น้ำมันโลกพุ่ง กดมาร์จิ้นโรงกลั่น
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 02.53 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.หยวนต้า เปิดเผยบทวิเคราะห์ว่า จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางได้กระทบต่อแหล่งผลิตน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและเส้นทางขนส่งทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวขึ้น แม้น้ำมันสำเร็จรูปของไทยส่วนใหญ่จะมาจากโรงกลั่นในประเทศ แต่น้ำมันดิบ (วัตถุดิบของโรงกลั่น) ส่วนใหญ่ประมาณ ±90% ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากประเทศไทยไม่มีแหล่งทรัพยากรน้ำมันดิบขนาดใหญ่ การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจึงส่งผลต่อเนื่องมายังราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (บางส่วนอาจบริหารจัดการด้วยกองทุนน้ำมัน และโครงสร้างภาษีของภาครัฐ)
ค่าการกลั่น (GRM) เป็นส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันสำเร็จรูป และต้นทุนน้ำมันดิบ (Crack Spread) ซึ่งต้องหักค่าประกันภัย ค่าขนส่ง ค่าพรีเมียมน้ำมัน ฯลฯ นอกจากนี้ค่าการกลั่นยังไม่ใช่กำไรของธุรกิจโรงกลั่น เนื่องจากยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ค่าเสื่อมราคา ดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ฯลฯ
สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ผันผวนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้แม้ปัจจุบัน Crack Spread น้ำมันสำเร็จรูปขั้นกลาง (Middle Distillate เช่น ดีเซล อากาศยาน) จะปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ราว US$50/bbl (vs ช่วงก่อนสงครามอยู่ที่ราว US$20/bbl) จาก
1) ผลกระทบโรงกลั่นในตะวันออกกลางถูกโจมตี
2) ปริมาณใช้สูงขึ้นจากการเปลี่ยนเส้นทางบิน
3) การเร่งเพิ่มปริมาณสต็อกรองรับ Disruption
4) ผลผลิตลดลงเพราะน้ำมันดิบที่ผ่านฮอร์มุสเป็นชนิดให้ Yield น้ำมันชนิดดังกล่าวสูง
อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปชนิดอื่น เช่น เบนซิน น้ำมันเตา (HSFO LSFO) พลิกเป็นติดลบ -US$1/bbl และ –US$21-38/bbl ตามลำดับ (vs ก่อนสงครามอยู่ที่ US$10/bbl และ –US$2/bbl ตามลำดับ) นอกจากนี้ค่าขนส่งยังสูงขึ้นมากเป็น US$14/bbl (vs เดิม US$2-4/bbl) เพราะอุปทานเรือในตลาดขาดแคลน ค่าประกันภัยสูงขึ้นเป็นร้อยเท่า การเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ ดังนั้น แม้ค่าการกลั่นในบางวัน (ต้นเดือนมี.ค.) อาจอยู่ระดับสูงจากการเพิ่มขึ้นของค่าการกลั่นจาก Middle Distillate Crack Spread แต่ปัจจุบันถูกหักล้างด้วยส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปชนิดอื่น และต้นทุนการจัดหาน้ำมันดิบ ทำให้สัปดาห์ล่าสุด (16 – 20 มี.ค.) ค่าการกลั่นพลิกเป็นติดลบ –US$6.6/bbl
การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบ Brent จาก US$73/bbl (ก่อนสงคราม) มาอยู่ที่ US$100/bbl ในปัจจุบัน จะทำให้แนวโน้มผลประกอบการ 1Q26 ธุรกิจพลังงานปรับตัวดีขึ้นจากการบันทึกกำไรสต็อกน้ำมัน อย่างไรก็ตาม รายการกำไรดังกล่าวเป็น Non-recurring และอาจพลิกเป็นขาดทุนสต็อกน้ำมันหากสถานการณ์สงคราม – การปิดฮอร์มุสคลี่คลาย เนื่องจากโรงกลั่นต้องรับภาระสั่งซื้อน้ำมันดิบ และค่าใช้จ่ายขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลก แต่ระยะเวลากว่าน้ำมันดิบจะเดินทางเข้าสู่กระบวนการกลั่น และจำหน่ายอาจต้องใช้เวลา 1-3 เดือน (ขึ้นอยู่กับแหล่งน้ำมันดิบ) ทำให้เกิดความเสี่ยงหากระยะเวลาข้างหน้าราคาน้ำมันปรับตัวลง
อ้างอิงเหตุการณ์สงครามรัสเซีย vs ยูเครน (เริ่มปฏิบัติการโจมตีวันที่ 24 ก.พ. 2022) โรงกลั่น 5 แห่งภายใต้ Yuanta Coverage บันทึกกำไรสต็อกน้ำมัน 1Q22 – 2Q22 รวมที่ 2.1 – 3.3 หมื่นล้านบาท/ไตรมาส แต่ 3Q22 – 4Q22 พลิกเป็นขาดทุนสต็อกน้ำมัน 2.2 – 2.9 หมื่นล้านบาท