ย้อนไทม์ไลน์ปมร้อน ชาวเน็ตแห่ติด #แบนหงสาวดี ล่าสุดช่องวันแจงแล้ว
ย้อนไทม์ไลน์ปมร้อน ชาวเน็ตแห่ติด #แบนหงสาวดี ล่าสุดช่องวันแจงแล้ว
จากกรณีกระแส #แบนหงสาวดี ติดเทรนด์ในแอพพ์เอ็กซ์ จากดราม่าว่ามีการลอกเลียนการ์ตูนเรื่องอโยธยาเอยาวดี หรือไม่ โดยกระแสดราม่าระอุเริ่มมาจาก คนเขียนบทได้ออกมาโพสต์ผ่าน X ส่วนตัว ชี้แจงถึงความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่อง หงสาวดี ตอนหนึ่งว่า “บางทีการไปมองว่าตลค. ทำทุกอย่างเพราะความรัก (กัน) มันก็ไม่ค่อยถูก เพราะทั้งสองฝั่ง ต่างคิดเพื่อสันติสุขของส่วนรวมทั้งคู่”
ทำให้ผู้ใช้สื่อโซเชียลเกิดความข้องใจว่า ทำไมคนเขียนบทต้องมายืนยันบ่อยๆ ว่าไม่ใช่ซีรีส์วาย ปล่อยอิสระไปเลยดีกว่าหรือไม่ โดยต่อมาก็ได้มีผู้ใช้ X ออกมาเปิดเผยว่าผู้เขียนบทเคยติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูนเรื่อง อโยธยาเอยาวดีจริง แต่สุดท้ายไม่ได้ซื้อไป
ก่อนจะมีผู้ใช้ X อีกรายโพสต์ โดยอ้างว่า มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งอยากนำมาแบ่งปันเป็นข้อคิดเล็กๆ สำหรับผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานและมี IP เป็นของตัวเอง โดยสรุปว่า มีผู้เขียนบทแสดงความสนใจในผลงานการ์ตูนของนักวาดคนหนึ่ง จึงติดต่อให้นักวาดเข้าพบเพื่อเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ พูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเป็นสื่อรูปแบบอื่น โดยขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มีการคอลแล็บใดๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ภายหลังผู้ติดต่อได้ขอยกเลิกการเจรจา แจ้งสาเหตุมาจากในแท็กเรื่องของนักวาดมีการชงชิปรวมถึงแฟนอาร์ตและแฟนฟิคที่ค่อนข้างล่อแหลม จึงได้มีการเสนอ 2 ทางเลือกให้พิจารณา 1.นักวาดเซ็นสัญญาด้วยข้อตกลงเดิม แต่จะไม่มีการกล่าวเชื่อมโยงใดๆ ถึงชื่อเรื่องและชื่อนักวาด 2.ยุติการเจรจาทั้งหมด โดยทางนั้นได้เสริมว่าจะทำต่อโดยไม่หยิบเอาเอเลเมนต์ที่นักวาดสร้างขึ้นมาในเรื่องไปใช้ ในกรณีนี้นักวาดตัดสินใจเลือกยุติการเจรจา และไม่ได้เข้าร่วมในกระบวนการใดๆ
ทั้งนี้ยังระบุ “ตัวแทนแจ้งว่าจะชดเชยค่าเดินทางให้กับนักวาดและส่งเอกสารสำหรับกรอกข้อมูลมาให้ ทว่าเมื่อมีการโอนและได้ตรวจสอบข้อมูลทางเอกสารในภายหลังกลับพบว่ารายการดังกล่าวถูกระบุจากค่าเดินทางเป็นค่าที่ปรึกษา”
ทำให้ผู้ใช้สื่อโซเชียลให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เนื่องจากที่ผ่านมาคนดูซีรีส์หงสาวดีแล้วเอาไปจิ้นวาย มักจะถูกแฟนซีรีส์รวมถึงคนเขียนบทเองออกมาเบรกอ้อมๆ และต้องคอยบอกว่า หงสาวดี ไม่ใช่ซีรีส์วาย ขณะที่แฟนการ์ตูนมักเข้าใจผิดว่าบทมาจาการ์ตูนหรือไม่ เนื่องจากด้วยตัวบทต่างๆ ทำให้เข้าใจผิด จนกระทั่งได้รับการยืนยันว่ามีการติดต่อขอซื้อลิสิทธิ์ และสุดท้ายไม่ได้ซื้อไป ทำให้เกิดเป็น #แบนหงสาวดี ในที่สุด
ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 เมษายน ช่องวัน31 ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวระบุว่า “ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อกล่าวหาบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับซีรีส์เรื่อง ‘หงสาวดี’ ว่ามีการลอกเลียนหรือดัดแปลงเนื้อหาจากผลงานการ์ตูนเรื่อง ‘อโยธยาเอยาวดี’ ทางช่องวัน 31 ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
ช่องวัน 31 ขอชี้แจงให้ทราบว่า หลังจากซีรีส์ ‘แม่หยัว’ ได้ออกอากาศไป ช่องวัน 31 ได้มีการพูดคุยกับ คุณศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ ผู้เขียนบทละคร ให้เขียนเรื่องราวในสมัยอยุธยาต่อเนื่อง คุณศิริลักษณ์ได้นำเสนอเรื่องของ พระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา ที่ถึงแม้ทั้งคู่จะต้องมาทำการยุทธหัตถีกัน แต่การที่พระนเรศวรถูกนำตัวไปเป็นเชลยที่หงสาวดีตั้งแต่วัยเยาว์ มีความเป็นไปได้ที่ทั้งคู่จะสนิทกัน ประกอบกับหลังเหตุการณ์ยุทธหัตถี ยังมีตำนานว่ามีการสร้างสถูปให้กับพระมหาอุปราชา ซึ่งโดยปกติจะไม่มีการสร้างสถูปให้กับศัตรู
จึงมีความเชื่อได้ว่าทั้งสองพระองค์มีความผูกพันกันตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่แค่เป็นศัตรูกัน จึงมีความคิดว่า หากนำเอาเหตุการณ์ในช่วงประวัติศาสตร์นั้นมาเล่าในมุมอีกมุมหนึ่ง (เช่นเดียวกับแนวทางที่ได้ดำเนินการในเรื่อง ‘แม่หยัว’) ว่าถ้าทั้งสองพระองค์สนิทกันฉันพี่น้อง แต่สุดท้ายต้องมารบกันเพื่อแผ่นดินของตนเอง เป็นเนื้อหาที่มีความน่าสนใจมาก เพราะเป็นประเด็น HUMAN DRAMA ซึ่งทางช่องวัน 31 เห็นชอบและอนุมัติโปรเจ็กต์นี้
คุณศิริลักษณ์จึงพัฒนาโปรเจ็กต์นี้อย่างต่อเนื่องและได้ทำการค้นหาข้อมูลต่อ โดยยึดหลักการสำคัญคือการตีความที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นเรื่องราวของบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนทั้งในด้านความเชื่อและความเคารพ
และได้พบผลงานการ์ตูนเรื่อง‘อโยธยาเอยาวดี’ ซึ่งมีบางแนวคิดที่คล้ายกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของพระนเรศวรและพระมหาอุปราชา ทางช่องวัน 31 จึงมอบหมายให้ทางคุณศิริลักษณ์ติดต่อผู้สร้างผลงาน ‘อโยธยาเอยาวดี’ เพื่อแจ้งเจตจำนงให้ทางผู้สร้างทราบว่า ทางช่องวัน 31 กำลังพัฒนาโปรเจ็กต์ที่มีความคล้ายคลึงกันด้วยการอิงประวัติศาสตร์ของพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา จึงจะขอเจรจาซื้อลิขสิทธิ์จากผู้สร้างผลงานการ์ตูนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต
ทั้งนี้ ผลงานการ์ตูนดังกล่าว เป็นการตีความในรูปแบบสมมุติในโลกคู่ขนาน และนำเสนอความสัมพันธ์ในลักษณะชายรักชาย ขณะที่ซีรีส์ ‘หงสาวดี’ อ้างอิงถึงบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ การตีความจึงต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความละเอียดอ่อนในหลายมิติ การนำเสนอจึงจำเป็นต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวังและความเคารพอย่างสูง ซึ่งทางผู้สร้างผลงานการ์ตูน ‘อโยธยาเอยาวดี’ รับทราบและเข้าใจในเงื่อนไขนี้
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการพูดคุยร่วมกันทั้งสองฝ่าย มีความเห็นพ้องต้องกันว่าแนวทางและขอบเขตของเนื้อหาในการ์ตูนและซีรีส์มีความแตกต่างกัน
ข้อตกลงไม่ต้องมีการซื้อขายลิขสิทธิ์-แต่มีการชดเชยค่าเสียเวลาในการหารือ
เมื่อผู้สร้างการ์ตูนรับทราบว่า ช่องวัน 31 จะไม่ใช้ชื่อและเนื้อเรื่องตามการ์ตูน จึงตกลงร่วมกันว่าไม่ต้องมีการซื้อขายลิขสิทธิ์ และได้มีการชดเชยค่าเสียเวลาในการหารือเป็นที่เรียบร้อย โดยการพูดคุยดังกล่าวเป็นไปอย่างสุภาพ โปร่งใสและจบลงด้วยความเข้าใจที่ดีต่อกัน
ทางบริษัทตระหนักดีและให้ความสำคัญต่อคุณค่าของงานสร้างสรรค์ งานทรัพย์สินทางปัญญา และลิขสิทธิ์ของผู้ผลิตผลงานสร้างสรรค์ทุกท่าน ยันไม่มีเจตนาละเมิดหรือเอาเปรียบ ขอบคุณทุกเสียงสะท้อน
บริษัทไม่เคยมีเจตนาที่จะละเมิดหรือเอาเปรียบผู้สร้างสรรค์ท่านใด และยังคงยึดมั่นในหลักการสร้างสรรค์งานอย่างมีความรับผิดชอบต่อทั้งประวัติศาสตร์ ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ชม
ทางบริษัทขอขอบคุณทุกเสียงสะท้อน และพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาผลงานให้ดีที่สุดต่อไป”
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกระแสดังกล่าวแต่ทั้งแฟนการ์ตูนและแฟนซีรีส์ต่างเข้าใจดีถึงความตั้งใจของนักแสดงและทีมงานซีรีส์ เนื่องจากกว่าจะกลายเป็นซีรีส์หนึ่งเรื่อง ทั้งทีมงานและนักแสดงต่างมีการเตรียมตัวอย่างหนัก ทำให้มีหลายคนที่ยังคิดจะติดตามซีรีส์ต่อ และแฟนการ์ตูนเองเพียงต้องการคำชี้แจงจากผู้จัดเพียงเท่านั้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้อนไทม์ไลน์ปมร้อน ชาวเน็ตแห่ติด #แบนหงสาวดี ล่าสุดช่องวันแจงแล้ว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th