โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คดีตู้เซฟอินฟลูฯ วงจรปิดในลิฟต์ถูกถอดออก ตร.ยันไม่มีอะไรซับซ้อน

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากกรณีที่ น.ส.พรรณราย หรือ “มดตานอย” อินฟลูเอนเซอร์สายอาหาร เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน หลังทรัพย์สินภายในตู้เซฟขนาดใหญ่สูญหายไปจากห้องพักภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา โดยตู้เซฟดังกล่าว มีน้ำหนักมากและถูกซ่อนอยู่ในตู้บิวต์อินภายในห้อง ซึ่งครั้งสุดท้าย พบเห็นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนจะมาทราบว่า หายไปในคืนวันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. สร้างความตกใจให้กับผู้เสียหายอย่างมาก

ตรวจสอบทรัพย์สินภายในตู้เซฟ พบว่า มีทองคำแท่งรวม 35 บาท ประกอบด้วย ทองคำแท่งหนัก 10 บาท จำนวน 2 แท่ง, ทองคำแท่งหนัก 5 บาท จำนวน 2 แท่ง และทองคำแท่งหนัก 1 บาท จำนวน 5 แท่ง นอกจากนี้ ยังมีสร้อยข้อมือเลสหลวงพ่อรวย เลี่ยมทองคำ มูลค่าประมาณ 100,000 บาท และเหรียญหลวงพ่อคูณ เลี่ยมทอง มูลค่าประมาณ 10,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (17 มีนาคม 2569) น.ส.พรรณรายฯ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตนไปชี้จุดเกิดเหตุอย่างละเอียด ตั้งแต่ภายในห้องพัก ลิฟต์ ไปจนถึงจุดจอดรถของคอนโดฯ โดยพบความผิดปกติที่กล้องวงจรปิดภายในลิฟต์ถูกถอดออก ซึ่งนิติบุคคล แจ้งว่า สายแลนมีปัญหา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและเก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดอื่น ๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของตำรวจ”

ด้าน พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า “เมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุซ้ำอย่างละเอียด ทั้งตำแหน่งกล้องวงจรปิด เส้นทางเข้า–ออกอาคาร และจุดเสี่ยงต่างๆ รวมถึง สอบถามข้อมูลจากนิติบุคคลเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อใช้ประกอบการสืบสวน

เบื้องต้น พบข้อมูลบุคคลและยานพาหนะที่เข้าออกภายในคอนโดฯ จำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ จะนำมาคัดกรองและวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ พร้อมทั้งตรวจสอบรถทุกคันที่มีความเป็นไปได้ในการใช้ขนย้ายตู้เซฟขนาดใหญ่ดังกล่าว ขณะเดียวกัน ภายในห้องพักของผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ฯ ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดอย่างครบถ้วน เพื่อใช้วิเคราะห์ทางคดี และหากสามารถติดตามของกลางกลับคืนมาได้ ก็จะนำมาเปรียบเทียบกับหลักฐานที่เก็บไว้

ส่วนกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลนั้น พ.ต.อ.ศิริชัยฯ ระบุว่า “คดีนี้ไม่น่ามีความซับซ้อน เนื่องจากคอนโดมิเนียมมีระบบรักษาความปลอดภัยและการเข้าออกที่ชัดเจน เชื่อว่า หากตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดจะสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ในเร็ววัน ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...