โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 พ.ค. 69 7:47: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 101.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.14%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 105.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.14 ดอลลาร์ หรือ 2%

ราคาน้ำมันดิบปิดปรับตัวลดลงในวันพุธ (13 พ.ค.) ท่ามกลางความกังวลถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่อาจสูงขึ้น หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเม.ย. ปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาความคืบหน้าของการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ณ กรุงปักกิ่ง

*** ตลาดหุ้นเอเชียเปิดไร้ทิศทางเช้านี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน และอนาคตของการค้าโลก

  • ดัชนี Nikkei 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้น 0.27% ขณะที่ดัชนี Topix ย่อลง 0.23%
  • ดัชนี Kospi ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 0.38% และดัชนี Kosdaq พุ่งขึ้น 1.31%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ปรับตัวลดลง 0.16%
  • ดัชนี Hang Seng Futures ตลาดหุ้นฮ่องกง อยู่ที่ระดับ 26,799 จุด สูงกว่าระดับปิดล่าสุดซึ่งอยู่ที่ 26,388.44 จุด

*** ดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป (Headline PPI)เดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 1.4% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าตัวเลขในเดือนมี.ค. ที่เพิ่มขึ้น 0.7% และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 0.5% ส่วนดัชนีเมื่อเทียบรายปีพุ่งสูงถึง 6% สูงกว่าประมาณการที่ 4.8% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 4.3% ในเดือนมี.ค.

สำหรับดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนสูง เพิ่มขึ้น 1% จากเดือนมี.ค. สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้กว่าเท่าตัว และเมื่อเทียบเป็นรายปี ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นถึง 5.2% สูงกว่าที่ประเมินไว้ที่ 4.3%

ดัชนี PPI ล่าสุดสะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและแผ่ขยายเป็นวงกว้าง ซึ่งสร้างความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปนานกว่าที่คาดไว้

*** วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติรับรองเควิน วอร์ช ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ ด้วยคะแนนเสียง 54 ต่อ 45 ซึ่งถือการลงมติที่สูสีที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งที่ผ่านมา วอร์ชวิจารณ์นโยบายการเงินของเฟดมาโดยตลอด และเมื่อปีที่แล้วได้สร้างความฮือฮาด้วยการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบภายในธนาคารกลาง

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เดินทางถึงกรุงปักกิ่งแล้ว เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้ คณะผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำที่มีมูลค่าสูงสุดของสหรัฐฯ อาทิ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla และเจนเซน หวง ซีอีโอ Nvidia ร่วมเดินทางไปด้วย

ผู้นำสหรัฐฯ ได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติที่สนามบิน โดยมีวงดุริยางค์และฝูงชนโบกธงต้อนรับขณะลงจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน

*** เงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่องแตะ157.78 ต่อดอลลาร์วานนี้หลังดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ (CPI)ออกมาสูงกว่าคาด และทำให้ตลาดประเมินโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)จะขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนในการดำเนินนโยบายของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ)และช่องว่างดอกเบี้ยที่อาจกว้างขึ้นยังคงกดดันค่าเงินเยนต่อเนื่อง

*** สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมรัฐสภาและทรงแถลงวาระการดำเนินงานของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่กำลังเผชิญกับความสั่นคลอนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรี เผชิญกับกระแสกดดันอย่างหนักให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดแรงเทขายอย่างรุนแรงในตลาดพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษในการซื้อขายวันก่อน

*** ราคาหุ้นของ Cisco พุ่งขึ้น 15% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด หลังประกาศผลประกอบการและตัวเลขคาดการณ์ที่สูงกว่าการประมาณการของวอลล์สตรีท ขณะเดียวกันบริษัทเปิดเผยว่ามีแผนจะปรับลดพนักงานในไตรมาสนี้ลงไม่เกิน 4,000 ตำแหน่ง หรือไม่ถึง 5% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด

บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 15,840 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 15,560 ล้านดอลลาร์ที่ LSEG คาดไว้ เพิ่มขึ้น 12% จากระดับ 14,150 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3,370 ล้านดอลลาร์ จากระดับ 2,490 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

*** ปริมาณการจำหน่ายเบียร์ในสหรัฐฯ ลดลง 6.3% เมื่อเทียบรายปีในช่วงสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 2 พ.ค. สวนทางข้อมูลของ Nielsen ที่ประเมินแนวโน้มการเติบโตก่อนหน้านี้ในกลุ่มสินค้าประเภทเบียร์ เครื่องดื่มมอลต์ และไซเดอร์

ราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจเป็นปัจจัยกดดันการใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อ โดยรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นพื้นที่ที่ยอดขายเบียร์ส่งสัญญาณลดลงมากที่สุด ภาวะดังกล่าวเริ่มแพร่กระจายไปยังกลุ่มเครื่องดื่มประเภทอื่น ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงกดดันต่อผู้บริโภคในสหรัฐฯ ในวงกว้าง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...