โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"รังสิมันต์" แฉยับ เครือข่าย "เสี่ยตือ" บริจาคเงินเข้า "ภูมิใจไทย" เอี่ยว "พิพัฒน์-ไชยชนก"

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

"รังสิมันต์" แฉยับ เครือข่าย "เสี่ยตือ" บริจาคเงินเข้า "ภูมิใจไทย" เอี่ยว "พิพัฒน์-ไชยชนก" ปล่อยกู้ร้อยล้าน-ติดสินบนปราบสแกมเมอร์ บอกไม่ดำเนินคดี-ออกหมายแดงจับ "เบน สมิธ-ภรรยา" ปล่อยให้ใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ต่างประเทศ ลั่น น่าเศร้าสิ่งที่ทำได้ เป็นแค่เพียงการยืนมองการสูบกินประเทศไทยแบบหน้าด้าน ๆ โดยที่ไม่มีอำนาจใดทำอะไรได้

วันที่ 10 เม.ย. 69 ที่รัฐสภา การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 วาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในที่ประชุม

ในช่วงหนึ่งนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนลุกขึ้นอภิปราย ว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาสแกมเมอร์เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ การยึดอายัดทรัพย์ครั้งใหญ่ในประวัติศาสของ ป.ป.ง.ต่อเครือข่ายของเบน สมิธ และยิม เลียกกว่า 2 หมื่นล้าน น่าจะเป็นบทพิสูจน์ได้ดีว่าเครือข่ายการฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายทุนสีเทาในกัมพูชา เป็นเครือข่ายสำคัญต่อการทำลายเศรษฐกิจของประเทศไทย ดังนั้นถ้าเครือข่ายนี้ยังมีอิทธิพลสามารถยึดบริษัทน้ำมันรายใหญ่ไปครองได้ ไม่อยากจะคิดว่าจะส่งผลต่อสถานการณ์น้ำมันในเวลานี้อย่างไร

ก่อนหน้านี้เคยมีรัฐมนตรีบางท่านออกมาพูดว่าปัญหาการหลอกลวงออนไลน์มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ฟังเหมือนจะดูดีเพราะท่านหยิบข้อเท็จจริงเพียงแค่เดือนเดียวแล้วเอื้อนเอ่ยเอาเฉพาะมูลค่าความเสียหายที่ลดลงของเดือนนั้น ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดคิดว่าปัญหาสแกมเมอร์ดีขึ้น จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจสถิติสแกมเมอร์ต้นปี 69 ทำให้เห็นว่าข้อมูลของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลื่อนลอยจากความเป็นจริงเพราะจำนวนการแจ้งความที่เข้าข่ายเกี่ยวกับแสตมป์เมอร์มีอยู่ 3 หมื่นกว่าคดีต่อเดือน ความเสียหายอยู่ที่ระหว่าง 1,600-1,700 ล้านบาท ต่อเดือน แต่เดือน มี.ค.69 มีมูลค่าความเสียหาย 2,200 ล้านบาท ไตรมาสเดียวมีเกือบแสนคดี ความเสียหาย 5,000 กว่าล้านบาท

อีกตัวชี้วัดความสำเร็จที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลยังห่างไกลคือกรณีฮุยวัน เพย์ ที่มีความเกี่ยวโยงกับฮุน โต ลูกพี่ลูกน้องของฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ซึ่งตำรวจสอบสวนกลางมีข้อมูลฮุยวัน เพย์ แต่เราไม่เห็นการขยายผลในคดีนี้ ทั้งที่เป็นคดีที่รุนแรงกว่าคดีของเบน สมิธ และพวก ในปฏิบัติการ SKYFALL จับกุมคนร้ายที่เกี่ยวข้องกับการฝากและถอนเงินไปในประเทศเมียนมาผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว สามารถยึดเงินสดได้ 46 ล้านบาท แต่การจับกุมครั้งนี้มีแต่เพียงลูกกระจ๊อกที่สามารถหามาแทนที่ใหม่ได้เรื่อย ๆ ถ้าเรามุ่งมั่นปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง ยึดอายัดทรัพย์สิน มุ่งมั่นทลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เราจะสามารถคืนเงินให้กับพี่น้องคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อได้อย่างแน่นอน ไอที่ว่าพอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว มันต้องทำแบบนี้

กรณีของฮุยวัน เปย์ ยังพบความเชื่อมโยงมาถึงเครือข่ายของเบน สมิที่ ปปง. เคยยึดอายัดทรัพย์สินเป็นหมื่นล้านอีกด้วย ข้อมูลจากกรรมาธิการความมั่นคงฯ พบว่าได้มีการตั้งกองทุน Huione AM SA ที่สวิสเซอร์แลนด์ แม้ว่ากองทุนนี้จะปิดตัวไปแล้ว แต่จากการสืบค้นพบว่ากองทุนนี้ มีนายจอร์จ ธาน และนาย ยูจีน ถัง เป็นผู้จัดการกองทุน

นายรังสิมันต์ มั่นใจว่านายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ น่าจะคุ้นหูชื่อเหล่านี้เป็นอย่างดี เพราะนายจอร์จ เป็นตัวแทนของบริษัท Prime Oppotunity Fund VCC ของสิงคโปร์ ที่เชื่อมโยงกับบริษัท CAI Optimum Fund VCC ในการเซ็น MOU กับปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในขณะนั้นมาเป็นสักขีพยานร่วมกับเบน สมิธ ในพิธีลงนามด้วย

แม้โครงการนี้จะอ้างว่า นำร่องพัฒนาและส่งเสริมศูนย์ธุรกิจดิจิทัลสำหรับประเทศไทย แต่ปรากฎว่าโครงการนี้ได้กลายเป็นสารตั้งต้นให้บริษัทซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายของเบน สมิธ เก็บข้อมูลม่านตาของคนไทยไปแล้วกว่า 1.2 ล้านคน ผิด พ.ร.บ. PDPA อย่างร้ายแรง นอกจากนี้ MOU ในยุคของนายประเสริฐยังได้กล่าวถึงการนำผู้เชี่ยวชาญด้านไอที น่าสงสัยว่าอาจจะเป็นแก๊งสแกมเมอร์ระดับหัวกะทิ แบบมืออาชีพถึง 500 คนมาพำนักในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อคนไทย นายไชยชนก ทราบเป็นอย่างดี สั่งยกเลิก MOU และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งใน DSI และมีการส่งต่อเพื่อดำเนินคดีในชั้น ปปช. ด้วย ไม่ว่าคดีนี้จะจบอย่างไรในชั้น ปปช. ระหว่างนี้นายอนุทิน ก็ได้ลงโทษให้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ชดใช้กรรมด้วยการให้ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เด็ก ๆ และเยาวชนได้ดูเป็นตัวอย่าง ว่าการจัดการคนกระทำความผิดเขาทำกันแบบนี้ จะได้ไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่าง นี่คือการแก้ปัญหาคอรัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรม ตามนโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน ท่านจะไม่เกรงใจนายไชยชนก เลขาธิการพรรค ผู้ดำเนินคดีนี้เองเลยสักนิด เมื่อวานตอนที่นายกฯ ไปแถลงเรื่องยึดทรัพย์เบน สมิธ มีคิดสักแว๊บถึงคนใน ครม.ของตนเองบ้างหรือไม่

ตนเองอดสงสัยถึงมาตรฐานการคัดเลือกคนมาเป็นรัฐมนตรีของรัฐบาลนี้ไม่ได้ ทีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ไม่ให้เป็นรัฐมนตรี ทั้งที่คดียังอยู่ในขั้นตอนของ DSI แต่นายประเสริฐซึ่ง DSI ทำเสร็จจนส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.แล้ว โดยรัฐบาลของท่านเป็นผู้ดำเนินคดีกับนายประเสริฐ ยังกลับมาเป็นรัฐมนตรีได้ ช่างประเสริฐเสียจริง จึงไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเรื่องคดีความ หรือเพราะผู้มีอำนาจในพรรคท่านมีปัญหากับพ่อของนางสาวสุดาวรรณกันแน่

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อถึงนายจอร์จ ธาน และ นายยูจีน ถัง เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ทางการสิงคโปร์ได้จับกุมในข้อหาว่า บริษัท CAI ที่ทั้งสองเป็นกรรมการ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการฟอกเงินข้ามชาติ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังรวมถึง นางสาวแคทลียา บีเวอร์ ภรรยาของเบน สมิธด้วย ซึ่งข้อมูลจาก กลต. สหรัฐฯ ยืนยันว่า นางสาวแคทลียา บีเวอร์ คือ หนึ่งในผู้จัดการกองทุน CAI ร่วมกับคนสิงคโปร์ทั้ง 2 คน

การดำเนินคดีต่อเบน สมิธ และนางสาวแคทลียา แม้วันนี้จะมีการออกหมายจับ แต่ก็เป็นคดีธรรมดามาก ๆ คดีสำคัญที่เชื่อมโยงกับฮุยวัน เพย์ ไม่มีการดำเนินอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่มีการออกหมายแดงเพื่อตามล่าสองคนนี้ทั่วโลก ปล่อยให้พวกเขาไปใช้ชีวิตสุขสบายที่ต่างประเทศ ทั้งที่การออกหมายแดงจะทำให้มีการตามล่าเบน สมิธและภรรยาในต่างประเทศ แต่เรากลับต้องมานั่งฟังหน่วยงานแก้ตัวว่าอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งที่คดีผ่านมาแล้วนานมาก การที่รัฐบาลไม่ดำเนินการขอออกหมายแดงฃ จะให้เชื่อถือได้อย่างไรว่าท่านจะเอาจริงต่อการปราบสแกมเมอร์ สิ่งที่รัฐบาลนายอนุทินทำ เป็นแค่เพียงการไล่อาชญากรข้ามชาติให้ไปอยู่ที่อื่น โดยไม่สนใจว่าจะนำตัวมาดำเนินคดีที่ศาลไทยหรือไม่

โลกของสแกมเมอร์ การกักตุนน้ำมัน และทำน้ำมันเถื่อนมาบรรจบกัน เพราะล่าสุดการจับกุมน้ำมันที่จังหวัดอ่างทองก็เป็นของเสี่ยตือ โดยเมื่อวันที่ 23 มี.ค.69 มีการพบน้ำมันจำนวนมากหลายแสนลิตรที่เก็บในคลังเก็บน้ำมันที่อ่างทอง เท่าที่ตรวจสอบบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เป็นบริษัทที่เป็นที่รู้กันว่าของเสี่ยตือ ผู้ถือหุ้นก็ล้วนเป็นคนในครอบครัวเสี่ยตือทั้งสิ้น ประเด็นคือ ตำรวจเขาหาไอ้โม่งที่ตุนน้ำมันมาให้รัฐบาลแล้ว แต่รัฐบาลกลับยังคงกล่าวหาประชาชนว่าเป็นไอโม่งอยู่ ทั้งๆทงไอโม่งมันคือพวกนี้ จนถึงตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 สัปดาห์ รัฐบาลขยายผลไปถึงเสี่ยตือแล้วหรือไม่ ทำไมจึงไม่มีความคืบหน้า ไม่มีการขยายผล และเท่าที่ผมตรวจสอบเบื้องต้นบริษัทของเสี่ยตือน่าจะมีคลังน้ำมันอีกหลายที่ หลายจังหวัดรวมกันมีศักยภาพหลายล้านลิตร

นายรังสิมันต์ ตั้งข้อสงสัยว่า การเอามืออาชีพหลายคนเข้ามาช่วยงานน่าจะไม่พลาดจัดการเครือข่ายนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็น่าจะรู้จักเครือข่ายนี้เป็นอย่างดี เมื่อได้อ่านข่าวก็ถึงบางอ้อ เพราะบริษัทในเครือข่ายเสี่ยตือมีความสัมพันธ์เป็นลูกหนี้ของนายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ มากกว่าร้อยล้านบาท มีสัญญากู้ 2 สัญญา เดาว่าคงจะสนิทกันมากถึงปล่อยกู้กันมากขนาดนี้

ที่สำคัญเดือน พ.ย.68 ปรากฏคนในครอบครัวเสี่ยตือได้บริจาคเงินให้กับพรรคภูมิใจไทยเป็นเงิน 1 ล้านบาท เขาอาจจะมีแรงศรัทธาต่อพรรคการเมืองของนายกฯ แต่ช่างบังเอิญ บริษัทในเครือข่ายเสี่ยตือเป็นลูกหนี้นายพิพัฒน์ คนในครอบครัวเสี่ยตือบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทย มาวันนี้ราคาน้ำมันแพง เสี่ยตือถูกสงสัยว่ากักตุนน้ำมัน แต่ไม่มีการจับกุม ไม่มีการดำเนินคดีขยายผล จนอดคิดไม่ได้ว่าวิกฤติที่พี่น้องประชาชนประสบ มีสาเหตุมาจากการถอนทุนการเมืองของนายทุนน้ำมันพรรคการเมือง

“เรื่องที่ผมพูดมา เขารู้กันทั้งยุทธจักร ท่านพิพัฒน์นั้นทราบดีว่าเสี่ยตือเป็นใคร และมีธุรกิจอะไรบ้าง ไก่เห็นตีนงูอย่างไร งูก็เห็นนมไก่ฉันนั้น ถ้ารัฐบาลไม่กล้าเล่นไอ้โม่ง ก็อาจจะเป็นเพราะ ไอโม่งนี่แหละ คือคนในรัฐบาลใช่มั้ย หยิกเล็บ เจ็บเนื้อใช่หรือเปล่า”

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่าจำกรณีที่นายไชยชนกออกมาแฉว่ามีคนต้องการติดสินบนท่านรัฐมนตรีเป็นเงิน 40 ล้านบาทต่อเดือน ได้หรือไม่ เพื่อให้ท่านไม่ปราบเว็บพนัน และแก๊งสแกมเมอร์ จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครถูกจับเลย คนที่ไปติดสินบนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เป็นลูกเสี่ยตือที่เคยมีประวัติถูกจับและยึดอายัดทรัพย์ในคดีเว็บพนันมาก่อน แล้วบริษัทที่กู้เงินของนายพิพัฒน์กว่าร้อยล้าน ก็เป็นของลูกชายเสี่ยตือ คงเป็นความบังเอิญอีกแล้วที่คนใกล้ชิดของนายพิพัฒน์ และคนที่จะติดสินบนนายไชยชนก 40 ล้าน เป็นคนในเครือข่ายเดียวกัน เพราะความสัมพันธ์กันแบบนี้ จนถึงวันนี้คนที่เกี่ยวข้องกับสินบนยังลอยนวลพ้นผิด

เครือข่ายเหล่านี้กลับกลายเป็นเครือข่ายเดียวกัน ทำหน้าที่คล้ายกันคือ หาเงินจากธุรกิจผิดกฎหมาย สร้างเครือข่ายราชการ มีพวกพ้องในการเมือง เงินที่ได้จากธุรกิจผิดกฎหมายก็นำมาใช้ในการเลือกตั้ง เมื่อได้รัฐบาลที่ตัวเองสนับสนุนก็จะถอนทุนผ่านธุรกิจผิดกฎหมายที่ได้รับคุ้มครองจากกลไกอำนาจรัฐ เป็นวัฎจักรอุบาทว์ที่กัดกินทำลายสังคมไทย วันนี้เราได้ประจักษ์ด้วยสายตากันแล้ว ว่าเครือข่ายอาชญากรรมที่ผมได้พูดถึงสร้างความทุกข์ยากแสนลำเค็ญให้กับพี่น้องประชาชนมากแค่ไหน คราบน้ำตาทุกหยดที่ประชาชนได้ร่ำไห้ออกมาควรเป็นพลังในการขับเคลื่อนรัฐบาลเพื่อเร่งในการปราบทุนสีเทา อย่าให้คนพวกนี้สร้างอาณาจักรมืดจากภายใน แล้วทำลายประเทศชาติของเราไปมากกว่านี้เลย

ช่างน่าเศร้าใจที่ผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่หวัง วิกฤติน้ำมันที่พี่น้องประชาชนกำลังเจอ ได้เปลือยให้เราเห็นรัฐบาลนี้อย่างชัดเจนว่าภายใต้หน้ากาก คนดี คนรักชาติ ที่พวกท่านสร้างขึ้นมา เป็นแค่เพียงภาพลักษณ์เพื่อสร้างความไว้ใจให้กับขั้วอำนาจบางขั้วอำนาจ เพื่อเทครัวบ้านใหญ่ ผนึกกำลังกับข้าราชการระดับผู้ใหญ่ แล้วใช้อำนาจนั้นในการแสวงหาผลประโยชน์จากวิกฤติ ซึ่งคือความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน

น่าเศร้าเมื่อสิ่งที่เราทำได้กลับเป็นแค่เพียงการยืนมองการสูบกินประเทศไทยแบบหน้าด้าน ๆ โดยที่ไม่มีอำนาจใดในประเทศนี้สามารถทำอะไรได้ แค่เพียงความเชื่อของคนบางกลุ่มว่าท่านคือ คนดี คนรักชาติ ท่านจึงสามารถใช้อำนาจนั้นยังไงก็ได้โดยไม่ต้องสนใจความถูกต้อง ท่านจึงสามารถตั้งเจ้าของปั๊มน้ำมันขึ้นมามีอำนาจเพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับนายทุนพรรคการเมือง ทั้งที่ผลกระทบคือความยากจนของพี่น้องประชาชนทุกคน น้ำตาของประชาชน มันไม่มีความหมายอะไรเลยใช่มั้ยครับ ท่านจึงไม่สนใจเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แล้วปล่อยให้ถอนทุนการเมืองอย่างไม่มีขอบเขตของความชั่วจากวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของชาติเรา

”แค่เพียงหน้ากากคนดี คนรักชาติที่ท่านสวมใส่ องค์กรอิสระสามารถถูกยึดโดย สว. สีน้ำเงิน บัตรเลือกตั้งสามารถมีบาร์โคด และเขย่งโกงเลือกตั้งได้เป็นประวัติการณ์ หน้ากากอันนี้มีพลานุภาพที่สามารถทำให้ประเทศนี้เป็นของท่านเลยเหรอครับ ท่านถึงจะทำอะไรก็ได้กับประเทศนี้“

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายของการอภิปราย สส.ฝั่งรัฐบาล นายยุพราช บัวอินทร์ สส.เพชรบูรณ์ พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงกรณีที่นายรังสิมันต์พยายามโยงเรื่องทุนเทา ซึ่งเป็นการกล่าวหา
เพราะทั้งนายกฯ และคณะรัฐมนตรีไม่อยากให้มีทุนเทาเกิดขึ้นในประเทศไทย ข้อเท็จจริงยังไม่สรุป และหากท่านมีข้อเท็จจริงที่สามารถนำไปสู่การจัดการทุนเทาได้ ขอให้นำมาเสนอ

นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วงว่า ตามปกติรัฐมนตรีจะมาชี้แจงเอง และเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ท่านยังไม่ใช่รัฐมนตรี รอคิวก่อน ขอให้รัฐมนตรีมาตอบ นายมงคล จึงขอให้นายรังสิมันต์รีบสรุปเพราะเลยเวลามา 4 นาทีแล้ว เดี๋ยวจะมีการประท้วงไปประท้วงมาอีก

ด้านนายร่มธรรม ขำอนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่าตั้งแต่ฟังมามีแต่เรื่องใส่ร้ายป้ายสี นี่คือการแถลงนโยบายจึงอยากให้ท่านให้คำแนะนำในประเด็นที่อภิปรายอยู่ นายมงคล จึงปรามนายรังสิมันต์ว่า เอาแต่พอควรเพราะจะมีข้อห้ามใส่ร้ายเสียดสี นายรังสิมันต์ จึงกล่าวว่าตนเองใส่ร้ายใคร เพราะการใส่ร้ายจะต้องมี Subject หรือประธาน ที่จะถูกใส่ร้าย ตนเองบอกว่ารัฐบาล ไม่ได้เอ่ยชื่อใคร นายมงคล จึงขอให้รีบจบเร็ว ๆ

และเมื่อนายรังสิมันต์ได้อภิปรายต่อ นายยุพราช ได้ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง โดยระบุว่าผู้อภิปรายได้ใส่ร้ายไปยังองค์กรอื่น จึงขอให้เข้าประเด็น นายมงคล จึงวินิจฉัยขอให้นายรังสิมันต์อย่าใช้วาจาก้าวล่วงไปถึงองค์กรอื่น และ สว. นายรังสิมันต์จึงบอกว่าจะไม่กล่าวถึงองค์กรอิสระอีกแล้วเพื่อให้ท่านได้สบายใจ ก่อนจะถามว่านายมงคลว่า ท่านพูดในฐานะ สว.ใช่หรือไม่ นายมงคล จึงกล่าวว่า ไม่ใช่ ตนเองพูดในฐานะประธาน

นายรังสิมันต์ อภิปรายในช่วงท้ายว่า “คนดีคนรักชาติแบบไหนที่เปิดประตูเมืองต้อนรับบรรดาทุนเทาให้มายึดชาติ คนดีคนรักชาติแบบไหนที่กำลังปล้นคนไทยด้วยกันเอง เพราะสิ่งที่ท่านทำไม่ต่างอะไรกับพระยาพลเทพที่หักหลังคนในชาติเปิดประตูเมืองให้กับอริราชศัตรู ไม่ว่าเวลาของผมจะเหลือในสภาฯ แห่งนี้เท่าไร แต่ขอให้ท่านได้รู้ว่าผมและพรรคประชาชนจะไม่มีวันยอมแพ้ คนที่ต้องการทำลายชาติ ทำลายหลักนิติธรรม”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...