ร้านอาหารใหม่ น่าแวะไปเช็กอิน ประจำเดือนเมษายน 2026
LSA Thailand
อัพเดต 17 เม.ย. เวลา 11.47 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. เวลา 01.30 น. • Lifestyle Asia Thailandก้าวเข้าสู่เดือนสี่ของปี 2026 วันนี้เรามี ร้านอาหารใหม่ ประจำเดือนเมษายนมาป้ายยากันอีกแล้ว มาดูกันดีกว่าว่ามีร้านไหนน่าสนใจบ้าง
Related Article:
ร้านอาหารใหม่ น่าแวะไปเช็กอิน ประจำเดือนมีนาคม 2026
ร้านอาหารใหม่ น่าแวะไปเช็กอิน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026
กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งนักชิม และเมืองนี้ก็เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยร้านอาหารใหม่ ๆ เช่น ร้านอาหารตามฤดูกาล และคอนเซ็ปต์สุดสร้างสรรค์ ตั้งแต่เชฟหน้าใหม่ที่คุณต้องรู้จัก ไปจนถึงร้านอาหารสุดฮิตที่คุณต้องจองโต๊ะให้ได้ ติดตามทุกความเคลื่อนไหวในวงการอาหารของกรุงเทพฯ ได้ในบทสรุปประจำเดือนของเรา
แม้ว่าสถานการณ์โลกในตอนนี้อาจดูวุ่นวาย แต่เราอย่าลืมว่าเดือนเมษายนเป็นจุดเริ่มต้นใหม่สำหรับหลาย ๆ คนในประเทศไทย โดยปีใหม่ไทยจะเฉลิมฉลองกันในช่วงกลางเดือนเมษายน และโดยทั่วไปแล้วบรรยากาศก็สนุกสนาน หากคุณกำลังมองหาอาหารใหม่ ๆ และของว่างสดใหม่เพื่อฉลองปีใหม่ กรุงเทพฯ มีร้านอาหารบนดาดฟ้าแห่งใหม่เปิดในเดือนนี้ รวมถึงร้านอาหารเวียดนาม ไทย-จีน และญี่ปุ่น-อินเดียด้วย เมนูใหม่ในร้านอาหารที่มีอยู่เดิมนั้นได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิในยุโรป และความหวังยังคงมีอยู่ (แม้ในสภาพอากาศร้อนจัด) ว่าสิ่งต่าง ๆ อาจจะดีขึ้นในไม่ช้า ไม่ว่าคุณจะมองในมุมไหน โปรดอ่านต่อเพื่อรับทราบข่าวสารล่าสุดจากวงการอาหารของเมืองแห่งนี้
อย่าลืมโหวตในงาน LSA Best Bites Awards 2026 ของเรา และแสดงความรักให้ร้านอาหารที่คุณชื่นชอบด้วย!
ร้านอาหารใหม่ ประจำเดือนเมษายน 2026
เปิดตัว Iris & Wild Iris แลนด์มาร์คดาดฟ้าแห่งใหม่ย่านสีลม กับบรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลิ่นอายริเวียรา (ร้านอาหารใหม่)
ท่ามกลางการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งของพื้นที่รอบสวนลุมพินี SO/ Bangkok ได้เผยโฉมแลนด์มาร์คใหม่สุดน่าสนใจอย่าง Iris & Wild Iris สถานที่พักผ่อนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของชายฝั่งริเวียร่า โดยออกแบบพื้นที่ให้เชื่อมต่อกันอย่างลงตัวถึงสามส่วน เพื่อมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดภายในค่ำคืนเดียว
เริ่มต้นที่ Iris ห้องอาหารสุดหรูในรูปแบบเรือนกระจกบนชั้น 29 ที่รังสรรค์เมนูอิตาเลียนตอนใต้ร่วมสมัยโดย เชฟ Enrico Pantorno เชฟชาวซิซิเลียผู้เปี่ยมฝีมือ ลูกค้าจะได้ลิ้มลองรสชาติที่สดชื่นของอาหารทะเลสไตล์ครูโด พาสต้าเส้นสดทำมือที่เหมาะสำหรับการแบ่งปัน โดยมีจานเด่นที่ไม่ควรพลาดอย่าง บรูสเกตตา ทริโอ ที่เสิร์ฟทั้งเนื้อทาร์ทาร์ ซัลซ่ามะเขือเทศ และเอ็นดูจา รวมถึงอารันชินีสไตล์ซิซิลี สเต็กริบอายเนื้อวากิวออสเตรเลียย่าง และเฟตตูชินีราดซอสทรัฟเฟิลรสละมุน
เมื่อเดินต่อเนื่องออกมาจะพบกับ Iris Terrace พื้นที่กลางแจ้งสำหรับรับลมชมวิว ก่อนจะขยับขึ้นไปสู่จุดสูงสุดที่ Wild Iris รูฟท็อปบาร์ที่ได้รับการออกแบบอย่างวิจิตรบรรจงภายใต้แนวคิด ‘นกยูงขาว’ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ถ่ายรูปสวยในทุกมุมมอง พร้อมเติมเต็มบรรยากาศยามเย็นด้วยเสียงเพลงจากดีเจชื่อดัง ในส่วนของเครื่องดื่มนั้นเน้นการนำเสนอวัฒนธรรม ‘อะเปริติโว’ ของยุโรปตอนใต้ รังสรรค์เป็นค็อกเทลที่มีส่วนผสมของพฤกษศาสตร์ ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานสดชื่น ปิดท้ายค่ำคืนเหนือเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ ได้อย่างน่าประทับใจ
Iris & Wild Iris, 2 ถนนสาทรเหนือ, สีลม, บางรัก, กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 17.00-24.00 น.
Sasa Khao Tom Bar ปลุกกระแสเมนูโจ๊กให้กลับมามีชีวิตชีวาและเปี่ยมด้วยสไตล์อีกครั้ง
ใครจะคิดว่าการจิบไฮบอลคู่กับข้าวต้มร้อน ๆ จะกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดในยามค่ำคืน แม้ข้าวต้มจะเป็นเมนูโปรดของคนทุกวัยตั้งแต่นักท่องราตรีไปจนถึงคุณปู่คุณย่า แต่ Sasa Khao Tom Bar ในย่านทองหล่อได้หยิบเอาความคลาสสิกของประเพณีไทย-แต้จิ๋วมาปัดฝุ่นใหม่ให้สนุกสนานยิ่งขึ้น โดยนำเสนอเมนูเครื่องเคียงที่ทุกคนคุ้นเคยในรูปลักษณ์ที่ทันสมัย แต่ยังคงรสชาติความอร่อยแบบดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน
สำหรับเมนูชวนลิ้มลองนั้นมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ขนมปังหน้ากุ้งพันชั้น หมูสามชั้นทอดกรอบ ปูอัดทอด และไข่เจียวลาวา ไปจนถึงสลัดไข่เป็ดดาวทอดกรอบและตับห่านผัดกระเทียมรสเข้มข้น ส่วนสายสุขภาพก็มีตัวเลือกอย่างหมูไข่เค็มในน้ำซุปบ๊วยรสเผ็ด กะหล่ำปลีผัดคาราเมลน้ำปลา หรือเต้าหู้มิโซะสไตล์จีน และหากใครเลือกไม่ถูก ทางร้านยังมีชุดเริ่มต้นสุดคุ้มในราคาเพียง 100 บาท ที่มาพร้อมข้าวต้มแบบเติมไม่อั้น และเครื่องเคียงสองอย่างให้เลือกสรรตามใจชอบ ก่อนจะปิดท้ายด้วยของหวานอย่างบริออชโฮมเมดอุ่น ๆ พร้อมดิปคัสตาร์ดไข่เค็มแสนอร่อย
เสน่ห์ของที่นี่คือการผสมผสานความอบอุ่นในอดีตเข้ากับความทันสมัยอย่างมีชั้นเชิง อาหารทุกจานเสิร์ฟในภาชนะแบบดั้งเดิมที่ชวนให้คิดถึงรสมืออาม่า แต่กลับตั้งอยู่ในบรรยากาศมินิมอลกึ่งคาเฟ่แอนด์บาร์ที่ตกแต่งด้วยแสงไฟสีแดงสดและโต๊ะสีแดงมงคล พร้อมเก้าอี้สแตนเลสสุดเท่ที่ให้กลิ่นอายความชิคแบบร่วมสมัย และที่สำคัญร้านนี้ยังเปิดต้อนรับเหล่าสัตว์เลี้ยงตัวโปรด (Pet-friendly) ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนสุดพิเศษนี้ได้อีกด้วย
Sasa Khao Tom Bar, Market Place Thonglor, 323 ทองหล่อ 15, คลองตันเหนือ, วัฒนา, กรุงเทพฯ เปิดวันอาทิตย์-พฤหัสบดี 10.00-23.00 น. และวันศุกร์-เสาร์ 10.00-04.00 น.
แลนดิ้งสู่ไทยแล้ว! CURRY UP by HUMAN MADE ร้านแกงกะหรี่ชื่อดังระดับสเตตัสจากโตเกียว พร้อมเปิดสาขาใหม่ให้สัมผัสความอร่อยอย่างมีสไตล์ ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี (ร้านอาหารใหม่)
กระแสความร้อนแรงของการเปิดตัว HUMAN MADE แห่งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนที่ผ่านมายังไม่ทันจางหาย แบรนด์สตรีทแวร์ระดับโลกก็ได้สร้างเซอร์ไพรส์ต่อเนื่องเพื่อฉลองการปักหมุดในกรุงเทพฯ ด้วยการเปิดตัว CURRY UP BANGKOK ร้านแกงกะหรี่สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตั้งอยู่ติดกับบูติกของแบรนด์ ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี พร้อมต้อนรับเหล่านักชิมและสายแฟชั่นให้มาสัมผัสประสบการณ์ที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์เข้ากับรสชาติอาหารได้อย่างลงตัว
CURRY UP ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2010 ณ กรุงโตเกียว โดยมีความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์แกงกะหรี่ที่ไม่ใช้สารปรุงแต่ง และปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยเครื่องเทศสูตรดั้งเดิม ร้านแห่งนี้มุ่งมั่นที่จะยกระดับศิลปะแห่งแกงกะหรี่ญี่ปุ่นผ่านเมนูที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ เมนูที่ถือเป็นหัวใจสำคัญและห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดคือ แกงกะหรี่ไก่เนย (Butter Chicken Curry) ซึ่งเป็นเมนูขายดีตลอดกาล นอกจากนี้ยังมีแกงกะหรี่ไก่สับ หมูสามชั้น และแกงกะหรี่มะเขือยาวที่รสชาติลุ่มลึกไม่แพ้กัน โดยลูกค้าสามารถเลือกอิ่มอร่อยกับแกงกะหรี่รสชาติเดียวหรือจะเลือกผสมสองรสชาติ (Double Curry) ในจานเดียวเพื่อความหลากหลาย เสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ และขอแนะนำให้ตบท้ายด้วย ลัสซี (Lassi) เครื่องดื่มโยเกิร์ตสไตล์อินเดียที่ช่วยล้างปากและเติมความสดชื่นได้อย่างดีเยี่ยม
นอกเหนือจากประสบการณ์ด้านรสชาติแล้ว CURRY UP ยังส่งต่อจิตวิญญาณของแบรนด์ผ่านสินค้าที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “ยี่หร่า” (Cumin) มาสคอตประจำร้านที่ดูน่ารักและกวนลึกในเวลาเดียวกัน โดยมีให้เลือกสะสมตั้งแต่อุปกรณ์แต่งกายอย่าง เสื้อยืดและหมวก ไปจนถึงของสะสมชิ้นเล็กอย่างพวงกุญแจและสติกเกอร์ ทำให้การมาเยือนที่นี่ไม่ใช่แค่การรับประทานอาหาร แต่คือการดื่มด่ำกับวัฒนธรรมในแบบฉบับของ HUMAN MADE อย่างแท้จริง
CURRY UP, ชั้น 2, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, 1031 ถนนเพลินจิต, เขตปทุมวัน, กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 10.00-21.00 น.
Banh Mimi กับการเดินทางครั้งใหม่ที่ตอกย้ำว่าอาหารเวียดนามได้เข้าไปนั่งในใจชาวกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง (ร้านอาหารใหม่)
ในขณะที่กระแสอาหารเวียดนามในกรุงเทพฯ กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง iBerry Group ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ An Com An Ca และ Slay Yuan ก็ตอกย้ำความเป็นผู้นำในวงการอาหารอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Banh Mimi ร้านอาหารเวียดนามสไตล์สบาย ๆ ที่พร้อมต้อนรับทุกคนใจกลางสยามพารากอน
ไฮไลต์สำคัญของร้านหนีไม่พ้นเมนู “บั๋นหมี่” (Banh Mi) แซนด์วิชสไตล์เวียดนามที่ใช้ขนมปังบาแกตต์สูตรดั้งเดิม โดดเด่นด้วยสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน อัดแน่นด้วยไส้หลากหลายชนิด ทั้งเนื้อหมูรสเข้มข้น ผักดองรสเปรี้ยวหวาน และสมุนไพรสดนานาชนิด โดยมีให้เลือกชิมมากกว่า 5 รูปแบบ ตั้งแต่รสชาติต้นตำรับไปจนถึงการผสมผสานรสชาติแบบไทยอย่างมัสมั่นเนื้อ หรือแม้แต่ตัวเลือกสำหรับชาวมังสวิรัติ ซึ่งหากใครเพิ่งเคยลิ้มลองเป็นครั้งแรก การเริ่มต้นด้วยรสชาติดั้งเดิมถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุด
นอกจากบั๋นหมี่ที่เป็นตัวชูโรงแล้ว เมนูของร้านยังครอบคลุมไปถึงอาหารทานเล่นของทอดหลากหลายเมนู เฝอรสชาติกลมกล่อมที่มีให้เลือกถึงสองสไตล์ และกาแฟเวียดนามรสเข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์ แม้จะเป็นเมนูขนาดกะทัดรัด แต่ก็ได้รับการคัดสรรมาอย่างครบครันเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มองหาอาหารเวียดนามสไตล์ Street Food ที่ทานง่ายและคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็นการเติมพลังก่อนเดินช้อปปิ้งหรือการพักผ่อนสบายๆ หลังจบวันในย่านสยามอันวุ่นวาย
Banh Mimi, ชั้น G, สยามพารากอน, 991 ถนนพระราม 1, ปทุมวัน, กรุงเทพฯ เปิดทุกวัน 10.00-22.00 น.
ลิสต์เมนูใหม่ และ ข่าวสารวงการอาหารอื่น ๆ ประจำเดือนเมษายน 2026
Blue by Alain Ducasse เผยโฉมสุนทรียศาสตร์แห่งรสชาติ ผ่านเมนูฤดูกาลใหม่ Spring 2026 ที่รังสรรค์อย่างวิจิตรบรรจง
การเปิดตัวเมนูฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ณ Blue by Alain Ducasse ครั้งนี้ มีความหมายลึกซึ้งเป็นพิเศษสำหรับ เชฟใหญ่ Evens López เพราะถือเป็นการรวบรวมแรงบันดาลใจเพื่อปิดฉากฤดูกาลแรกของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเส้นทางแห่งรสชาติเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก้าวแรกด้วยการนำชมความงดงามของพืชพรรณที่ประดับตกแต่งบริเวณล็อบบี้ ก่อนจะเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยคานาเป้ตามฤดูกาลที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน โดยมีไฮไลต์อย่างข้าวโพดหวานย่าง ซึ่งเชฟตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อแสดงความเคารพต่อความทรงจำในวัยเด็กที่ประเทศเปรู
ความละเมียดละไมดำเนินต่อเนื่องผ่านจานเรียกน้ำย่อยที่โดดเด่น ทั้งปลาหมึกสีทองเนื้อหวาน ปูสีน้ำตาลส่งตรงจากบริตตานี และเมนูที่เป็นขวัญใจของหลายคนอย่างบวบสีรุ้งที่เสิร์ฟคู่กับชีส Comté รสละมุน สำหรับอาหารจานหลัก เชฟได้ยกระดับวัตถุดิบชั้นเลิศสู่ความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นกุ้งล็อบสเตอร์จากนอร์เวย์ ปลา Monkfish ที่ผ่านกระบวนการดรายเอจจนได้รสชาติที่เข้มข้น และเนื้อแกะ Gundagai คุณภาพเยี่ยมที่ปรุงอย่างประณีต
ปิดท้ายค่ำคืนด้วยสุนทรียศาสตร์แห่งของหวาน ผลงานร่วมกันของ เชฟขนมหวานระดับบริหาร Christophe Grilo และ เชฟขนมหวาน Florian Boje ที่รังสรรค์เมนูอันวิจิตรจากการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมฝรั่งเศสเข้ากับเอกลักษณ์ของวัตถุดิบไทยได้อย่างน่าอัศจรรย์ และที่พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดคือ ขบวนรถเข็นโกโก้ (Cocoa Trolley) ที่จะมาเสิร์ฟปิดท้ายมื้ออาหาร พร้อมด้วยขนมหวานชิ้นเล็กนานาชนิดที่ถูกคัดสรรมาอย่างน่าหลงใหล เพื่อสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมเหนือโค้งน้ำเจ้าพระยา
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Blue by Alain Ducasse
สัมผัสสุนทรียศาสตร์แห่งรสชาติครั้งใหม่ที่ Elements, Inspired by Ciel Bleu กับเมนูสุดพิเศษที่ถ่ายทอดความงดงามของวัตถุดิบตามฤดูกาลผ่านศิลปะแห่งการปรุง
Elements, Inspired by Ciel Bleu ณ โรงแรม The Okura Prestige Bangkok พร้อมพาคุณออกเดินทางไปกับสัมผัสแห่งรสชาติครั้งใหม่ใน ‘Spring Guestronomic Journey’ เมนูที่รังสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรจากการผสานเทคนิคการทำอาหารชั้นสูงแบบฝรั่งเศส เข้ากับจิตวิญญาณและความงดงามของวัตถุดิบในฤดูใบไม้ผลิจากญี่ปุ่นได้อย่างไร้ที่ติ
การเดินทางเริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยที่น่าสนใจอย่าง หอยทากทะเลไบไกเสิร์ฟคู่กับกะหล่ำปลีหัวกลม ฟัวกราส์เทอร์รีนที่หอมอบอวลด้วยกลิ่นอายใบซากุระ และหน่อไม้ฝรั่งขาวส่งตรงจากหุบเขาโลร์ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับความเข้มข้นของไข่หอยเม่น ก่อนจะเข้าสู่รสชาติที่ลุ่มลึกยิ่งขึ้นด้วยปลาหมึกโฮตารุอิกะท็อปด้วยคาเวียร์คาลูกาชั้นเลิศ ขาหมูไอบีริโก และเนื้อกวางโตเลโด โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่เนื้อวากิวมิยาซากิระดับ A4 ที่นุ่มละลายในปาก
สำหรับบทส่งท้ายของมื้ออาหารสุดพิเศษนี้ แขกผู้มาเยือนสามารถเลือกดื่มด่ำกับของหวานที่รังสรรค์มาอย่างประณีต ระหว่าง Koshikari Riz au Lait ข้าวเหนียวมะพร้าวที่ยกระดับความคุ้นเคยสู่ความหรูหรา หรือจะเลือกความสดชื่นจาก Dekopon Orange ส้มเดโคปอนรสหวานฉ่ำ ซึ่งไม่ว่าคุณจะเลือกปิดท้ายด้วยเมนูใด ก็รับรองได้ว่าจะได้รับความประทับใจอันสมบูรณ์แบบไม่ต่างกัน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Elements, Inspired by Ciel Bleu
Yu Ting Yuan ร่วมเฉลิมฉลองการขยับเข้าสู่ ‘ช่วงเวลาแห่งฤดูใบไม้ผลิ’ ผ่านการรังสรรค์เมนูตามฤดูกาลที่ถ่ายทอดศิลปะแห่งรสชาติอย่างเหนือระดับ
เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูกาลแห่งการเริ่มต้น Yu Ting Yuan พร้อมสะกดทุกประสาทสัมผัสด้วยเมนูประจำฤดูใบไม้ผลิที่รังสรรค์ขึ้นภายใต้แรงบันดาลใจจาก “ความแปรเปลี่ยนที่งดงามของธรรมชาติ” โดยเน้นการดึงความสดใหม่ของวัตถุดิบชูโรง ผสานเข้ากับเทคนิคการปรุงอาหารกวางตุ้งชั้นครูที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลและความละเมียดละไมเป็นหัวใจหลัก
ความโดดเด่นของฤดูกาลนี้ถ่ายทอดผ่านจานพิเศษอย่าง ปลากะพงขาวนึ่งเปลือกส้ม ที่มอบกลิ่นหอมสดชื่นละเมียดละไม และ ขาคางคกตุ๋นไข่กุ้งและหน่อไม้ เมนูที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และรสชาติที่ลุ่มลึก นอกจากนี้ “ติ่มซำ” อันเป็นเอกลักษณ์ของทางร้านยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด โดยในฤดูกาลนี้เชฟได้รังสรรค์ตัวเลือกใหม่ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ติ่มซำมะเขือเทศหน่อไม้ฝรั่งและหมูรสกลมกล่อม รวมถึงปอเปี๊ยะทอดไส้ใบพลูที่สอดไส้กระเพาะปลาและกุ้งมังกร มอบสัมผัสที่หรูหราและแตกต่างในทุกคำที่ลิ้มลอง
เชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติที่เปลี่ยนผ่านตามฤดูกาล ท่ามกลางบรรยากาศที่วิจิตรบรรจง ณ Yu Ting Yuan สถานที่ซึ่งทุกจานอาหารคือการเฉลิมฉลองแด่ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอย่างแท้จริง
เมนูตามฤดูกาลมีให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 พฤษภาคม 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yu Ting Yuan
IGNIV Bangkok เฉลิมฉลองการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเผยโฉมเมนู Fine Dining ใหม่ล่าสุดกว่า 19 รายการ
ภายใต้แรงบันดาลใจจาก “ความรู้สึกอันแสนสดชื่นของการเริ่มต้นใหม่หลังผ่านพ้นฤดูหนาว” IGNIV Bangkok พร้อมเปิดตัวเมนูฤดูใบไม้ผลิที่เปี่ยมด้วยความมีชีวิตชีวา รังสรรค์ขึ้นจากผักสดนานาพรรณและสมุนไพรหอมกรุ่น โดยมีการหยิบยกเอกลักษณ์ของอาหารเอเชียยอดนิยมมาผสมผสานอย่างน่าอัศจรรย์ เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารในสไตล์ Fine Dining Sharing ที่เน้นการแบ่งปันความสุขร่วมกัน
ความพิเศษของเมนูฤดูกาลนี้อยู่ที่การเลือกใช้ตัวชูรสอย่าง “มะแขว่น” (หรือพริกพราน) ที่ให้รสสัมผัสคล้ายหม่าล่า มาปรุงแต่งร่วมกับวัตถุดิบพรีเมียมอย่าง อาร์ติโชก ดอกกาแฟ เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ และมะยงชิด (Marian Plum) โดยมีจานเด่นที่สร้างความประทับใจตั้งแต่เริ่มต้นอย่าง เมนูถั่วลันเตาและหน่อไม้ฝรั่งที่มอบความสดชื่น ตามด้วยเกี๊ยวซ่ามะเขือม่วงผัดพริกที่ให้รสชาติจัดจ้าน และเนื้อแกะผัดซอสฮาริสซ่าคู่กับพริกหยวกที่เข้ากันได้อย่างลงตัว
ปิดท้ายมื้ออาหารอย่างสมบูรณ์แบบด้วยผลงานของ เชฟใหญ่ Arne Riehn ที่นำเสนอซูเฟล่ (Soufflé) อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งในฤดูกาลนี้เชฟได้เลือกใช้ช็อกโกแลตท้องถิ่นคุณภาพเยี่ยมจากจังหวัดลำปาง มารังสรรค์เป็นของหวานจานร้อนที่มอบสัมผัสละมุนและกลิ่นหอมกรุ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่งท้ายการเดินทางแห่งรสชาติในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ได้อย่างน่าจดจำครับ
เมนูฤดูใบไม้ผลิมีให้บริการจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ IGNIV Bangkok
สัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในมื้อกลางวันกับเมนูใหม่ล่าสุดจาก Burapa Eastern Thai Cuisine & Bar พร้อมเสิร์ฟแล้ววันนี้
Burapa Eastern Thai Cuisine & Bar พร้อมต้อนรับคุณทุกวันด้วยการเปิดตัว Lunch Set ชุดใหม่ที่ยกรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคตะวันออกมาเสิร์ฟใจกลางเมือง ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึง 14.00 น. ในราคาเริ่มต้นเพียง 550++ บาทต่อชุด โดยในเซตจะเน้นเมนูยอดนิยมที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน พร้อมเสิร์ฟจานหลักคู่กับเครื่องเคียงฟรีถึง 3 อย่าง และปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มชา กาแฟ หรือของหวานสูตรพิเศษที่เลือกได้ตามใจชอบ
เมนูไฮไลต์ที่ห้ามพลาด ได้แก่ ผัดไทยตราดกุ้งลายเสือย่างตัวโต ข้าวผัดรถไฟเสิร์ฟคู่กับไก่แดงย่างหอมกรุ่น และไข่เจียวกุ้งเนื้อแน่นราดซอสครีมรสละมุน นอกจากนี้ทางร้านยังให้ความสำคัญกับสายสุขภาพด้วยเมนูมังสวิรัติอย่าง เต้าหู้ทอดกับซุปเห็ดหอม และผัดไทยตราดเห็ดทอดกรอบที่อร่อยไม่แพ้กัน
สำหรับใครที่มองหาการพักผ่อนยามบ่ายแบบชิลๆ Burapa ยังได้เปิดตัวเซต ‘Drinks & Bites Pairing’ ในราคา 380++ บาท ซึ่งคุณสามารถเลือกจับคู่ค็อกเทลแก้วโปรดกับของว่างเลิศรสได้อีกหนึ่งอย่าง เป็นการเติมเต็มช่วงเวลาพักผ่อนด้วยกลิ่นอายตะวันออกได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Burapa Eastern Thai**
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Feature Image by Blue by Alain Ducasse via Website
Hero Image by Elements, Inspired byCielBleu via Website
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.