CPALL ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2%
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #CPALL ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2%
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) CPALL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2% YoY จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก รวมถึงการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (EBIT) เพิ่มขึ้น 12.6% YoY มาอยู่ที่ 16,157 ล้านบาท
รายได้รวมไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 267,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% YoY ขณะที่รายได้จากการขายสินค้าและบริการอยู่ที่ 259,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า รวมถึงกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ
บริษัทระบุว่ากลยุทธ์ด้านสินค้าและกลยุทธ์ O2O ของแต่ละหน่วยธุรกิจยังตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคได้ดี โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม 7Delivery และ All Online ซึ่งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของยอดขาย
กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการอยู่ที่ 58,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% YoY ตามการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22.7% ใกล้เคียงกับปีก่อน
ด้านค่าใช้จ่าย บริษัทมีต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวม 51,309 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% YoY โดยค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายอยู่ที่ 43,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% YoY ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 4.2% YoY เหลือ 7,550 ล้านบาท
โครงสร้างค่าใช้จ่ายหลักประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน 32%, ค่าเช่าและค่าเสื่อมราคา 19%, ค่าสาธารณูปโภคและอื่น ๆ 24%, ค่าบริหารร้านสะดวกซื้อ 13% และค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย 12%
สำหรับธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของกลุ่ม มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 121,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% YoY โดยยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันอยู่ที่ 85,998 บาท ขณะที่ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เพิ่มขึ้น 1.9% YoY
บริษัทระบุว่าแรงหนุนสำคัญมาจากสภาพอากาศร้อนตั้งแต่ต้นปี การเลือกตั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางในประเทศ รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน
ยอดซื้อต่อบิลเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 90 บาท และมีจำนวนลูกค้าเฉลี่ย 958 คนต่อสาขาต่อวัน โดยรายได้ประมาณ 11% ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังมาจากช่องทาง O2O เช่น 7Delivery และ All Online
สัดส่วนรายได้จากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นเป็น 76.3% ของรายได้รวม จากการออกสินค้าใหม่และโปรโมชั่นที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย ขณะที่สินค้าอุปโภคมีสัดส่วน 23.7%
ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีกำไรขั้นต้น 36,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% YoY และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 29.6% จาก 29.4% ในปีก่อน จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
ด้านรายได้อื่นของธุรกิจร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 7,820 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5% YoY จากรายได้การใช้ประโยชน์พื้นที่สาขา รวมถึงการรับรู้เงินปันผลจากบริษัทย่อยจำนวน 1,450 ล้านบาท
ขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารของธุรกิจร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 34,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% YoY ตามการขยายสาขา ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าโฆษณาส่งเสริมการขาย
ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 CPALL มีร้าน 7-Eleven ในประเทศไทยรวม 16,084 สาขา เพิ่มขึ้นสุทธิ 139 สาขาในไตรมาสนี้ แบ่งเป็นสาขาของบริษัท 8,289 สาขา และร้าน SBP กับร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต 7,795 สาขา โดยประมาณ 86% ของสาขาทั้งหมดเป็นร้านเอกเทศ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีร้าน 7-Eleven ใน สปป.ลาว 30 สาขา และในกัมพูชา 63 สาขา
สำหรับแนวโน้มปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ในประเทศไทยอีกประมาณ 700 สาขา พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจใน สปป.ลาว และปรับกลยุทธ์ในกัมพูชาให้เหมาะสมกับสภาพตลาด
บริษัทคาดว่าการเติบโตของรายได้จะยังมาจากยอดขายสาขาใหม่ ยอดขายสาขาเดิม และช่องทาง O2O โดยมีแนวโน้มเติบโตใกล้เคียงกับ GDP ของประเทศ ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และกำลังซื้อภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน CPALL ตั้งเป้าปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นต่อเนื่อง ผ่านการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมวางงบลงทุนปี 2569 ไว้ที่ 12,000-13,600 ล้านบาท ครอบคลุมการเปิดสาขาใหม่ การปรับปรุงสาขาเดิม การลงทุนโครงการใหม่ ศูนย์กระจายสินค้า และระบบสารสนเทศ