โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ถอดรหัสเศรษฐกิจจีนไตรมาส 1 ปี 2026 โต 5.0% ชูยุทธศาสตร์รับความผันผวน ดันอุตสาหกรรมไฮเทค-การค้าโลกแกร่ง

สยามรัฐ

อัพเดต 01 พ.ค. เวลา 13.05 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. เวลา 12.43 น.

เศรษฐกิจจีนประเดิมไตรมาสแรกของปี 2026 ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัวพุ่งสูงถึง 5.0% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งนับเป็นระดับเพดานสูงสุดของเป้าหมายการเติบโตที่วางไว้ 4.5% - 5.0% ผลงานที่ยอดเยี่ยมนี้เกิดขึ้นในฐานะปีแรกแห่งการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ซึ่งสะท้อนถึงรากฐานที่ปึกแผ่นและความยืดหยุ่นของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในการฝ่ามรสุมและความผันผวนของโลกได้อย่างมั่นคง ความยืดหยุ่นดังกล่าวมีที่มาจากการรักษาความแน่วแน่ในระดับยุทธศาสตร์ การมุ่งเน้นจัดการภารกิจภายในประเทศให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และความสามารถในการรู้เท่าทันเพื่อปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลง

ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งเกมการเมืองระหว่างประเทศ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยากลำบาก รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 ลงเหลือเพียง 3.1% อย่างไรก็ตาม นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า แม้จะมีความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่เศรษฐกิจจีนยังคงมีความยืดหยุ่นสูงและเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโลกในระยะยาวต่อไป

ความยืดหยุ่นที่แข็งแกร่งนี้สะท้อนชัดผ่านการบริหารจัดการนโยบายมหภาคอย่างมีเอกภาพ เพื่อขับเคลื่อน 4 ภารกิจหลัก ได้แก่ การรักษาเสถียรภาพการจ้างงาน การอุ้มชูภาคธุรกิจ การสร้างสมดุลให้ตลาด และการกอบกู้ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ในด้านกลไกทางการเงิน จีนยังคงเดินหน้าสนับสนุนภาคเศรษฐกิจจริงอย่างแข็งแกร่ง โดยในไตรมาสแรก ยอดการระดมทุนทางสังคมพุ่งสูงถึง 14.83 ล้านล้านหยวน ขณะที่ยอดสินเชื่อสกุลเงินหยวนปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.6 ล้านล้านหยวน ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนนโยบายการคลังเชิงรุก ซึ่งมีการออกพันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่นรวมมูลค่ากว่า 3.1 ล้านล้านหยวน นับเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2024 เป็นต้นมา

เสถียรภาพของนโยบายยังส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยในไตรมาสแรก มูลค่าเพิ่มทางการผลิตของจีนขยายตัวขึ้นถึง 6.3% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่มีสัดส่วนในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงถึง 32% โครงสร้างอุตสาหกรรมของจีนกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การยกระดับคุณภาพการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม โดยมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ขยายตัวขึ้น 8.9% ขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตไฮเทคพุ่งสูงถึง 12.5% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่โดยรวมถึง 2.8 และ 6.4 จุดเปอร์เซ็นต์ตามลำดับ นอกจากนี้ จีนยังคงมุ่งมั่นเปิดกว้างสู่สากล ส่งผลให้มีวิสาหกิจต่างชาติเข้ามาจดทะเบียนฐานข้อมูลกับศุลกากรจีนเพิ่มขึ้นกว่า 6,200 แห่งในไตรมาสแรก ขณะที่จำนวนบริษัทต่างชาติที่มีความเคลื่อนไหวด้านนำเข้าและส่งออกจริงปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 แห่ง ทำให้ยอดรวมขยับสูงขึ้นเป็น 6.9 หมื่นแห่ง

การปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการตลาดด้วยการขยายฐานให้มีความหลากหลายมากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้ภาพรวมการค้าต่างประเทศเติบโตสวนกระแสโลก ในไตรมาสแรก จีนมียอดการค้ากับกลุ่มประเทศเส้นทางสายไหมสูงถึง 6.06 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 14.2% และคิดเป็นสัดส่วนถึง 51.2% ของมูลค่าการค้าทั้งหมด นอกจากนี้ การค้ากับกลุ่มประเทศอาเซียนและลาตินอเมริกายังขยายตัวเท่ากันที่ 15.4% ด้านแอฟริกาพุ่งสูงถึง 23.7% ขณะที่สหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรเติบโต 14.6% และ 13.1% ตามลำดับ ส่วนกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ก็ขยายตัวขึ้น 13.4% เช่นกัน

เบื้องหลังความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีน คือผลสำเร็จจากการลงมือทำจริงของบรรดาภาคธุรกิจและผู้ประกอบการที่รู้จักปรับตัวให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลง บนเส้นทางเดินใหม่ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 จีนที่มั่นคง เปิดกว้าง และเปี่ยมด้วยนวัตกรรม จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความเชื่อมั่นและสร้างพลังให้กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...