กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบนฝนลดลง กลาง-กทม.ยังร้อน ใต้คลื่นสูง!
กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ขณะที่ภาคกลาง กทม.และปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน ส่วนภาคใต้ยังมีฝนประปราย เตือนชาวเรืออ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
14 มีนาคม 2569 - กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางแห่ง โดยภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนภาคตะวันออก จะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน
สาเหตุเนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีน ยังคงแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ยังมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และดูแลสุขภาพจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น
ขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละอองในระยะนี้ ประเทศไทยตอนบนมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงปานกลาง เนื่องจากการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี อย่างไรก็ตาม บริเวณภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังมีการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก จากสภาพการระบายอากาศที่ไม่ดีนัก
สำหรับพยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนใหญ่บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 18-24 องศาเซลเซียส สูงสุด 27-35 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนใหญ่บริเวณ จ.เลย หนองคาย และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ภาคกลางจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนใหญ่บริเวณ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนใหญ่บริเวณ จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนใหญ่บริเวณ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส โดยตั้งแต่ จ.ชุมพรขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขณะที่ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานีลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนใหญ่บริเวณ จ.ระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณห่างฝั่งและพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส สูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส