โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

100 ปีของกฎหมายจราจรไทย : มรดกบาปที่แลกด้วยชีวิตผู้บริสุทธิ์

The Better

อัพเดต 14 เม.ย. เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. เวลา 03.05 น. • THE BETTER
Korn Pongjitdham, M.D.

ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมการใช้รถใช้ถนนมานับศตวรรษ ตั้งแต่สมัยพระราชบัญญัติรถเมล์ พ.ศ. 2451 และพระราชบัญญัติล้อเลื่อน พ.ศ. 2460 จนถึงยุคหลัง 2475 ที่รัฐบาลพยายามอ้างว่านำพาประเทศสู่ความทันสมัย แต่ผ่านไปกว่า 118 ปี สิ่งเดียวที่ทันสมัยคือ วิธีการคอรัปชั่น ของเจ้าหน้าที่ ส่วนความปลอดภัยของประชาชนกลับล้าหลังและไร้ค่าอย่างน่าสมเพช ความตายบนถนนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการฆาตกรรมโดยรัฐบาล ตำรวจ และระบบยุติธรรมที่ร่วมกันเพิกเฉยมาตลอดศตวรรษ

**ถนนหรือสนามรบ : การเอาชีวิตรอดในสงครามที่รัฐทอดทิ้ง**
ทุกครั้งที่บิดกุญแจสตาร์ทรถออกจากบ้าน ความรู้สึกของผู้เขียนไม่ต่างอะไรกับการต้องแบกปืนออกไปออกรบกลางสนามสงคราม วินาทีที่ล้อหมุนลงสู่ถนนสาธารณะ คือวินาทีที่ต้องเผชิญกับสภาวะเสี่ยงตายทุกเมื่อ เราไม่ได้ขับรถด้วยความสบายใจ แต่เรากำลังใช้สัญชาตญาณพยายามเอาตัวรอดเพื่อให้ได้กลับมาเห็นหน้าคนที่รักในตอนเย็น กฎหมายและกฎจราจรที่มีอยู่เปรียบเหมือนเกราะกระดาษที่ไม่เคยกันกระสุนได้จริง และผู้บังคับใช้กฎหมายก็ไม่ต่างจากทหารที่ละทิ้งค่ายทหารไปรับใช้เงินตรา ปล่อยให้ประชาชนต้องดูแลตัวเองและลุ้นระทึกกับความมักง่ายรอบตัวในทุกกิโลเมตรที่ผ่านไป

**ความอำมหิตของระบบ : วงจรซ้ำซากที่ไม่มีวันจบสิ้น**
โศกนาฏกรรมบนท้องถนนไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันคือ บทละครฉายซ้ำ ที่รัฐบาลจงใจปิดหูปิดตา ความระยำของกฎหมายถูกฉายชัดผ่านหยาดน้ำตาของเหยื่อครั้งแล้วครั้งเล่าจนนับไม่ถ้วน
* **กรณี "น้องการ์ตูน":** ปี 2557 รถกระบะซิ่งนรกแตกพุ่งชนร้านสเต็ก พ่อตาย ลูกสาวพิการตลอดชีวิต กระบวนการยุติธรรมใช้เวลาลากยาว แต่สุดท้ายคนทำผิดติดคุกจริงแค่ปีเดียว และ ไม่เคย จ่ายเงินเยียวยาตามคำสั่งศาลแม้แต่บาทเดียว จนกระทั่งน้องการ์ตูนเสียชีวิตไปในปี 2568 ครอบครัวต้องรับสภาพพินาศ ล้มละลาย และแบกหนี้สินมหาศาล ขณะที่ไอ้คนชนเสวยสุขเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่คือความล้มเหลวของรัฐที่ปล่อยให้คำพิพากษาเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้น้ำยาในการบังคับคดีกับคนชั่ว

* **กรณีล่าสุด "ฆาตกรรมโดยรถพ่วง 18 ล้อ":** บนถนนกาญจนาภิเษกที่ควรจะปลอดภัย กลับกลายเป็นลานประหาร เมื่อรถพ่วงจากบริษัทมักง่ายพุ่งชนกวาดรถหลายคันพรากชีวิต **วิศวกรคอมพิวเตอร์สาวจากมหิดล และสามีนักกฎหมายจากธรรมศาสตร์** สองบุคลากรคุณภาพที่กำลังสร้างอนาคตต้องจบชีวิตลงทันที ทิ้งลูกน้อยวัย 2 ขวบให้เป็นกำพร้า เพียงเพราะคนขับตอแหลว่า เบรกแตก ทั้งที่ผลตรวจพิสูจน์ชัดเจนว่าเบรกปกติ! การปล่อยให้คนแบบนี้ประกันตัวออกมาด้วยวงเงินแค่หลักแสน คือการตบหน้าผู้สูญเสียอย่างรุนแรงที่สุด

**ตำรวจและส่วย : วงจรนรกที่เปลี่ยนถนนเป็นสุสาน**
รัฐบาลทุกยุคปล่อยให้ตำรวจหากินกับ ส่วยรถบรรทุก มาตั้งแต่นมนานจนกลายเป็นวัฒนธรรมรากเหง้า เมื่อเงินใต้โต๊ะแลกสติกเกอร์ผ่านทางได้ การตรวจสภาพรถและการคัดกรองคนขับก็กลายเป็นเรื่องปาหี่ รถบรรทุกสภาพขยะ คนขับไร้สำนึกที่อาจจะทั้งเสพยาหรืออดนอน จึงวิ่งกร่างได้เต็มถนนเพราะมีตำรวจรับส่วยคอยกางปีกป้อง ชีวิตคนตั้งใจทำมาหากินจึงมีค่าน้อยกว่าเศษเงินที่พวกระยำเหล่านี้ยัดใส่มือกัน
**กระบวนการยุติธรรมที่เอื้อคนชั่ว ทรมานคนดี**
มันน่ารังเกียจที่ประเทศนี้บริหารโดยกลุ่มคนที่มองเห็นความตายของประชาชนเป็นเพียง สถิติ กฎหมายเอื้อให้คนผิดใช้เทคนิค ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ขณะที่ครอบครัวผู้เสียหายต้องแบกรับทุกอย่างเพียงลำพัง หลายกรณีเกิดขึ้นซ้ำซากจนจำไม่หมด แต่รัฐบาลก็ยังทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่เคยคิดจะแก้กฎหมายให้บริษัทต้นสังกัดต้องรับผิดชอบแบบถอนรากถอนโคน หรือเพิ่มโทษคนขับให้สาสมกับการฆ่าคนตาย
ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่ล้างบางส่วยตำรวจ ไม่ลงโทษประหารทางการเงินแก่บริษัทมักง่าย และไม่แก้กฎหมายให้การประมาทเลินเล่อร้ายแรงมีโทษเท่ากับการฆาตกรรม ประเทศไทยก็จะเป็นเพียงสุสานขนาดใหญ่ที่สร้างบนกองซากศพของผู้บริสุทธิ์ต่อไปอีกกี่ร้อยปีก็ไม่มีวันเปลี่ยน ความเป็นธรรมที่ไม่มาถึง คือความระยำที่รัฐหยิบยื่นให้ประชาชนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่จบสิ้น และเราทุกคนก็ยังต้องออกไปเสี่ยงตายในสงครามบนถนนนี้ด้วยตัวเองต่อไป โดยไม่รู้ว่าวันไหนจะเป็นคิวของเราที่จะไม่ได้กลับบ้าน

Korn Pongjitdham, M.D.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...