โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

COCOCOบุกตลาดใหม่ สปินออฟอาหารสัตว์เลี้ยง

ทันหุ้น

อัพเดต 23 เม.ย. เวลา 01.08 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. เวลา 01.00 น.

#COCOCO #ทันหุ้น – COCOCO ยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 โต 30-35% เดินหน้าขยายตลาดใหม่ แถบโอเชียเนีย เน้น นิวซีแลนด์เปิดโรงงานผลิตกะทิในฟิลิปปินส์ Q3/2569 ด้านอาหารสัตว์เลี้ยงดีมานด์พุ่ง จ่อขยายกำลังกรผลิตเพิ่มอีก 30-40% ปลายปีนี้ –มีแผนดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 2570 ด้านต้นทุนผลิตสูงขึ้น แต่ชดเชยจากค่าบาทที่อ่อนค่า จึงยังไม่เพิ่มราคาขาย

ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวและผลไม้ต่างๆ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจในปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้เติบโต 30-35% ซึ่งจะเน้นการขายสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเองมากขึ้น รวมถึงการสร้างการรับรู้แบรนด์ “มะพร้าวไทย” โดยปัจจุบันรายได้จากการส่งออก 80% และภายในประเทศไทย 20%

@ค่าเงินชดเชยต้นทุน

ในด้านต้นทุนการผลิต แม้ว่าต้นทุนขวดพลาสติกพรีฟอร์ม (Preform) หรือชิ้นส่วนพลาสติกกึ่งสำเร็จรูปจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 50% แต่ยังเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับต้นทุนรวม ที่รวมค่าน้ำมัน ค่ากล่อง และค่าฉลาก พบว่าน้ำมะพร้าวแบบบรรจุขวดมีต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่เกิน 5% ขณะที่น้ำมะพร้าวแบบกล่องกระดาษมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียง 1% เท่านั้น

นอกจากนี้บริษัทได้รับผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาทจาก 31 บาทต่อดอลลาร์ เป็น 32 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นกำไรจากส่วนต่างค่าเงินประมาณ 7-8% ซึ่งเพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ส่งผลให้บริษัทยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้า

@ขยายตลาดน้ำมะพร้าว

ทั้งนี้ธุรกิจน้ำมะพร้าว ปัจจุบันราคามะพร้าวน้ำหอมปรับตัวลดลงจากภาวะ Supply ล้นตลาด และปัญหาการค้ากับจีน เพราะประเด็นเรื่องน้ำมะพร้าวปลอม แต่บริษัทมองว่าเป็นโอกาสและความได้เปรียบ เพราะบริษัทผลิตน้ำมะพร้าวแท้ 100% ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาวเมื่อตลาดกลับมามีความเชื่อมั่น

ขณะที่ตลาดสหรัฐ แม้ว่าสหรัฐ จะเผชิญกับสภาวะเงินเฟ้อสูงหรือปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่สินค้าในกลุ่มน้ำมะพร้าวยังคงขยายตัวได้ดี เนื่องจากเป็นสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มที่ผู้บริโภคยังคงมีความจำเป็นต้องบริโภค ส่วนตลาดตะวันออกกลางแม้ตลาดจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่สินค้าของบริษัทได้รับการยอมรับอย่างสูง ถึงจะยังไม่สามารถเติบโตตามแผนธุรกิจที่วางไว้ได้จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีมีแผนจะขยายไปยังโซนโอเชียเนียมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศนิวซีแลนด์

@ออเดอร์กะทิเพียบ

สำหรับธุรกิจกะทิในปีนี้ ราคากะทิเริ่มปรับตัวลดลง เนื่องจากมีผลผลิตออกมาจำนวนมาก หลังจากผ่านช่วง Low Season ในไตรมาสที่ 1/2569 ทำให้เริ่มมีออเดอร์เข้ามาเป็นจำนวนมากในไตรมาสที่ 2/2569 และคาดว่าจะเติบโตอย่างเต็มที่ในปีหน้า เนื่องจากจะมีการเปิดโรงงานในฟิลิปปินส์ซึ่งมีต้นทุนวัตถุดิบถูกกว่าประเทศไทยถึง 50% อีกทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีนำเข้าในยุโรป สหรัฐ แคนาดา และอังกฤษ คาดจะเปิดตัวและเริ่มผลิตสินค้าได้ในช่วงไตรมาสที่ 3/2569

@Spin-off อาหารสัตว์เลี้ยง

ในส่วนกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง คาดรายได้ปีนี้เพิ่มขึ้น 20% เนื่องจาก ปัจจุบันมีออเดอร์เข้ามาเต็มจำนวนที่วางแผนไว้แล้ว จึงเตรียมลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 100 ล้านบาทในช่วงปลายปีนี้ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 30-40% สำหรับรองรับออเดอร์ในปีหน้า โดยบริษัทมีแผนจะ Spin-off ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงออกมาในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 เพื่อให้ธุรกิจนี้สามารถระดมทุนและเติบโตได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพิงงบประมาณหรือการกู้ยืมจากบริษัทแม่เพียงอย่างเดียว ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตไปได้ไกลกว่าเดิม

นอกจากนี้บริษัทแต่งตั้งผู้จัดการ การจัดจำหน่ายหุ้นกู้อย่างเป็นทางการ 6 แห่ง เพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ จำนวน 2 ชุด มูลค่ารวมไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยชุดที่ 1 อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.85% ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 2. เป็นหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.05% ต่อปี โดยเปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 27-29 เมษายน 2569 โดยการออกหุ้นกู้ในครั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางการเงิน รองรับแผนขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเพิ่มศักยภาพการผลิตและต่อยอดผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...