โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

นักดาราศาสตร์ระบุ ทุกครั้งที่มอง ดาว คือการมองอดีต โดยไม่รู้ตัว บางดวงอาจดับไปแล้ว แต่แสงยังเดินทาง จึงยังมองเห็น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักดาราศาสตร์ระบุ ทุกครั้งที่มอง ดาว คือการมองอดีต โดยไม่รู้ตัว ที่เดินทางมาในรูปแบบของแสง บางดวงอาจดับไปแล้ว แต่แสงยังเดินทางมาเรื่อยๆทำให้มองเห็น

วันที่ 4 พฤษภาคม นายบุญญฤทธิ์ ชุนหกิจ เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(สดร.) โพสต์ เฟซบุก ในเพจNARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ระบุว่า เมื่อเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน หลายคนมักคิดว่าเรากำลังเห็นดวงดาวในภาพปัจจุบัน ณ ขณะนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ดวงดาวที่ปรากฏต่อสายตาของเรานั้น คือ “อดีต” ที่เดินทางมาในรูปแบบของแสง
นายบุญญฤทธิ์ ระบุว่า แสง (Light) เดินทางในสุญญากาศด้วยอัตราเร็วสูงมาก ประมาณ 300 ล้านเมตรต่อวินาที นั่นหมายถึง เพียงแค่ 1 วินาที แสงสามารถเคลื่อนที่ได้ไกลถึง 300 ล้านเมตร แต่ถึงจะเร็วแค่ไหน มันก็ต้องใช้เวลาในการเดินทาง ดาวฤกษ์ (Star) ที่อยู่ห่างจากโลกหลายร้อยหรือหลายพันปีแสง (ปีแสง (Light-year) เป็นหน่วยวัดระยะทางในทางดาราศาสตร์ ไม่ใช่หน่วยเวลา มีค่าเท่ากับระยะทางที่แสงเดินทางได้ในสุญญากาศภายใน 1 ปี โดยที่ 1 ปีแสงมีค่าประมาณ 9.46 ล้านล้านกิโลเมตร) หมายความว่าแสงที่เห็นในคืนนี้ อาจจะออกเดินทางมาตั้งแต่ก่อนที่เราจะเกิดหรือก่อนที่อารยธรรมบางแห่งบนโลกของเรานั้นจะเริ่มต้นเสียอีก

นายบุญญฤทธิ์ ระบุอีกว่า ว่า ลองคิดดูว่า ดาวสว่างดวงหนึ่งในกลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ (Boötes) อย่างดาวอาร์คตุรุส (Arcturus) หรือ “ดาวดวงแก้ว” ที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “ดาวยอดมหาจุฬามณี” ซึ่งในช่วงหัวค่ำของช่วงนี้จะปรากฏสว่างเด่นทางทิศตะวันออก แม้ในวันที่ท้องฟ้ามีแสงรบกวน ดาวดวงนี้ยังคงสว่างโดดเด่นยามค่ำคืน แต่รู้ไหมว่าแสงของมันใช้เวลาประมาณ 36 ปีในการเดินทางมายังโลก แปลว่าเมื่อเรามองมันในคืนนี้ เรากำลังเห็นอดีตของดาวอาร์คตุรุส เมื่อ 36 ปีก่อน ไม่ใช่ตอนนี้จริง ๆ

“ยิ่งมองห่างไกลออกไปภาพที่เราเห็นยิ่งเก่าแก่มากขึ้น เช่น กาแล็กซีแอนโดรเมดา (Andromeda Galaxy) อยู่ห่างจากเราประมาณ 2.5 ล้านปีแสง ซึ่งภาพที่เห็นคือภาพเมื่อ 2.5 ล้านปีก่อน ในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงจุดเริ่มต้นของยุคน้ำแข็งที่หนาวเย็นและเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์ยุคแรกเริ่มหัดใช้เครื่องมือหินด้วยซ้ำ”นายบุญญฤทธิ์ ระบุ

เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร. ระบุอีกว่า ดังนั้น ทุกครั้งที่เราแหงนมองท้องฟ้า เรากำลังมองย้อนกลับไปในอดีตของเอกภพโดยไม่รู้ตัว เพราะทุกจุดแสงของดวงดาวที่สวยงามบนท้องฟ้า คือเรื่องราวจากอดีตที่เพิ่งเดินทางมาถึงสายตาของเรา บางสิ่งที่เรากำลังมองอาจไม่อยู่แล้ว ดาวบางดวงอาจจะดับไปนานแล้ว แต่แสงของดวงดาวคงเดินทางต่อเรื่อย ๆ และเพิ่งมาถึงโลกเราในคืนนี้

นักดาราศาสตร์ต่างเฝ้ามองอดีตเรื่องราวของท้องฟ้าในทุก ๆ คืนเพื่อเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ความเป็นมาของโลก ระบบสุริยะ หรือจุดเริ่มต้นของจักรวาลของเราในยุคแรกเริ่ม เกิดอะไรขึ้นบ้างนั้นยังเป็นสิ่งที่น่าค้นหา

ค่ำคืนนี้ หากใครได้ออกไปมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ลองถามตัวเราเองว่า เรากำลังมองจักรวาล ณ ตอนนี้ หรือ ประวัติศาสตร์ของจักรวาลอยู่กันแน่นะ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักดาราศาสตร์ระบุ ทุกครั้งที่มอง ดาว คือการมองอดีต โดยไม่รู้ตัว บางดวงอาจดับไปแล้ว แต่แสงยังเดินทาง จึงยังมองเห็น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...