โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เชียงใหม่วิกฤตแล้ว จมฝุ่นเบอร์ 1 โลกต่อเนื่อง แพทย์เตือนอันตรายขั้นรุนแรง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 มี.ค. เวลา 05.13 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. เวลา 04.56 น.

เชียงใหม่วิกฤตแล้ว จมฝุ่นเบอร์ 1 โลกต่อเนื่อง แพทย์เตือนอันตรายขั้นรุนแรง

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่ว่า เข้าขั้นวิกฤตแล้ว เนื่องจากลมนิ่ง ทำให้ฝุ่นสะสมคลุมเมืองในแทบทุกอำเภอ หลังเกิดไฟไหม้ป่าเป็นบริเวณกว้าง พบจุดความร้อนพุ่งแตะ 1,000 จุด ตลอดทั้งวัน โดยรอบเช้านี้ระบบดาวเทียมตรวจพบ 651 จุด ในเขตตัวเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่ แอพพลิเคชั่น AirVisual วัดค่าคุณภาพอากาศพบว่า AQI สูง 220 แย่ติดอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่อง

นายเจน หาญณรงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ช่วงสองวันที่ผ่านมา ความเร็วลมที่สนามบินเชียงใหม่ในช่วงบ่ายจัดว่าแรงมากผิดปกติ ทำให้ไฟป่าลุกลามได้รวดเร็วอย่างน่ากังวล ไฟกองเล็กๆ สามารถขยายตัวเป็นไฟขนาดใหญ่ได้ภายในเวลาเพียง 2-3 วันเท่านั้น เมื่อดูพยากรณ์ “อัตราการระบายอากาศ” (ventilation rate) ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับความเร็วลมใกล้ผิวพื้น จะเห็นชัดว่าภาคเหนือกำลังเผชิญสัปดาห์ที่ลมแรงต่อเนื่องอย่างผิดปกติอย่างยิ่ง ในบริบทของฤดูฝุ่นที่ผ่านมา แทบไม่เคยเห็นลักษณะลมแบบนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องเช่นนี้มาก่อน

ในขณะเดียวกัน ยังมีการจุดเผาโดยไม่ควบคุม จากชายชุดดำที่ไม่สนใจทั้งสิ่งแวดล้อมและสังคม ปัจจัยเสี่ยงที่ควรทำให้ต้องระมัดระวังมากขึ้น กลับกลายเป็นแรงส่งให้เกิดการเผาหนักขึ้น และยิ่งมีไฟป่าควบคุมไม่ได้มากเท่าไร ยิ่งเชื้อเชิญให้พวกเขาออกมาเผาตามได้มากเท่านั้น เมื่อทุกอย่างมารวมกัน ทั้งลมแรงผิดปกติ เชื้อเพลิงที่แห้ง และการจุดไฟที่ไม่ยั้งคิด สถานการณ์จึงเข้าใกล้คำว่า “perfect storm” อย่างยิ่ง ปีนี้จึงมีแนวโน้มสูงที่จะเป็นปีวิบัติของไฟป่า จากการจุดเผาที่เกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงที่ลมแรงที่สุด ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า สถานการณ์จะลุกลามไปได้ไกลแค่ไหน

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) สรุปสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ณ เวลา 07.00 น. ประจำวันที่ 29 มีนาคม 2569 ในพื้นที่รับผิดชอบพบว่า PM2.5 มีค่าระหว่าง 41.5-193.8 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพบพื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพพื้นที่ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 41.5 มคก./ลบ.ม. ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ PM2.5 =57.8 มคก./ลบ.ม. และต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5 = 74.8 มคก./ลบ.ม.

และพบพื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน คุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย PM2.5 = 81.0 มคก./ลบ.ม. ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย PM2.5 = 154.6 มคก./ลบ.ม. ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย PM2.5 =140.6 มคก./ลบ.ม. ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 100.7 มคก./ลบ.ม. ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 114.2 มคก./ลบ.ม. ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 193.8 มคก./ลบ.ม. ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 88.7 มคก./ลบ.ม. ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน PM2.5 = 111.8 มคก./ลบ.ม. ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน PM2.5 = 174.5 มคก./ลบ.ม. ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5 = 123.5 มคก./ลบ.ม. และต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5 = 98.0 มคก./ลบ.ม.

คาดการณ์การสะสมของฝุ่นละอองภาพรวมภาคเหนือวันพรุ่งนี้ คุณภาพอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จากคาดการณ์การระบายอากาศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ “ดี” ในช่วงวันที่ 29 มี.ค. อัตราระบายอากาศรายชั่วโมงระหว่างวันมีค่าน้อยกว่า 24,000 ตารางเมตรต่อวินาที โดยในช่วงเวลา 19.00-10.00 น. เป็นช่วงที่อัตราระบายอากาศต่ำ

ขณะที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ หรือหมอเก่ง ผู้อำนวยการศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ เผยแพร่บทความว่า เช้าวันนี้ อาทิตย์ 29 มีนาคม 2569 มองไปทางไหนก็เหมือนมีหมอก… แต่ความจริงมันคือฝุ่นพิษที่กำลังทำร้ายเรา! เช้านี้ตื่นมาพร้อมกับท้องฟ้าสีหม่นจนมองไม่เห็นดอยสุเทพ หรือตึกสูงหน้าบ้าน หลายท่านอาจจะคิดว่าเป็นหมอกยามเช้าที่สวยงาม แต่พอเช็กแอปพลิเคชันดูค่าฝุ่นแล้วต้องตกใจ เพราะตัวเลขพุ่งสูงถึง 350 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร! ตัวเลขระดับนี้ไม่ใช่แค่ “อากาศไม่ดี” แต่มันคือ “ระดับอันตรายขั้นรุนแรง” ที่ส่งผลกระทบต่อทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่ปอด หัวใจ ไปจนถึงกระดูกและข้อที่หมอเก่งดูแลอยู่ด้วยครับ วันนี้หมอจะมาบอกวิธีเอาตัวรอดในวันที่อากาศเข้าขั้นวิกฤตแบบนี้ครับ

ฝุ่น PM2.5 ในระดับ 350 ไมโครกรัมฯ ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด แต่มันกระตุ้นการอักเสบทั่วร่างกาย จนทำให้โรคเรื้อรังต่างๆ กำเริบขึ้นมาได้ทันที

อธิบายฝุ่นพิษแบบเข้าใจง่าย: ฝุ่นจิ๋ว…เศษแก้วล่องหนในกระแสเลือด

ลองนึกภาพตามหมอนะครับ ฝุ่น PM2.5 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กมาก เล็กกว่าเส้นผมเราถึง 20 เท่า!

ถ้าเปรียบปอดเราเป็น “มุ้งลวด” ฝุ่นปกติทั่วไปจะติดอยู่ที่มุ้งลวด แต่เจ้า PM2.5 นี้มันเล็กจนลอดผ่านมุ้งลวดเข้าไปได้ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ มันไม่ได้หยุดแค่ที่ปอด แต่มันสามารถซึมเข้าสู่ “กระแสเลือด” ได้โดยตรงครับ

เปรียบเหมือนมี “เศษแก้วขนาดจิ๋ว” ลอยล่องอยู่ในเลือดของเรา เมื่อมันไหลไปที่ไหน มันก็สร้างความอักเสบที่นั่น ไปที่หัวใจก็ทำให้หัวใจทำงานหนัก ไปที่สมองก็ทำให้มึนงง หรือไปที่ข้อต่อก็กระตุ้นให้เกิดการอักเสบและปวดมากขึ้นนั่นเองครับ

ความรู้พื้นฐานของฝุ่น PM2.5 (Particulate Matter 2.5)

ฝุ่น PM2.5 คือ อนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ ควันรถ และกิจกรรมอุตสาหกรรม

ระดับอันตรายในตอนนี้ (350 ไมโครกรัมฯ):
ในประเทศไทย เรากำหนดค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงไว้ที่ไม่ควรเกิน 37.5 ไมโครกรัมฯ แต่ตอนนี้เราเจอไปถึง 350 ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานเกือบ 10 เท่า! ระดับนี้ทางการแพทย์ถือว่าเป็นภาวะวิกฤต (Hazardous) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทุกคน ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มเสี่ยง

อาการที่เกิดได้ทันที: แสบตา น้ำตาไหล ตาแดง แสบจมูก คันคอ ไอ จาม ผิวหนังอักเสบ เป็นผื่นคัน แน่นหน้าอก หายใจลำบาก

5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ร่างกายพังเพราะฝุ่น
โรคประจำตัว: โดยเฉพาะโรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง หัวใจ และโรคข้ออักเสบ
อายุ: เด็กเล็ก (ปอดกำลังพัฒนา) และผู้สูงอายุ (ภูมิคุ้มกันน้อย)
กิจกรรมกลางแจ้ง: ยิ่งออกกำลังกายกลางแจ้ง ปอดยิ่งสูดฝุ่นเข้าไปลึกและมากเป็นทวีคูณ
ระยะเวลาที่สัมผัส: ยิ่งอยู่นอกอาคารนาน ร่างกายยิ่งสะสมพิษสะสมมากขึ้น
การไม่ป้องกัน: การสวมหน้ากากผ้าธรรมดา ไม่สามารถกันฝุ่นจิ๋วนี้ได้เลย

การตรวจวินิจฉัยเมื่อได้รับฝุ่นเกินขนาด
หากท่านเริ่มมีอาการผิดปกติ หมอจะทำการตรวจดังนี้ครับ:
การตรวจร่างกาย: ฟังเสียงปอด ดูความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด และวัดความดันโลหิต
เอกซเรย์ปอด (Chest X-ray): เพื่อดูว่ามีการอักเสบหรือภาวะแทรกซ้อนในปอดหรือไม่
การตรวจสมรรถภาพปอด: วัดแรงลมเพื่อดูว่าทางเดินหายใจตีบตันหรือไม่
การตรวจเลือด: ดูค่าการอักเสบในร่างกาย (CRP) หรือภาวะเลือดหนืด
การตรวจพิเศษอื่นๆ: เช่น คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) หากมีอาการแน่นหน้าอก
แนวทางการปฏิบัติตนและการรักษา

เมื่อค่าฝุ่นสูงถึง 350 ไมโครกรัมฯ ให้ทำตามขั้นตอน “หยุด-ปิด-สวม” ดังนี้ครับ:

1.ปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด):
หยุดกิจกรรมกลางแจ้ง 100%: ไม่ว่าจะเป็นการเดินออกกำลังกาย หรือการทำงานนอกอาคาร
ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด: หากมีเครื่องฟอกอากาศให้เปิดใช้งานตลอดเวลาและหมั่นเช็กแผ่นกรอง

2.การป้องกันส่วนบุคคล:
สวมหน้ากาก N95 เท่านั้น: หน้ากากอนามัยสีเขียวธรรมดากันไม่ได้ครับ ต้อง N95 และต้องสวมให้กระชับแนบสนิทกับใบหน้า

3.การใช้ยา:
หากมีอาการระคายเคืองตา ให้ใช้น้ำเกลือล้างตาหรือน้ำตาเทียม
หากมีอาการไอหรือคันคอ ทานยาลดอักเสบหรือยาแก้แพ้ตามอาการ
คนที่มีโรคประจำตัว ต้องทานยาประจำตัวอย่างเคร่งครัด ห้ามขาดยาเด็ดขาด

4.การฉีดพ่นและล้างจมูก:
การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือช่วยล้างเอาฝุ่นที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกออกไปได้ส่วนหนึ่งครับ

5.การพบแพทย์ (กรณีฉุกเฉิน):
หากมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หน้ามืด หรือปากเขียว ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีครับ
พยากรณ์โรค: ผลกระทบนี้อยู่นานแค่ไหน?
อาการระคายเคืองเบื้องต้นจะหายไปภายใน 1-2 วันหลังจากเราอยู่ในพื้นที่สะอาด แต่ “ผลกระทบระยะยาว” น่ากลัวกว่าครับ การรับฝุ่นระดับ 350 ไมโครกรัมฯ ซ้ำๆ ส่งผลต่อความเสี่ยงมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจในอนาคต ดังนั้น “การป้องกัน” คือการรักษาที่ดีที่สุดครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
ทางเดินหายใจเฉียบพลัน: หอบหืดกำเริบจนหายใจไม่ได้
โรคหัวใจ: ฝุ่นทำให้เลือดหนืดและกระตุ้นให้หัวใจวายเฉียบพลันได้
การอักเสบของระบบข้อและกระดูก: งานวิจัยพบว่าฝุ่น PM2.5 กระตุ้นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และทำให้มวลกระดูกลดลง (กระดูกพรุน) ได้เร็วกว่าปกติ

5 วิธีป้องกันตนเองขั้นสูงสุด
เช็กค่าฝุ่นจากแอพพลิเคชั่นทุกชั่วโมง: เมื่อเห็นค่าเกิน 100 ก็ควรระวัง แต่ 350 คือต้องอยู่แต่ในอาคาร
ทำความสะอาดบ้านด้วยวิธี “เช็ด” แทนการ “กวาด”: เพื่อไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย
ดื่มน้ำสะอาดมากๆ: ช่วยให้ร่างกายขับสารพิษและลดความหนืดของเลือด
ทานอาหารต้านอนุมูลอิสระ: ผักใบเขียว ผลไม้รสเปรี้ยว ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
ติดตั้งแอปพลิเคชันแจ้งเตือน: เช่น AirVisual หรือ Air4Thai เพื่อวางแผนการเดินทาง

Q&A Section

Q: อยู่ในบ้านปลอดภัย 100% ไหม?
A: ไม่ครับ ฝุ่นจิ๋วลอดผ่านช่องประตูหน้าต่างได้ ควรปิดบ้านให้มิดชิดและใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA จะช่วยได้มากครับ

Q: หน้ากากอนามัยซ้อน 2 ชั้น กัน PM2.5 ได้ไหม?
A: กันได้ดีกว่าชั้นเดียวเล็กน้อย แต่ไม่เท่า N95 ครับ เพราะปัญหาคือฝุ่นจะลอดเข้าทางช่องว่างข้างแก้ม N95 จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

Q: นานแค่ไหนที่ต้องรีบมาหาหมอ?
A: ถ้ามีอาการหายใจขัด แน่นหน้าอก หรือไอต่อเนื่องจนนอนไม่ได้ แม้อยู่ในที่ร่มแล้วก็ตาม ให้มาพบหมอทันทีครับ

สรุปประเด็นสำคัญ
ค่าฝุ่น 350 ไมโครกรัมฯ คือระดับอันตรายขั้นวิกฤต ส่งผลเสียต่อทุกคน
ฝุ่นจิ๋วไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด แต่ซึมเข้ากระแสเลือดไปทำลายหัวใจ สมอง และข้อต่อได้
งดกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด และสวมหน้ากาก N95 เมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้าน
เครื่องฟอกอากาศและเครื่องกรอง HEPA คืออุปกรณ์จำเป็นในวันที่ค่าฝุ่นสูงขนาดนี้
สังเกตอาการตนเองและคนในครอบครัว หากมีอาการผิดปกติทางระบบหายใจให้รีบพบแพทย์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชียงใหม่วิกฤตแล้ว จมฝุ่นเบอร์ 1 โลกต่อเนื่อง แพทย์เตือนอันตรายขั้นรุนแรง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...