โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลท.ลุยโรดโชว์ตปท. ลุ้นMSCIเพิ่มน้ำหนัก

ทันหุ้น

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

#ตลท. #ธปท. #ทันหุ้น – ตลท.ลุย เดินสายโรดโชว์ต่างประเทศ “อังกฤษ-ฮ่องกง” เดือนพฤษภาคมนี้ หวังดึงฟันด์โฟลว์ไหลเข้า มีลุ้น MSCI ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย หลังดัชนีตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันขึ้นราว 20%- ฟรีโฟลตดีขึ้น มองกำไรบจ.ไตรมาส 1 ออกมาดี แต่ไตรมาส 2/2569 รับผลกระทบราคาพลังงานสูงขึ้น แต่มีปัจจัยหนุนรัฐเดินหน้าโครงการลงทุน-กระตุ้นเศรษฐกิจช่วยพยุง ด้านผู้ว่าธปท. ยืนยันเศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation ชี้เงินเฟ้อที่ขึ้นชั่วคราว

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์เดินหน้าไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ต่างประเทศต่อเนื่อง เพราะมองว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมหลังจากจัดตั้งรัฐบาลและมีนโยบายที่ชัดเจนแล้ว โดยในวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2569 จะเดินทางไปโรดโชว์ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ บริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ ซึ่งจะพาบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ ไปจำนวน 5 บริษัท และสิ้นเดือนนี้จะไปฮ่องกง ร่วมกับทาง บริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส รวมถึงตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะมีการเชิญนายกรัฐมนตรีร่วมไปโรดโชว์ช่วงเดือนไหน เบื้องต้นจะไปก่อนการจัดงานไทยแลนด์โฟกัสในเดือนสิงหาคม 2569

ส่วนโครงการ BOI To IPO คาดว่าจะมีความชัดเจนสิทธิประโยชน์ในช่วงไตรมาส 3/2569 นี้ ขณะนี้รอทางบอร์ดของ BOI ในการอนุมัติสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้กับบริษัทที่ขอส่งเสริม หากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ทั้งนี้ทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนนี้ ถือว่ามีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่องจากเดือนเมษายน หลังจากที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody’s ปรับเพิ่มแนวโน้มเครดิตไทยเป็น Stable (จาก Negative) และช่วยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน

@ลุ้น MSCI เพิ่มน้ำหนัก

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กร และการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า จากตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 20% นับเป็นตลาดหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากสุดอันดับ 4 ของตลาดหุ้นในเอเชีย และปริมาณการซื้อขายหุ้น (ฟรีโฟลต) ของตลาดหุ้นมากขึ้น ทำให้มีโอกาสที่ MSCI จะปรับน้ำหนักตลาดหุ้นไทยมากขึ้น ในรอบการปรับน้ำหนักในรอบนี้ (เดือนนี้) หรือรอบหน้า

สำหรับกำไรของบจ.ในไตรมาส 1/2569 จะออกมาดี ซึ่งจากที่เริ่มมี บจ.ประกาศออกมาแล้ว กำไรก็ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ในช่วงไตรมาส 2/2569 จะได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็มีปัจจัยหนุน จากที่รัฐบาลมีนโยบายการลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจ ฯลฯ (Thailand Story) ซึ่งจะต้องติดตามว่าปัจจัยบวก Thailand Story จะมาช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้นแค่ไหน

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยัน เศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation ซึ่งตามนิยามทางทฤษฎีแล้ว ภาวะดังกล่าวจะต้องประกอบด้วย 2 ปัจจัยหลักคือ เศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างมาก (Downturn) ควบคู่ไปกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงและยืนระยะยาวต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่ได้อยู่ในสภาวะนั้น โดยยืนยันว่าเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว และคาดว่าจะเริ่มทยอยลดลงตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีหน้าเป็นต้นไป เนื่องจากฐานราคาที่สูงในช่วงเดียวกันของปีนี้

@ดันไทยพ้น Stagflation

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อ แก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. … วงเงิน 400,000 ล้านบาท จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยหลุดพ้นจากความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะ Stagflation ได้

โดยประเมินว่าเม็ดเงินดังกล่าวจะช่วยหนุนให้ GDP ปีนี้ขยับตัวขึ้นประมาณ 0.6% ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจทั้งปีจะขยายตัวได้ที่ 2.1% จากเดิมที่คาดไว้ 1.5% อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าอาจเห็นตัวเลข GDP ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.6% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัวได้ 2.0% ซึ่งเป็นผลมาจากฐานเศรษฐกิจที่โตสูงในปีนี้

ส่วนความคืบหน้าการปรับปรุงโครงสร้างค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์เพื่อลดภาระให้กับประชาชนจะมีการประกาศภายในสิ้นเดือนนี้ ด้านการทบอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด รวมถึงการชำระขั้นต่ำ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ธปท.ว่าจะมีการต่ออายุออกไปหรือไม่ ซึ่งขณะนี้การชำระขั้นต่ำอยู่ที่อัตรา 8% ต่อปี จะหมดอายุ 31 ธันวาคม 2569

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...