24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2569
>> พบผู้เสียชีวิตลอยน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
08.10 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตรวจสอบเหตุ พบผู้เสียชีวิตลอยน้ำ ภายในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
โดยทางเจ้าหน้าที่ได้นำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นท่าน้ำใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า (ฝั่งธนบุรี) พบเป็นเพศชาย ยังไม่พบเอกสารติดตัว
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บวรมงคล พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนจะมอบให้อาสาสมัครนำร่างส่งนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช ทำการชันสูตร เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
>> คุณลุงวัย 62 ปี ออกจับอึ่งกลางดึก พลัดตกบ่อดินเสียชีวิต คาดลื่นพื้นผ้าใบปากบ่อ แล้วช่วยเหลือตัวเองปีนขึ้นมาไม่ได้ จ.กาญจนบุรี
09.10 น. รับแจ้งจากศูนย์กู้ชีพพลังบุญ มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี ศูนย์ไทรโยคน้อย ว่ามีเหตุบุคคลสูญหายภายในน้ำ บริเวณบ้านแก่งระเบิด หมู่ 4 ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
เมื่อเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบเป็นบ่อดินสำหรับกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร และมีการปูผ้าใบรอบขอบบ่อ อาสาสมัครกู้ภัยร่วมกับชาวบ้านได้ลงค้นหาภายในบ่อ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงพบร่างผู้สูญหายอยู่ภายในน้ำ ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 62 ปี
จากการสอบถามญาติและผู้พบเห็น ทราบว่า เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.00 น. ผู้เสียชีวิตได้ออกจากบ้านไปจับอึ่ง แต่กระทั่งช่วงเช้ายังไม่กลับเข้าบ้าน ญาติและชาวบ้านจึงช่วยกันออกตามหา จนพบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตจอดอยู่บริเวณข้างบ่อ เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบไฟฉายและห่อยาเส้นลอยอยู่ในน้ำ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยค้นหา
เบื้องต้นคาดว่า ผู้เสียชีวิตอาจเดินไปจับอึ่งบริเวณข้างบ่อ ก่อนพลัดลื่นตกลงไปในน้ำ เนื่องจากบริเวณบ่อมีการปูผ้าใบสีดำ ซึ่งมีลักษณะลื่นเมื่อเปียกน้ำ อีกทั้งผู้เสียชีวิตสวมรองเท้าบูท จึงอาจทำให้ปีนขึ้นจากบ่อไม่ได้ และหมดแรงก่อนจมน้ำเสียชีวิต
ภายหลังการนำร่างขึ้นจากน้ำ อาสาสมัครได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรโยค และแพทย์เวรโรงพยาบาลไทรโยค ร่วมชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ โดยญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนมอบร่างให้อาสาสมัครดำเนินการเคลื่อนย้ายส่งประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
>> ตำรวจท่องเที่ยว นำกำลังบุกทลายกองถ่าย "ซีรีส์แนวตั้งเถื่อน" คาเมืองเชียงใหม่
10.25 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจท่องเที่ยว เข้าตรวจสอบกองถ่ายภาพยนตร์ หลังได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มชาวจีน ลักลอบถ่ายทำภาพยนตร์ภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
จากการตรวจสอบพบทีมงานชาวจีนและคนไทยทำหน้าที่เป็นล่ามกำลังถ่ายทำภาพยนตร์ โดยไม่พบเอกสารการขออนุญาตตามกฎหมาย และไม่มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐควบคุมการถ่ายทำตามที่กำหนด อีกทั้งยังพบว่าบุคคลดังกล่าวเข้ามาในลักษณะนักท่องเที่ยวและไม่มีใบอนุญาตทำงาน
จากการสอบถามผู้ต้องหา ให้การรับว่าเป็นโปรดิวเซอร์และนักแสดง กำลังถ่ายทำ “ซีรีส์แนวตั้ง” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเลือกใช้สถานที่ในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่า การถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยต้องมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐควบคุมการถ่ายทำ เพื่อป้องกันเนื้อหาที่บิดเบือนหรือส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ อีกทั้งบทภาพยนตร์หรือเรื่องย่อต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะสามารถดำเนินการถ่ายทำได้ ซึ่งหากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 1 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวชาวจีนทั้ง 8 คน ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหางดง ในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนการถ่ายทำภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการแจ้งการกรำความผิดเป็นพินัยต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมการท่องเที่ยว เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> “นิกกี้ ณฉัตร” บุกแจ้งความไซเบอร์ เอาผิดเกรียนคีย์บอร์ด ด่าลามพ่อแม่หลังแซวบอลแดงเดือด
10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี นายณฉัตร หรือ “นิกกี้ ณฉัตร” จันทพันธ์ ดารานักแสดงและพิธีกรชื่อดัง พร้อมด้วย นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ทนายความ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ใช้โซเชียลรายหนึ่ง หลังโพสต์ข้อความด่าทอเสียหายและพาดพิงถึงพ่อแม่ ภายหลังนิกกี้ให้สัมภาษณ์แซวแฟนบอลลิเวอร์พูล ระหว่างถ่ายทอดสดฟุตบอลคู่แดงเดือด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด โดยนายธนกฤต ระบุว่า ข้อความดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขณะที่นิกกี้ยืนยันว่า ปกติถูกวิจารณ์เรื่องฟุตบอลรับได้ แต่ไม่ยอมให้ใครด่าพ่อแม่ พร้อมย้ำว่าจะดำเนินคดีถึงที่สุดและไม่ยอมความ
นิกกี้เผยว่า หลังแมนยูชนะ ตนได้พูดแซวแฟนบอลลิเวอร์พูลด้วยคำว่า “ยำเป็ด” ก่อนถูกคู่กรณีเข้ามาคอมเมนต์และส่งข้อความส่วนตัวด่าพ่อแม่อย่างรุนแรง จึงตัดสินใจแจ้งความเป็นครั้งแรกในชีวิต
ด้าน พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผู้บัญชาการ สอท. ระบุว่า ตำรวจไซเบอร์จะตรวจสอบว่าข้อความดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่ พร้อมเตือนประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการแสดงความคิดเห็นบนโซเชียล แม้การแซวกันเรื่องกีฬาอาจทำได้ แต่หากใช้ถ้อยคำดูหมิ่นจนสร้างความเสียหาย อาจมีความผิดตามกฎหมาย ขณะที่ พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รอง ผบก.สอท.1 เผยว่า ขณะนี้สามารถระบุตัวผู้โพสต์ได้แล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป
>> เหยื่อพิธี “แก้กรรม” ร้องยุติธรรมคุ้มครองพยาน หวั่นถูกคุกคามหลังเปิดโปงอาจารย์ดังลำพูน
11.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นำนายเอ (นามสมมติ) นักธุรกิจวัย 30 ปี ผู้เสียหายคดีอ้างถูกอาจารย์ไสยเวทย์ชื่อดังใน จ.ลำพูน กระทำอนาจารผ่านพิธี “อมมังกรแก้กรรม” เข้ายื่นขอคุ้มครองพยานต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หลังเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุที่กองปราบปราม และเกรงไม่ปลอดภัยต่อชีวิต เนื่องจากคู่กรณีมีลูกศิษย์จำนวนมากทั้งในวงการบันเทิง ข้าราชการ และบุคคลมีชื่อเสียงหลายวงการ โดยผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนและครอบครัวเกิดความหวาดกลัวอย่างหนัก เพราะผู้ก่อเหตุมีข้อมูลส่วนตัวครบถ้วน ทั้งชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ พร้อมยืนยันว่าการออกมาเปิดโปงครั้งนี้ไม่ใช่การดิสเครดิต แต่ต้องการหยุดพฤติกรรมที่เชื่อว่าก่อเหตุกับคนอื่นมาแล้วหลายครั้ง และไม่อยากให้มีเหยื่อเพิ่มอีก
ด้านนายเอกภพ ระบุว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายทยอยติดต่อเข้ามาเพิ่มเติมหลายราย พร้อมหลักฐานทั้งคลิปเสียงและข้อมูลพฤติการณ์คล้ายกัน โดยบางกรณีถูกอ้างเรื่อง “นิมิต” หรือ “เจ้ากรรมนายเวร” เพื่อชักจูงให้เข้าพิธีแก้กรรม ก่อนมีลักษณะเข้าข่ายล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่ นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เตือนประชาชนให้ระวังกลุ่มบุคคลที่อ้างตนเป็นผู้วิเศษ ใช้ความเชื่อและความทุกข์ทางใจของผู้คนเป็นช่องทางแสวงหาประโยชน์ พร้อมย้ำให้ใช้วิจารณญาณและประเมินสถานการณ์เสี่ยงทุกครั้ง ส่วนสำนักงานคุ้มครองพยานยืนยันพร้อมดูแลความปลอดภัยผู้เสียหายทันที หากพบพฤติการณ์ข่มขู่คุกคาม ขณะเดียวกันกระทรวงยุติธรรมเตรียมพิจารณาเรื่องเยียวยาตามกฎหมายแก่ผู้เสียหายในคดีอาญาต่อไป
>> จ.ลำปาง รถกระบะชนกับรถนั่งส่วนบุคคล กลางถนนสายงาว - แม่ตีบ สภาพเก๋งยุบครึ่งคัน คนขับเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.
11.09 น. สมาคมกู้ภัยอำเภองาว ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถนั่งส่วนบุคคล และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ กลางถนนสาย งาว - แม่ตีบ ในพื้นที่ อ.งาว จ.ลำปาง
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ สีเทา ลักษณะกันชนหน้ารถฝั่งซ้ายพังเสียหาย ห่างออกไป พบรถนั่งส่วนบุคคล สีขาว สภาพท้ายรถพังเสียหายอย่างรุนแรง จนยุบเข้ามาถึงครึ่งคัน
ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย คือ รายแรกเป็นหญิง อายุ 41 ปี ติดอยู่ในรถเก๋ง ตรงคนขับ และไม่มีสัญญานชีพ จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายออกมาและ ทำการ เริ่ม CPR ณ.จุดเกิดเหตุ พร้อมประสานรถกู้ชีพ รพ.งาว รับผู้บาดเจ็บ, รายที่สองเป็นชาย อายุ16 ปี มากับรถเก๋ง มีอาการบาดเจ็บแต่ยังรู้สึกตัว กู้ภัยงาวนำส่ง รพ.งาว และรายที่สาม เป็นชาย อายุ 23 ปี เป็นผู้ขับขี่รถกระบะ บาดเจ็บเล็กน้อย กู้ภัยงาวนำส่ง รพ.งาว
โดยผู้บาดเจ็บทั้ง 3 รายได้นำส่งโรงพยาบาลงาว และรับแจ้งว่า ผู้หญิง คนขับรถเก๋ง ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.งาว
>> "ศรีสุวรรณ" ยื่นหนังสือร้อง ป.ป.ช. ให้สอบ "อนุทิน" กรณี พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
13.56 น. ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็น กรณีออก พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤต ด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ…. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2569 อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ 2560 และมาตรา 53 แห่งพรบ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณ ระบุว่า ข้ออ้างและเหตุผลที่นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ใช้กล่าวอ้างว่าไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจที่มีลักษณะซ้อนทับและรุนแรงนั้น เป็นข้ออ้างที่เกินไปกว่าความจริงมาก เศรษฐกิจของไทยไม่ได้เลวร้ายรุนแรงถึงขนาดนั้น หรือหากจะหาเหตุผลมาอธิบายเพื่อให้มีน้ำหนักในการออก พรก.กู้เงิน ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพที่เลวร้ายจนเกินไปก็ได้ จึงรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมายื่นต่อ ป.ป.ช. ให้การเอาผิดครั้งนี้
>> นายกฯ ชู 3 ยุทธศาสตร์ในเวที Retreat Session ย้ำ “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-บทบาทอาเซียนต่อเวทีโลก” รับมือภูมิรัฐศาสตร์โลกผันผวน
14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบไม่เป็นทางการ (Retreat Session) พร้อมนำเสนอ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับอาเซียน เพื่อรับมือภูมิรัฐศาสตร์โลกผันผวน ได้แก่
การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยม (Regionalism) : ประเทศสมาชิกต้องก้าวข้ามจุดยืนเฉพาะของแต่ละประเทศ หันมาให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ร่วมของภูมิภาค และดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
ความยืดหยุ่น (Resilience) : ธำรงไว้ซึ่ง “ASEAN Centrality” ให้อาเซียนเป็นแกนหลักของนโยบายต่างประเทศของแต่ละประเทศ พร้อมส่งเสริมการหารืออย่างครอบคลุมทุกฝ่าย สร้างความไว้วางใจและลดความตึงเครียดก่อนที่จะบานปลาย
การรักษาบทบาทสำคัญของอาเซียนทั้งภายในและนอกภูมิภาค (Relevance) : รักษาสถานะการเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือจากประชาคมระหว่างประเทศ และทำงานร่วมกับประเทศหุ้นส่วนที่มีแนวคิดสอดคล้องกันเพื่อคุณภาพชีวิต โอกาส และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม
นายกฯ ย้ำว่า ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญความปั่นป่วน ภูมิภาคยิ่งต้องการบทบาทของอาเซียนที่เข้มแข็งมากขึ้น หากอาเซียนสามารถเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยม ความยืดหยุ่น และรักษาความเกี่ยวข้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงได้ อาเซียนจะไม่เพียงสามารถรับมือกับความท้าทายในอนาคต แต่ยังคงเป็นพลังสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้แก่ภูมิภาคต่อไป
>> รวบ 2 สิงห์รถบรรทุก ขนเหล็กเส้นบังหน้า ซุกยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ด
14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาย 2 ราย แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมยึดของกลางยาบ้า ชนิดเม็ดสีส้ม รวมเกือบ 300,000 เม็ด,รถบรรทุกที่ใช้ขนยาบ้า,โทรศัพท์มือถือ หลังเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติด ตำรวจทางหลวง ได้นำรถวิทยุตรวจการณ์ออกสกัดกั้นรถบรรทุกพ่วงทะเบียนนครศรีธรรมราช บริเวณ ทล.41 กม.156 ในพื้นที่ อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ไล่ล่ากดดันอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งสกัดจับได้
จากการตรวจค้นภายในรถพบ "ยาบ้า" ซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ภายในห้องโดยสาร รวมของกลางที่ยึดได้ทั้งสิ้น 294,005 เม็ด แต่ในระหว่างการตรวจค้น ผู้ต้องหาทั้งสองพยายามวิ่งหลบหนีสุดชีวิต แต่ถูกเจ้าหน้าตำรวจ ตชด. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภ.8 ที่เข้าสนับสนุนการจับกุมและสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ทัน
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างจากเครือข่ายยาเสพติดย่านบางบอน กรุงเทพฯ ให้นำยาบ้าทั้งหมดไปส่งที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยใช้การบรรทุกเหล็กเส้นบังหน้าเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และได้รับเงินค่าจ้างโอนล่วงหน้ามาแล้ว 26,000 บาท เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาและควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> จ.พิษณุโลก ระทึกไฟไหม้บ้านพักชุมชนบ้านคลอง เจ้าหน้าที่เร่งสกัดเพลิง
15.25 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพัก หมู่ 3 ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงประสานรถดับเพลิงพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านพักอย่างรุนแรง ท่ามกลางความแตกตื่นของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงเพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง โดยใช้เวลาควบคุมเพลิงอยู่ระยะหนึ่งจึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้แต่อย่างใด
>> ลุยปราบเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ทลายโกดังย่านประเวศ จับกุมเครือข่ายได้ทั้งขบวนการ ยึดของกลางกว่า 200,000 ชิ้น
16.23 น. พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร.) ลงพื้นที่ติดตามผลการตรวจค้นจับกุมเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ โดยเข้าตรวจค้นโกดังบุหรี่ไฟฟ้าในเขตพื้นที่ประเวศ ยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์มากกว่า 200,000 ชิ้น, รถยนต์ 3 คัน มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท พร้อมจับกุมผู้ต้องหาหลายราย
การตรวจค้นโกดังครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจากผู้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายย่อยทางออนไลน์ เพื่อขยายผลไปยังผู้จำหน่ายรายใหญ่ จนสามารถสืบสวนพบข้อมูลเครือข่ายขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางไลน์แอด จึงได้เข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าในครั้งนี้ ของกลางที่ตรวจยึดได้มีบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากกว่า 200,000 ชิ้น พร้อมด้วยกล่องและอุปกรณ์สำหรับบรรจุและจัดส่ง, คอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์สำหรับพิมพ์บิลส่งพัสดุ, ตรวจยึดรถยนต์ 3 คัน เป็นรถตู้ 1 คัน และรถกระบะตู้ทึบ 2 คัน พร้อมป้ายทะเบียนสำหรับสับเปลี่ยนหมายเลขอื่นซุกซ่อนภายในรถ และได้จับกุมผู้ต้องหา 9 ราย เป็นคนไทย 2 ราย คนลาว 7 ราย ซึ่งคนลาวที่จับกุมได้นั้น มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีม้าที่ใช้ในการขายบุหรี่ไฟฟ้าของเครือข่ายนี้ด้วย
หลังจากนั้นจึงได้สืบสวนขยายผลไปยังตัวการของเครือข่ายกลุ่มนี้ โดยเข้าไปตรวจค้นห้องชุดในคอนโดย่านสุขุมวิท พบผู้ต้องหาชายไทยอีก 1 ราย เป็นเจ้าของร้านบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์เครือข่ายนี้ โดยมีหลักฐานในโทรศัพท์มือถือเป็นแชทบทสนทนาการขายบุหรี่ไฟฟ้าให้กับลูกค้า ผ่านไลน์แอด ในห้องชุดยังพบบุหรี่ไฟฟ้าประมาณ 500 ตัว, กล่องบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าที่เตรียมส่งให้ลูกค้า 10 กล่อง ในกล่องมีบุหรี่ไฟฟ้าบรรจุประมาณ 100 ตัว
เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางและควบคุมตัวผู้ดูแลโกดัง แจ้งข้อหาร่วมกันขายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้าฯ ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรฯ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 รวมทั้งให้นำมาตรการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาใช้บังคับในคดีนี้ด้วย
>> นายกฯ หารือทวิภาคีนายกฯ สิงคโปร์ เห็นพ้องทำอาเซียนให้แข็งแกร่ง เดินหน้าเชื่อมต่อพลังงาน ASEAN
17.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พบหารือทวิภาคีกับนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯ สิงคโปร์ โดยนายกฯ กล่าวถึงแนวคิด “Synergise Our Strength” โดยเห็นว่าประเทศสมาชิกอาเซียนควรร่วมกันมองหาโอกาสและเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่วมกัน มากกว่ามองกันเองในฐานะคู่แข่งขัน
นายกฯ เสนอให้อาเซียนใช้จุดแข็งของภูมิภาคในการยกระดับอำนาจต่อรองกับภูมิภาคอื่นของโลก อาเซียนถือเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง และเป็นฐานการผลิตสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลกของสินค้าหลายประเภท จึงควรผลักดันให้อาเซียนมีบทบาทและเสียงที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นบนเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่ นายกฯ สิงคโปร์เห็นพ้องและยืนยันพร้อมสนับสนุนความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียนในทุกมิติ
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยืนยันสนับสนุนการผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ตลอดจนความร่วมมือด้านพลังงานในกรอบอาเซียน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเชื่อมโยงด้านพลังงานของภูมิภาคในระยะยาว
>> ผบ.ตร. สั่งตรวจสอบด่วน คลิปด่านตรวจเรียกรับเงิน หากผิดจริงไม่ปกป้อง
18.04 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่คลิปอ้างพบด่านตรวจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตำรวจเรียกตรวจสารเสพติด แล้วเรียกรับเงินเพื่อแลกการปล่อยตัว ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้น โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จะดำเนินการทั้งทางวินัย อาญา และปกครองอย่างเด็ดขาด ไม่มีการปกป้อง
ทั้งนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และด่านตรวจ เป้าหมายหลักมีไว้เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ลดอุบัติเหตุ และป้องกันอาชญากรรม ไม่ใช่สถานที่แสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรโดยตรง ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า หากพบการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมตรวจสอบและดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาทุกกรณี
>> ราชทัณฑ์ - ตำรวจ ไล่ล่าติดตาม รวบนักโทษชาย แหกเรือนจำอำเภอธัญบุรี จับได้ที่บ้านบึง จ.ชลบุรี
22.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี นักโทษชาย หลบหนีจากเรือนจำอำเภอธัญบุรี ขณะฝึกวิชาชีพภายนอกเรือนจำ ทั้งที่เหลือโทษจำคุกอีก 23 วันเท่านั้น เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569
นายพิทักษ์พงษ์ น้อยพิทักษ์ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอธัญบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี และได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ตำรวจภูธรภาค 1 ตำรวจ สภ.ธัญบุรี สภ.ชลบุรี ร่วมจับกุมตัว น.ช. เสกสรร ได้ที่จังหวัดชลบุรี
กรมราชทัณฑ์ โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในเส้นทางการหลบหนีและบ้านญาติ จนนายเสกสรร รูปทอง ผู้ต้องขังหลบหนีดังกล่าว ได้ติดต่อญาติให้ประสานเจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี เพื่อขอเข้ามอบตัวเมื่อเวลาประมาณ 21.50 น. ของวันนี้ (8 พ.ค. 2569) เป็นที่เรียบร้อย
โดยจับกุมตัวได้บริเวณริมถนน 344 พื้นที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เบื้องต้นสาเหตุการหลบหนีเกิดจากมีปัญหาทางครอบครัว จึงตัดสินใจหลบหนีเพื่อออกไปเคลียร์ปัญหาดังกล่าว
>> รถจักรยานยนต์ชนกันกลางถนน มีทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต
01.00 น. รับแจ้งจาก ทีมกู้ภัยสว่างสรรเพชญ มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ 2 คันชนกัน และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส กลางถนนเส้นหน้าไร่พูลเสม ต.ห้วยข้อง อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ สีส้ม สภาพรถพังเสียหายทั้ง 2 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง และพบว่า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 28 ปี ชาว อ.ท่ายาง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไร่สะท้อน
>> แผ่นดินไหว ที่อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
02.13 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 1.8 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน