SCG ผนึก SCBX เอ็มโอยู ด้าน AI-ทรัพย์สินทางปัญญา
SCG ผนึก SCBX ลงนามความร่วมมือด้าน AI และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ศึกษาความเป็นไปได้และพัฒนาโครงการนำร่อง ภายใต้กรอบความร่วมมือ 4 ด้าน ต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้งานจริง ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน เร่งขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว
วันที่ 23 มีนาคม 2569 บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCG และ บมจ.เอสซีบี เอกซ์ หรือ SCBX ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อพัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) มุ่งนำเทคโนโลยีขั้นสูงและงานวิจัยเชิงลึก พัฒนาต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสององค์กรอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนทิศทางเชิงกลยุทธ์ของทั้งสององค์กรในการใช้ AI และ Deep Tech เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับผลิตภาพ (Productivity) ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ
โดยผสานความเชี่ยวชาญด้าน AI, Machine Learning และ Quantum Technology ของ SCBX เข้ากับศักยภาพด้านอุตสาหกรรม การผลิต และความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของ SCG เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในระดับองค์กรขนาดใหญ่
นายปรเมศวร์ นิสากรเสน ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ - การบริหารกลาง เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจีเดินหน้ายกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในองค์กร
โดยความร่วมมือกับ SCBX ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการผสานจุดแข็งด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของเอสซีจี เข้ากับศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีขั้นสูงของ SCBX เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของทั้งสององค์กร พร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับธุรกิจและพันธมิตร ตลอดจนสนับสนุนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ด้านนายกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer บมจ. เอสซีบี เอกซ์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) กล่าวว่า SCBX เดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ความร่วมมือกับ SCG ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำที่มีความแข็งแกร่งทั้งด้านอุตสาหกรรมและการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) จะช่วยเร่งการนำงานวิจัยและเทคโนโลยีไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมต่อยอดสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนบทบาทของ SCBX ในการเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำในระดับภูมิภาค
SCG และ SCBX จะร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้และพัฒนาโครงการนำร่อง ภายใต้กรอบความร่วมมือหลัก 4 ด้าน ได้แก่
- การเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา : SCG จะถ่ายทอดกรอบกลยุทธ์ แนวปฏิบัติ และกระบวนการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่ได้รับการยอมรับในระดับอาเซียน เพื่อสนับสนุน SCBX ในการพัฒนา คุ้มครอง และบริหารทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับ AI ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างเป็นระบบ สอดรับกับการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีในระยะยาว
- การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าทางธุรกิจ : SCBX จะนำเทคโนโลยี AI, Machine Learning และ Quantum Computing ไปสนับสนุนการแก้โจทย์หลักทางธุรกิจของ SCG โดยเฉพาะในด้านการผลิตและการดำเนินงาน ขณะที่ SCG จะนำโซลูชันดิจิทัลที่ผ่านการใช้งานจริง มาต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการภายในและการพัฒนาธุรกิจใหม่ของ SCBX
- ความร่วมมือด้านการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมร่วม : ทั้งสององค์กรจะร่วมกันสำรวจหัวข้อการวิจัยขั้นแนวหน้า อาทิ Generative and Agentic AI, Quantum Technology และโมเดล AI เฉพาะทาง พร้อมทำ Proof of Concept (PoC) และ Pilot เพื่อทดสอบศักยภาพเชิงเทคโนโลยีและเชิงธุรกิจ ก่อนขยายผลสู่การใช้งานจริง
- การพัฒนาองค์ความรู้และระบบนิเวศ AI : SCG และ SCBX จะแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกด้านแนวโน้มเทคโนโลยีและ AI Foresight รวมถึงร่วมกันจัดหรือสนับสนุนกิจกรรมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศ AI และตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของภาคธุรกิจไทย
ความร่วมมือระหว่าง SCG และ SCBX ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผนึกกำลังระหว่างภาคการเงิน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันขององค์กรไทย มุ่งสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งในมิติของเทคโนโลยี นวัตกรรม และการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระดับโลก