โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สุริยะ” กางแผนรับมือ “ซูเปอร์เอลนีโญ” สั่งกรมชลฯ-ฝนหลวง ระดมสรรพกำลังช่วยเกษตรกร

The Better

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
“สุริยะ” ชู 4 ยุทธศาสตร์ รับมือ “ซูเปอร์เอลนีโญ” สั่งกรมชลประทาน-ฝนหลวง ระดมสรรพกำลังช่วยเกษตรกรทั่วประเทศ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกในการรับมือปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ที่ส่งผลกระทบให้สภาพอากาศร้อนจัดและปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมเป็นวงกว้างในปีนี้

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมมาตรการเชิงรุก เน้นชู 4 ยุทธศาสตร์ “กักเก็บ-เติมน้ำ-ปรับเปลี่ยน-เฝ้าระวัง” เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินงานตามยุทธศาสตร์เร่งด่วน ดังนี้ 1) บริหารจัดการน้ำแบบหยดสุดท้าย (Water Management) มอบหมายให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำในเขื่อนหลักอย่างเคร่งครัด โดยเน้นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก และวางแผนกระจายน้ำเข้าสู่ระบบคลองส่งน้ำให้ทั่วถึงพื้นที่เกษตรกรรมที่กำลังรอการเก็บเกี่ยว 2) ปฏิบัติการฝนหลวงล่าความชื้น (Rainmaking) มอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ำซาก เพื่อปฏิบัติการเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำและสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าไม้และพื้นที่ไร่นาโดยทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย 3) ส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง ใช้น้ำน้อย (Crop Substitution) รณรงค์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืชระยะสั้นที่ใช้น้ำน้อยและมีตลาดรองรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการยืนต้นตายของพืชผล และ 4) ระบบเตือนภัยและการเยียวยา (Early Warning & Relief) โดยศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร

ด้านนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผย ทุกหน่วยงานมีความพร้อมปฏิบัติตามข้อสั่งการ โดยเร่งจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจทำให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง พร้อมเดินหน้าประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเตรียมรับมือ พร้อมกับ ยกระดับการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครของหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ร่วมเป็นกลไกในดำเนินการและประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเตรียมความพร้อมในการดูแลพืชผลทางการเกษตร และเตรียมเคลื่อนย้ายปศุสัตว์หากเกิดสถานการณ์เร่งด่วน รวมถึงการให้บริการแบบ One Stop Service ผ่านแอปพลิเคชั่น “ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช” (Pirunraj Agricultural Service Center) อีกช่องทางหนึ่ง

อีกทั้งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำร่วมกับหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาและชลประทาน เพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเอลนีโญ พร้อมจัดทีมแนะนำเกษตรกรปรับเปลี่ยนแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ลดความเสี่ยงจากผลผลิตเสียหาย รวมถึงเตรียมมาตรการช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที เพื่อประคับประคองรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...