โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CPALL ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2%

ทันหุ้น

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 10.52 น.

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #CPALL ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2%

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) CPALL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2% YoY จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก รวมถึงการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ (EBIT) เพิ่มขึ้น 12.6% YoY มาอยู่ที่ 16,157 ล้านบาท

รายได้รวมไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 267,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% YoY ขณะที่รายได้จากการขายสินค้าและบริการอยู่ที่ 259,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า รวมถึงกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ

บริษัทระบุว่ากลยุทธ์ด้านสินค้าและกลยุทธ์ O2O ของแต่ละหน่วยธุรกิจยังตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคได้ดี โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม 7Delivery และ All Online ซึ่งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของยอดขาย

กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการอยู่ที่ 58,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% YoY ตามการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22.7% ใกล้เคียงกับปีก่อน

ด้านค่าใช้จ่าย บริษัทมีต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวม 51,309 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% YoY โดยค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายอยู่ที่ 43,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% YoY ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 4.2% YoY เหลือ 7,550 ล้านบาท

โครงสร้างค่าใช้จ่ายหลักประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน 32%, ค่าเช่าและค่าเสื่อมราคา 19%, ค่าสาธารณูปโภคและอื่น ๆ 24%, ค่าบริหารร้านสะดวกซื้อ 13% และค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย 12%

สำหรับธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของกลุ่ม มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 121,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% YoY โดยยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันอยู่ที่ 85,998 บาท ขณะที่ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เพิ่มขึ้น 1.9% YoY

บริษัทระบุว่าแรงหนุนสำคัญมาจากสภาพอากาศร้อนตั้งแต่ต้นปี การเลือกตั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางในประเทศ รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน

ยอดซื้อต่อบิลเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 90 บาท และมีจำนวนลูกค้าเฉลี่ย 958 คนต่อสาขาต่อวัน โดยรายได้ประมาณ 11% ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังมาจากช่องทาง O2O เช่น 7Delivery และ All Online

สัดส่วนรายได้จากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นเป็น 76.3% ของรายได้รวม จากการออกสินค้าใหม่และโปรโมชั่นที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย ขณะที่สินค้าอุปโภคมีสัดส่วน 23.7%

ธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีกำไรขั้นต้น 36,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% YoY และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 29.6% จาก 29.4% ในปีก่อน จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

ด้านรายได้อื่นของธุรกิจร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 7,820 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5% YoY จากรายได้การใช้ประโยชน์พื้นที่สาขา รวมถึงการรับรู้เงินปันผลจากบริษัทย่อยจำนวน 1,450 ล้านบาท

ขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารของธุรกิจร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 34,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% YoY ตามการขยายสาขา ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าโฆษณาส่งเสริมการขาย

ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 CPALL มีร้าน 7-Eleven ในประเทศไทยรวม 16,084 สาขา เพิ่มขึ้นสุทธิ 139 สาขาในไตรมาสนี้ แบ่งเป็นสาขาของบริษัท 8,289 สาขา และร้าน SBP กับร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต 7,795 สาขา โดยประมาณ 86% ของสาขาทั้งหมดเป็นร้านเอกเทศ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีร้าน 7-Eleven ใน สปป.ลาว 30 สาขา และในกัมพูชา 63 สาขา

สำหรับแนวโน้มปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ในประเทศไทยอีกประมาณ 700 สาขา พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจใน สปป.ลาว และปรับกลยุทธ์ในกัมพูชาให้เหมาะสมกับสภาพตลาด

บริษัทคาดว่าการเติบโตของรายได้จะยังมาจากยอดขายสาขาใหม่ ยอดขายสาขาเดิม และช่องทาง O2O โดยมีแนวโน้มเติบโตใกล้เคียงกับ GDP ของประเทศ ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และกำลังซื้อภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน CPALL ตั้งเป้าปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นต่อเนื่อง ผ่านการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมวางงบลงทุนปี 2569 ไว้ที่ 12,000-13,600 ล้านบาท ครอบคลุมการเปิดสาขาใหม่ การปรับปรุงสาขาเดิม การลงทุนโครงการใหม่ ศูนย์กระจายสินค้า และระบบสารสนเทศ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...