“ฟิลิปปินส์” ประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงานแห่งชาติ มีผล 1 ปี หลังน้ำมัน-ก๊าซเสี่ยงขาดแคลน
"ฟิลิปปินส์" ประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงานแห่งชาติ มีผล 1 ปี เตรียมเพิ่มผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน เร่งสำรองน้ำมัน ขอผ่อนผันสหรัฐซื้อน้ำมันจากประเทศที่ถูกคว่ำบาตร
วันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 00.26 น. สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานแห่งชาติ จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งรัฐบาลระบุว่าอาจทำให้ประเทศเผชิญความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานอย่างรุนแรง
ภาวะฉุกเฉินดังกล่าวจะมีผลเบื้องต้นเป็นเวลา 1 ปีโดยประกาศออกมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัฐมนตรีพลังงานเปิดเผยว่า ฟิลิปปินส์มีแผนเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อควบคุมค่าไฟฟ้า หลังสงครามส่งผลกระทบต่อการขนส่งก๊าซธรรมชาติ
คำสั่งฝ่ายบริหาร ระบุว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินมีขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของอุปทานพลังงานของประเทศ โดยให้อำนาจกระทรวงพลังงานดำเนินมาตรการต่าง ๆ เช่น ป้องกันการกักตุนหรือการเก็งกำไรเชื้อเพลิง และสามารถจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อทำสัญญาจัดหาน้ำมันได้
นอกจากนี้ฟิลิปปินส์ยังอยู่ระหว่างการขอผ่อนผันจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เพื่อให้สามารถซื้อน้ำมันจากประเทศที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตรของสหรัฐ เช่น อิหร่านและเวเนซุเอลา เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน โดยเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำสหรัฐระบุว่าเรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการหารือ
รัฐบาลฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ณ วันที่ 20 มีนาคม ประเทศมีน้ำมันสำรองเพียงประมาณ 45 วัน และกำลังจัดหาน้ำมันเพิ่มอีกประมาณ 1 ล้านบาร์เรลเพื่อเพิ่มปริมาณสำรอง
ขณะเดียวกันกระทรวงแรงงานต่างประเทศของฟิลิปปินส์ได้เตรียมแผนช่วยเหลือและอพยพแรงงานฟิลิปปินส์ในตะวันออกกลาง โดยมีชาวฟิลิปปินส์ทำงานในภูมิภาคดังกล่าวประมาณ 2.4 ล้านคน รวมถึงประมาณ 31,000 คนในอิสราเอล และ 800 คนในอิหร่าน
รัฐบาลยังได้ให้เงินช่วยเหลือ 5,000 เปโซแก่คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างและแรงงานขนส่งสาธารณะทั่วประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งจัดบริการรถโดยสารฟรีให้กับนักเรียนและคนทำงานในบางเมือง
ทั้งนี้คำสั่งฉุกเฉินดังกล่าวยังให้อำนาจกระทรวงคมนาคมในการอุดหนุนค่าน้ำมันสำหรับระบบขนส่งสาธารณะ ลดหรือยกเว้นค่าทางด่วนและค่าธรรมเนียมการบิน รวมทั้งเร่งช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์วิกฤต
ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีต้นทุนพลังงานสูงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค และพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจำนวนมาก โดยประมาณ 60% ของไฟฟ้าในประเทศผลิตจากถ่านหิน
รัฐมนตรีพลังงาน ระบุว่า เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) พุ่งสูงขึ้น ประเทศจึงจำเป็นต้องพึ่งพาถ่านหินมากขึ้นเป็นการชั่วคราว โดยรัฐบาลกำลังหารือกับโรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า ซึ่งมาตรการดังกล่าวอาจเริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน
ขณะที่ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกถ่านหินรายใหญ่ ได้ยืนยันว่าจะไม่จำกัดการส่งออกถ่านหินไปยังฟิลิปปินส์ในขณะนี้
ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม ประธานาธิบดีมาร์กอสประกาศการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติใหม่ใกล้แหล่งก๊าซ Malampaya ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ผลิตไฟฟ้าให้เกาะลูซอนประมาณ 40% และคาดว่าจะหมดลงภายในไม่กี่ปี โดยการค้นพบใหม่อาจช่วยยืดอายุการใช้งานของแหล่งก๊าซดังกล่าว
อ้างอิง : www.theguardian.com