มีจริง! โผหุ้นปันผลสูงมาก
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - ในเชิงฤดูกาลเดือนพฤษภาคมมักเป็นช่วงอ่อนตัวของตลาด โดยอิงสถิติปี 2014–2025 SET Index ปรับลงเฉลี่ยราว 1% (โอกาส ~60%) สอดคล้องกับดัชนีหุ้นปันผลสูง SETHD Index ที่ปรับลงเฉลี่ยราว 1.3% (โอกาส ~70%) ขณะที่กลุ่มธนาคารซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุนสายปันผล มักเริ่มอ่อนตัวตั้งแต่เดือนเมษายนเฉลี่ย 2.8% จากแรงขายหลังขึ้นเครื่องหมาย XD ก่อนจะปรับลงต่ออีกเล็กน้อยราว 0.8% ในเดือนพฤษภาคม (โอกาส ~75%) (ที่มา-บล.บัวหลวง)
หลังจากนั้น จึงเริ่มสร้างฐานและทยอยฟื้นตัวในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม สะท้อน pattern ของแรงขายเชิงเทคนิคมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้น การปรับฐานในเดือนพฤษภาคมจึงควรถูกมองเป็น “window of accumulation” สำหรับการสะสมหุ้นปันผลคุณภาพ มากกว่าการลดความเสี่ยงตาม seasonality แบบเดิม
ปัจจุบัน Dividend yield ตลาดอยู่ที่ราว 3.8% เทียบพันธบัตร 10 ปีที่ 2.1% ทำให้ yield gap อยู่ที่ ~1.7% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว +1SD และใกล้ระดับช่วงโควิด สะท้อนว่าหุ้นปันผลยังอยู่ในโซนน่าสะสม
โดยกลุ่มหุ้นที่ยังมีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลในระดับสูงมาก-เกินค่าเฉลี่ย 10 ปีเกิน 2SD ใกล้ช่วงโควิด มี 5 หุ้น เช่น KTB (6.7%), KBANK (6.3%), COM7 (5.2%), BDMS (4.3%), CPN (4.2%)
มี 3 หุ้นที่ยังมีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลในระดับสูง-เกินค่าเฉลี่ย 10 ปีเกิน 1SD เช่น SCB (8.0%), PTT (6.0%), TLI (5.7%)
ภายใต้ worst-case scenario แม้ yield จะถูกปรับลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับสูง เช่น 4 หุ้น SCB ~7.6%, KTB ~6.4%, KBANK ~6.0%, BBL ~6.2%
ขณะที่กลุ่ม defensive อย่าง ADVANC (~4.5%), BDMS (~4.1%) และ CPN (~4.0%) ยังมี downside จำกัด
โดยรวมสะท้อนให้เห็นว่า “หุ้นปันผลคุณภาพ” ยังคงสามารถรักษาระดับ Dividend Yield ได้ในระดับสูง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว สะท้อนความยืดหยุ่นของกระแสเงินสด และชี้ชัดว่ามุมมองว่า Dividend Yield ยังคงเป็น buffer สำคัญในการรองรับความผันผวนของตลาดในภาวะที่การเติบโตของกำไรยังจำกัด
ประเด็นสำคัญคือ “Dividend timing” เริ่มเปลี่ยนไป โดยในอดีตการซื้อก่อน XD มักให้ผลตอบแทนรวมใกล้ศูนย์หรือติดลบเล็กน้อย แต่ในช่วง 2–3 ปีหลัง total return กลับเป็นบวกชัดเจน สะท้อนว่าตลาดเริ่มให้มูลค่ากับ income มากขึ้น และ yield ระดับสูงช่วยดูดซับ downside ได้ (การเปลี่ยนผ่านจาก “seasonality-driven exit” ไปสู่ “income-driven positioning” มากขึ้นในรอบปัจจุบัน)