โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดใจผู้การฯ เรือสหรัฐเยือนไทย สานภารกิจอินโดแปซิฟิกเสรี-เปิดกว้าง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 29 มี.ค. เวลา 19.09 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 01.01 น.

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ถึงคิวของ เรือยูเอสเอสบลูริดจ์ (USS Blue Ridge: LCC19)เรือธงกองเรือที่ 7 ของสหรัฐ เดินทางมาถึงท่าเรือแหลมฉบัง ตามกำหนดการ หลังจากเคยมาเยือนไทยครั้งล่าสุดเมื่อเดือน มิ.ย.2567 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมเรือและได้พูดคุยกับ

นาวาเอกหลุยส์ คาตาลิน่า ผู้บังคับการเรือ ด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง แม้อากาศร้อนระอุ

ผู้การฯ เล่าว่า ในฐานะเรือธงยูเอสเอสบลูริดจ์ มีหน้าที่สองอย่าง อย่างแรกคือการให้บริการระดับเวิลด์คลาส 5CI ได้แก่ control, command, communication, cyber ,computer และ intelligence ในการบัญชาการกองเรือที่ 7 กลางท้องทะเล ส่วนหน้าที่ประการที่ 2 เรือบลูริดจ์มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับมิตรประเทศและหุ้นส่วน ซึ่งไทยเป็นพันธมิตรเก่าที่สุดประเทศหนึ่งของสหรัฐในอินโดแปซิฟิก

“นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นพันธมิตรที่ยั่งยืนระหว่างเรา” ผู้การฯ คาตาลิน่า กล่าวและว่า กองเรือที่ 7 มีฐานปฏิบัติการในญี่ปุ่น รับผิดชอบแปซิฟิกตะวันตกและมหาสมุทรอินเดีย การแวะมาท่าเรือแหลมฉบังครั้งนี้ก็เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และความรับผิดชอบของสหรัฐต่ออินโดแปซิฟิกที่เปิดกว้างและเสรี

"ผมทราบมาว่า ลูกเรือตื่นเต้นมากเลยครับที่ได้มาที่นี่เพื่อได้ชื่นชมกับวัฒนธรรมของไทย เรามั่นใจว่าเราจะมีช่วงเวลาที่ดีในการสร้างและส่งเสริมความสัมพันธ์ของเรากับผู้คนแสนน่ารักของประเทศที่สวยงามแห่งนี้ครับ" ผู้การฯ แอบหยอดก่อนเล่าต่อว่า กองเรือที่ 7 ของสหรัฐนั้นตัวผู้บัญชาการ กองเรือ และทีมงาน ถูกส่งไปประจำการที่ส่วนหน้า ณ ฐานทัพเรือโยโกสุกะในญี่ปุ่นใจกลางอินโดแปซิฟิก ส่วนเรือยูเอสเอสบลูริดจ์ก็เดินทางไปทั่วแปซิฟิกตะวันตกและมหาสมุทรอินเดีย

ในฐานะผู้บังคับการเรือ เดินทางมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ เมื่อมาประจำการในอินโดแปซิฟิก น่าสนใจว่าอะไรคือภัยคุกคามใหญ่สุดในภูมิภาคนี้ ผู้การฯ ตอบอย่างไม่ลังเล

“ความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเลครับ เราต้องการทำให้แน่ใจได้ว่า เรามีเสรีภาพการเดินเรือในอินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง”

ส่วนการตัดสินใจที่ยากที่สุดท้าทายที่สุดบนเรือยูเอสเอสบลูริดจ์ ผู้การฯ กล่าวว่า การเป็นผู้บังคับการเรือมีความรับผิดชอบมากมาย

“ผมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของกำลังพล ความปลอดภัยของเรือ และความปลอดภัยในทุกเส้นทางการเดินเรือในอินโดแปซิฟิก ซึ่งผมรักภาคภูมิใจในการทำหน้าที่ และจะทำอย่างดีที่สุดครับ”

ก่อนถึงเมืองไทยยูเอสเอสบลูริดจ์มาจากฟิลิปปินส์ การเดินทางจะต้องแล่นผ่านทะเลจีนใต้ จุดฮอตสปอตในอินโดแปซิฟิก ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการเผชิญหน้ากับเรือจีน หรือพบความผิดปกติ/ภัยคุกคามต่อเสรีภาพในการเดินเรือบ้างหรือไม่ ผู้การฯ คาตาลิน่า กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้เรื่องการเผชิญหน้ากับเรือจีน แต่สิ่งที่ให้ความสำคัญระหว่างการลาดตระเวนคือต้องการให้การเดินเรือและลูกเรือทุกคนปลอดภัย

“ความท้าทายก็คือเรือประมงทุกลำ แต่ผมก็มั่นใจในทีมควบคุมเรือ ไว้ใจทีมวิศวกรทำให้เราใช้ความเร็วได้ดังต้องการแต่เหนือสิ่งอื่นใด มันเป็นการเดินทางที่สวยงามและท้าทายมากกับการจราจรทางทะเลที่หนาแน่นตลอดทะเลจีนใต้”

ด้วยภารกิจหนาแน่น การพูดคุยกับผู้สื่อข่าวจึงมีเพียง 10 นาที ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางอันร้อนแรง ผู้สื่อข่าวถามคำถามสุดท้ายถึงปลายทางถัดไปหลังจากเมืองไทย ยูเอสเอสบลูริดจ์จะไปตะวันออกกลางหรือไม่ ซึ่งผู้การฯ คาตาลิน่า ไม่สามารถตอบคำถามได้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติการ

“แต่ตอนนี้เราให้ความสำคัญกับการเยือนประเทศไทยครับ” คำตอบสั้นๆ แต่บ่งบอกชัดเจนถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นยาวนาน

รู้จักเรือยูเอสเอสบลูริดจ์ เรือธงเมื่อชาติต้องการ

ยูเอสเอสบลูริดจ์ (LCC 19) ตั้งชื่อตามเทือกเขาบลูริดจ์ ในทิวเขา Appalachian ทางทิศตะวันออกของสหรัฐอเมริกา และปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ในกองเรือแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดในน่านน้ำเวียดนามเหนือ ปี 2516 การอพยพคนจากเมืองไซง่อน ประเทศเวียดนาม ปี 2518 และปฏิบัติการในฐานะเรือธงของผู้บัญชาการ กองบัญชาการกลางกองทัพเรือสหรัฐฯ ระหว่างปฏิบัติการ Operations Desert Shield และ Desert Storm ในปี 2533 และ 2534 เป็นเวลา 9 เดือนครึ่ง

ยูเอสเอสบลูริดจ์ ออกแบบมาตั้งแต่ต้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการบัญชาการและการสื่อสาร ในการสนับสนุนปฏิบัติการยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ โดยประจำการมาตั้งแต่ปี 2522 ในฐานะเรือบัญชาการของกองเรือที่ 7 และออกปฏิบัติการในพื้นที่เมืองโยโกสุกะ ประเทศญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้เข้าสู่น่านน้ำของสหรัฐอเมริกาเลยเป็นเวลา 31 ปี ยกเว้นที่เกาะกวม ถือเป็นเรือสหรัฐที่มีประวัติการออกปฏิบัติการต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือสหรัฐ

ปัจจุบัน เรือขนาดน้ำหนัก 18,500 ตันลำนี้ เป็นเรือบัญชาการที่มีสมรรถนะสูงที่สุดที่เคยมีมา ทั้งยังมีระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งช่วยให้ผู้บัญชาการกองเรือที่ 7 และกำลังพลสามารถปฏิบัติการของกองกำลังสหรัฐ และกองทัพเรือของชาติพันธมิตร จากระยะไกลได้ทั่วภูมิภาค

ยูเอสเอสบลูริดจ์เป็นเรือเพียงลำเดียวของกองทัพเรือสหรัฐซึ่งมีผู้บัญชาการกองเรือและกำลังพลประจำอยู่ตลอดทั้งปี และยังทำหน้าที่เป็นเรือธงของกองกำลัง Commander Joint Task Force (CJTF) เมื่อชาติต้องการอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...