนเลสาบ ไปจนถึงดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เพื่อสำรวจการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อุทกวิทยาและการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมเชิงนิเวศอย่างใกล้ชิด มุ่งแสวงหาแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการอนุรักษ์และบริหารจัดการแม่น้ำ นอกจากนี้ กิจกรรมอย่าง “สัปดาห์ล้านช้าง-แม่โขง”และ “โครงการทริปล้านช้าง-แม่โขง” ยังช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ นักวิชาการ และเยาวชน ส่งผลให้แนวคิด “ดื่มน้ำสายเดียวกัน มีอนาคตร่วมกัน” หยั่งรากลึกในจิตใจของประชาชนมากยิ่งขึ้น

ลุ่มแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงมีปริมาณทรัพยากรน้ำเฉลี่ยต่อหัวประมาณ 6,500 ลูกบาศก์เมตร โดยมีอัตราการพัฒนาและใช้ประโยชน์ทรัพยากรน้ำอยู่ที่ร้อยละ 13 ซึ่งถือเป็นต้นทุนทรัพยากรที่มีศักยภาพเพียงพอต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ตลอดจนขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนของประชาชนริมฝั่งน้ำ ทั้งนี้ ด้วยฐานะการเป็นเพื่อนบ้าน มิตรแท้ พี่น้อง และพันธมิตรที่ดีต่อกันของทั้ง 6 ประเทศล้านช้าง-แม่โขง หากเรายังคงยึดมั่นในหลักการ “ร่วมหารือ ร่วมสร้างสรรค์ และร่วมแบ่งปันผลประโยชน์” พร้อมเคารพสิทธิอันชอบธรรมของทุกประเทศในการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างสมเหตุสมผล ตลอดจนดูแลเกื้อกูลและร่วมกันแก้ไขปัญหาผ่านการหารือ เราย่อมสามารถฟันฝ่าอุปสรรคและความท้าทายในการบริหารจัดการลุ่มน้ำเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์แม่น้ำล้านช้าง-แม่โขงให้เป็นสายน้ำแห่งความผาสุขที่เกื้อกูลประโยชน์แก่ประชาชนในลุ่มน้ำอย่างแท้จริง

เมื่อมองไปยังอนาคต พวกเราพร้อมประสานมือร่วมกันเผชิญความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำในกระบวนการสร้างความทันสมัย พร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเหมาะสม โดยมุ่งกำหนดทิศทางการพัฒนาที่เน้นการประหยัดน้ำ สร้างความประสานเกื้อกูลระหว่างมนุษย์กับสายน้ำ บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนเดินหน้าเชื่อมโยงนโยบายการบริหารจัดการน้ำของทั้ง 6 ประเทศลุ่มน้ำ พยายามยกระดับการบริหารจัดการทั่วทั้งลุ่มน้ำ เพื่อขับเคลื่อนแถบพัฒนาเศรษฐกิจล้านช้าง-แม่โขงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และร่วมกันสร้างประชาคมล้านช้าง-แม่โขงที่มีอนาคตร่วมกันอย่างแน่นแฟ้น

Photo - สะพานข้ามแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง ที่เมืองจิ่งหง ประเทศจีน ภาพโดย Cangminzho/Wikipedia (CC BY-SA 4.0)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...