สานพลังอนุรักษ์สายน้ำแห่งชีวิต ร่วมสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของ'แม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง'
แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงเปรียบดั่งมารดาของประชาชนตามสองฟากฝั่ง ในเขตปกครองตนเองซีจั้งของประเทศจีนถือว่าแม่น้ำล้านช้างเป็น “แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์” ขณะที่คำว่า “แม่โขง” ในภาษาไทลื้อนั้นมีความหมายว่า “มารดาแห่งสายน้ำทั้งปวง” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเคารพศรัทธาที่กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ริมฝั่งมีต่อแม่น้ำสายนี้ แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงได้หล่อเลี้ยงอารยธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนานของลุ่มน้ำนี้ โดยเป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ให้แก่ประชากรกว่า 70 ล้านคน และยังเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในด้านต่างๆ ของประเทศลุ่มน้ำนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร การประมง การขนส่งทางเรือ และพลังงาน รวมอีกทั้งยังเป็นทรัพยากรอันล้ำค่าและสมบัติส่วนรวมของทุกประเทศ
ทรัพยากรน้ำเป็นหนึ่งในสาขาความร่วมมือหลักของกรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง โดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำของทั้ง 6 ประเทศสมาชิกได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบายตามฉันทามติสำคัญจากการประชุมผู้นำความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขงอย่างจริงจัง จนนำไปสู่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมนานัปการในความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำ ดังนี้ ประการแรก คือการสร้างความเห็นพ้องต้องกันในความร่วมมือ ความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำล้านช้าง-แม่โขงมีโครงสร้างที่เข้มแข็งประกอบด้วย: การหารือเชิงนโยบายผ่านการประชุมระดับรัฐมนตรี การปฏิบัติงานโดยคณะทำงานร่วม การสื่อสารแลกเปลี่ยนผ่านฟอรั่มความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำล้านช้าง-แม่โขง และการสนับสนุนอย่างบูรณาการจากศูนย์ความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำล้านช้าง-แม่โขง ทั้งนี้ ได้มีการจัดการประชุมระดับสูงรวมเกือบ 30 ครั้ง และมีการรับรองเอกสารผลลัพธ์สำคัญถึง 45 ฉบับ อาทิ “ข้อริเริ่มว่าด้วยการกระชับความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำล้านช้าง-แม่โขง” “แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการประชุมรัฐมนตรีความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำล้านช้าง-แม่โขง ครั้งที่ 1” และ “แผนปฏิบัติการ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) สําหรับสาขาความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำ ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง” ซึ่งถือเป็นแนวทางหลักให้ทั้ง 6 ประเทศร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยกระดับการบริหารจัดการน้ำทั่วทั้งลุ่มน้ำประการที่สอง คือการยกระดับการแบ่งปันข้อมูล โดยบนพื้นฐานที่ประเทศจีนได้ให้การสนับสนุนข้อมูลอุทกวิทยาของแม่น้ำล้านช้างในช่วงฤดูน้ำหลากแก่คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(MRC) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา จีนได้เริ่มแบ่งปันข้อมูลอุทกวิทยาแม่น้ำล้านช้างตลอดทั้งปีให้แก่ประเทศลุ่มน้ำแม่โขงและคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ซึ่งปัจจุบันได้แบ่งปันข้อมูลอุทกวิทยาไปแล้วรวมเกือบ 100,000 รายการ
ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 ทั้ง 6 ประเทศในลุ่มน้ำได้บรรลุฉันทามติในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลอุทกวิทยาระหว่างพื้นที่ต้นน้ำและปลายน้ำร่วมกัน โดยเห็นชอบที่จะแบ่งปันข้อมูลจากสถานีอุทกวิทยารวมทั้งสิ้น 24 แห่ง ประการที่สาม คือการร่วมกันสร้างลุ่มน้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงที่ปลอดภัยและสงบสุข โดยในปี พ.ศ. 2559 ปรากฏการณ์เอลนีโญได้ก่อให้เกิดวิกฤตภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษ ซึ่งฝ่ายจีนได้ก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อบริหารจัดการกลุ่มเขื่อนแบบขั้นบันไดตอนบนในการระบายน้ำฉุกเฉินรวมทั้งสิ้น 1.265 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยเหลือกลุ่มประเทศลุ่มน้ำแม่โขงให้สามารถรับมือกับภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งช่วยชะลอการรุกตัวของน้ำเค็มบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ทำให้พื้นที่ลุ่มน้ำไม่ได้รับความเสียหายรุนแรงแม้ในสถานการณ์วิกฤต ต่อมาในปี พ.ศ. 2567 พายุไต้ฝุ่น “ยางิ” (Yagi) ได้ส่งผลให้เกิดอุทกภัยในบางพื้นที่ของประเทศลาวและประเทศไทย ซึ่งฝ่ายจีนได้ปรับลดปริมาณการระบายน้ำจากเขื่อนแบบขั้นบันไดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาภาระในการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ปลายน้ำ
และในปี พ.ศ. 2568 ฝ่ายจีนได้แบ่งปันข้อมูลเส้นพายุไต้ฝุ่น อาทิ พายุ “คาจิกิ” (Kajiki) และพายุ “หนองฟ้า” (Nongfa) พร้อมผลการพยากรณ์สถานการณ์น้ำและฝนให้แก่ประเทศปลายน้ำอย่างทันท่วงทีรวม 5 ครั้ง เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและเสริมสร้างความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทั่วทั้งลุ่มน้ำ ประการที่สี่ คือการผลักดันความร่วมมือที่เน้นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ภายใต้การสนับสนุนด้านงบประมาณและเทคโนโลยีจากรัฐบาลจีน ได้มีการดำเนินโครงการความร่วมมือในกลุ่มประเทศแม่น้ำโขงที่มีลักษณะ “ขนาดเล็กแต่ทรงพลัง” รวมทั้งสิ้น 65 โครงการ ครอบคลุมประเด็นต่างๆ อาทิ การบริหารจัดการอุทกภัยและภัยแล้งภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร ความมั่นคงของน้ำอุปโภคบริโภคในชนบท การบริหารจัดการความปลอดภัยของเขื่อน การบริหารจัดการลุ่มน้ำขนาดเล็กแบบครบวงจร ความร่วมมือด้านกำลังการผลิตทางชลประทาน การชลประทานแบบประหยัดน้ำ และมาตรฐานทางเทคนิคด้านทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าพลังน้ำ
ส่วน “ปฏิบัติการน้ำดื่มสะอาดล้านช้าง-แม่โขง” ได้สร้างสรรค์ระบบประปาชนบทจำนวน 110 แห่งในประเทศกัมพูชา ประเทศลาว และประเทศเมียนมา เพื่อให้บริการน้ำประปาที่ “ต้นทุนต่ำแต่คุณภาพสูง” แก่ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีผู้ได้รับผลประโยชน์กว่า 13,000 คน พร้อมทั้งเป็นโครงการต้นแบบทางเทคนิคเพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านน้ำดื่มในวงกว้างต่อไป ประการที่ห้า คือการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการจากทั้ง 6 ประเทศได้ร่วมศึกษาวิจัยกว่า 10 โครงการในประเด็นสำคัญ อาทิ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีการลงพื้นที่สำรวจตั้งแต่บริเวณต้นน้ำล้านช้าง ทะเลสาบโตนเลสาบ ไปจนถึงดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เพื่อสำรวจการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อุทกวิทยาและการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมเชิงนิเวศอย่างใกล้ชิด มุ่งแสวงหาแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการอนุรักษ์และบริหารจัดการแม่น้ำ นอกจากนี้ กิจกรรมอย่าง “สัปดาห์ล้านช้าง-แม่โขง”และ “โครงการทริปล้านช้าง-แม่โขง” ยังช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ นักวิชาการ และเยาวชน ส่งผลให้แนวคิด “ดื่มน้ำสายเดียวกัน มีอนาคตร่วมกัน” หยั่งรากลึกในจิตใจของประชาชนมากยิ่งขึ้น
ลุ่มแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงมีปริมาณทรัพยากรน้ำเฉลี่ยต่อหัวประมาณ 6,500 ลูกบาศก์เมตร โดยมีอัตราการพัฒนาและใช้ประโยชน์ทรัพยากรน้ำอยู่ที่ร้อยละ 13 ซึ่งถือเป็นต้นทุนทรัพยากรที่มีศักยภาพเพียงพอต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ตลอดจนขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนของประชาชนริมฝั่งน้ำ ทั้งนี้ ด้วยฐานะการเป็นเพื่อนบ้าน มิตรแท้ พี่น้อง และพันธมิตรที่ดีต่อกันของทั้ง 6 ประเทศล้านช้าง-แม่โขง หากเรายังคงยึดมั่นในหลักการ “ร่วมหารือ ร่วมสร้างสรรค์ และร่วมแบ่งปันผลประโยชน์” พร้อมเคารพสิทธิอันชอบธรรมของทุกประเทศในการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างสมเหตุสมผล ตลอดจนดูแลเกื้อกูลและร่วมกันแก้ไขปัญหาผ่านการหารือ เราย่อมสามารถฟันฝ่าอุปสรรคและความท้าทายในการบริหารจัดการลุ่มน้ำเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์แม่น้ำล้านช้าง-แม่โขงให้เป็นสายน้ำแห่งความผาสุขที่เกื้อกูลประโยชน์แก่ประชาชนในลุ่มน้ำอย่างแท้จริง
เมื่อมองไปยังอนาคต พวกเราพร้อมประสานมือร่วมกันเผชิญความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำในกระบวนการสร้างความทันสมัย พร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเหมาะสม โดยมุ่งกำหนดทิศทางการพัฒนาที่เน้นการประหยัดน้ำ สร้างความประสานเกื้อกูลระหว่างมนุษย์กับสายน้ำ บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนเดินหน้าเชื่อมโยงนโยบายการบริหารจัดการน้ำของทั้ง 6 ประเทศลุ่มน้ำ พยายามยกระดับการบริหารจัดการทั่วทั้งลุ่มน้ำ เพื่อขับเคลื่อนแถบพัฒนาเศรษฐกิจล้านช้าง-แม่โขงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และร่วมกันสร้างประชาคมล้านช้าง-แม่โขงที่มีอนาคตร่วมกันอย่างแน่นแฟ้น
Photo - สะพานข้ามแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง ที่เมืองจิ่งหง ประเทศจีน ภาพโดย Cangminzho/Wikipedia (CC BY-SA 4.0)