โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อนุทิน สั่งขยายผลทลายคลังแสงหนุ่มจีน ยันเช็กบิลครบวงจรไม่เว้นหน้าไหน หากเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์-อาวุธสงคราม

สยามนิวส์

เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 10.51 น. • ผู้สื่อข่าวนครบาล
เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 12 พ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณี นายหมิงเฉิน ซัน ชายชาวจีนวัย 31 ปี ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำที่ จ.ชลบุรี

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 12 พ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณี นายหมิงเฉิน ซัน ชายชาวจีนวัย 31 ปี ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำที่ จ.ชลบุรี จนนำไปสู่การขยายผลทลายคลังแสงอาวุธสงครามร้ายแรง โดยระบุว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนว่ามีความเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ใครที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดก็ต้องถูกดำเนินคดี การที่เขาอยู่เมืองไทยมาหลายปีอาจจะรู้จักคนนึงคนนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ขอเตือนว่าอย่าไปร่วมกระทำความผิดด้วย ส่วนจะอยู่ระดับไหนในแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น ต้องสอบถามทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวน

สำหรับกรณีการประสานงานจากทางกัมพูชาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่ม B-S-Q หรือไม่นั้น นายอนุทิน ชี้แจงว่าเน้นรูปคดีจากการสอบสวนเป็นหลัก โดยใช้ข้อมูลจากตัวผู้ต้องหาและพยานแวดล้อม ซึ่งได้รับรายงานจากผู้บัญชาการตำรวจมาโดยตลอดว่าสามารถขยายผลไปได้ ไม่ต้องกังวล หากพาดพิงถึงใครต้องดำเนินคดีทุกคน ส่วนอุปกรณ์อาวุธและระเบิดตั้งใจจะมาก่อเหตุในไทยหรือกัมพูชานั้น ถือเป็นรายละเอียดของข้อมูลที่มีความอ่อนไหว

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมั่นใจว่ายังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ รัฐบาลและตำรวจพร้อมดูแลความปลอดภัย ซึ่งเป้าหมายของผู้ต้องหารายนี้เป็นเป้าหมายเฉพาะจุด ไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายที่จะมาทำร้ายบุคคลทั่วไป ขณะนี้ได้ควบคุมตัวขยายผลไปถึงภรรยาและเครือข่ายต่าง ๆ แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีศักยภาพสืบไปถึงต้นตอได้แน่นอน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าลักษณะเหมือนทหารรับจ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่าดูเป็นคนธรรมดา และหวังว่าคงไม่มีนักการเมืองคนไหนให้การสนับสนุนกระทำผิดกฎหมาย หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องตนจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะไม่มีใครสามารถวิ่งเต้นกับตนได้ ส่วนกรณีที่พบระเบิด C4 และปืนจำนวนมากนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ความบกพร่องของมาตรการ แต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ใครก็ตามที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถครอบครองอาวุธเหล่านี้ได้ ซึ่งกรณีนี้จะทำให้ตำรวจมีความมั่นใจในการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตนมีนโยบายไม่ต่อใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน เมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ยังคงนโยบายเดิม ซึ่งปัจจุบันกำกับดูแลทั้งตำรวจ มหาดไทย และกลาโหม ดังนั้นใบพกปืนที่เคยได้รับอนุมัติไปปีก่อนจะหมดอายุภายในเดือนกันยายนนี้ทั้งหมด หลังจากนี้หากใครพกพาอาวุธโดยไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐถือว่าผิดกฎหมายและมีโทษรุนแรง

ส่วนประเด็นเรื่อง อีดีการ์ด (ED Card) และกลุ่มผู้ใช้พาสปอร์ตที่เข้ามาสร้างความเดือดร้อน นายอนุทินชี้แจงว่า เจตนารมณ์ของโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันคือการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการลงทุน แต่อาจมีคนบางกลุ่มอาศัยช่องโหว่มาทำผิดกฎหมาย ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมได้ตลอดไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติดหรือแก๊งสแกมเมอร์

สำหรับมาตรการสแกนชาวจีนที่จะเข้ามานั้น ทาง ตม. มีการตรวจสอบประวัติอยู่แล้ว รวมถึงกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ก็เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการให้สัญชาติที่แทบไม่มีการอนุมัติในช่วงหลัง ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบให้รัดกุมยิ่งขึ้นเพื่อจัดการกับคนผิดโดยไม่ให้กระทบต่อภาพรวมของประเทศ

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...