แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล เดินหน้าขยายอินฟราฯ รับยุค AI Commerce
แอนท์ อินเตอร์เนชันแนลเดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยุค AI Commerce เชื่อมร้านค้ากว่า 150 ล้านราย และผู้ใช้งานกว่า 2 พันล้านบัญชีทั่วโลก พร้อมบริการทางการเงินแบบทั่วถึงและฝังตัว ซึ่งพัฒนาขึ้นบนความก้าวหน้า AI และความสามารถในการทำงานร่วมกัน
วันที่ 30 เมษายน 2569 - แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ขยายการเข้าถึงตลาดให้กว้างขวางยิ่งขึ้นผ่านการขอรับใบอนุญาตใหม่และการสร้างพันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย ลาตินอเมริกา และยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA)
ในประเทศเวียดนาม บริษัทได้ร่วมมือกับ NAPAS และ Vietcombank เพื่อเปิดตัวบริการชำระเงินด้วย QR ข้ามประเทศ และยังประสานงานกับรัฐบาลนครโฮจิมินห์เพื่อพัฒนาศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศอีกด้วย
สำหรับในภูมิภาคลาตินอเมริกา บริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับบริษัทฟินเทคสัญชาติเม็กซิกัน R2 เมื่อปลายปี 2568 เพื่อสนับสนุนการขยายสินเชื่อแก่ SME ทั่วทั้งภูมิภาค ในตะวันออกกลาง แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ร่วมมือกับธนาคารกลางซาอุดีอาระเบีย (SAMA) และเครือข่ายการชำระเงินแห่งชาติ mada โดยมีแผนจะเปิดตัวบริการชำระเงินด้วย QR ข้ามประเทศ Alipay+ ในปี 2569 โครงการริเริ่มล่าสุดของบริษัทยังรวมถึงแผนการที่จะเปิดตัวโครงการการเงินอิสลามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเกิดใหม่อื่นๆ
นอกจากการสนับสนุนธุรกิจในการขยายตลาดสู่ระดับโลกแล้ว แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ยังครองอันดับหนึ่งในด้านจำนวนบัญชีทั่วโลกที่บริหารจัดการให้แก่ธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ดำเนินธุรกิจการค้าข้ามพรมแดน
"โมเดลใหม่ของการเชื่อมโยงระบบการเงินและการค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI มอบเครื่องมืออันทรงพลังให้แก่เรา เพื่อช่วยทั้งบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกและร้านค้าขนาดเล็กให้เพิ่มความแข็งแกร่งและขยายช่องทางสร้างรายได้" เผิง หยาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล กล่าว พร้อมเสริมว่า "เครือข่ายที่กว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้น หมายความว่าเราสามารถทำงานร่วมกับพันธมิตรได้มากขึ้นในหลากหลายระดับ เพื่อส่งมอบโซลูชันฟินเทคที่ล้ำสมัย น่าเชื่อถือ และให้ผลตอบแทนการลงทุนสูงในตลาดที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลก"
โซลูชันที่ครอบคลุมสำหรับวิสาหกิจขนาดใหญ่ SMEs และตลาดเกิดใหม่ เพื่อการเติบโตอย่างทั่วถึง
หยางได้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ในการผนึกกำลังธุรกิจหลักทั้งสี่ของบริษัท ได้แก่ Alipay+, Antom, Bettr และ WorldFirst เพื่อนำเสนอโซลูชันการเติบโตที่เชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้นสำหรับธุรกิจทุกขนาด
- การชำระเงินทั่วโลก: ทำให้การชำระเงินเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต เพื่อให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถประสบความสำเร็จในเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก
- บัญชีทั่วโลก: การเปิดใช้งานบัญชีทั่วโลกที่ไร้พรมแดนและขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับธุรกิจทุกขนาด ซึ่งทำหน้าที่เป็นกุญแจสำคัญสู่การค้าและพาณิชย์ดิจิทัล สิ่งนี้ทำให้แนวคิด 'เกิดมาเพื่อเป็นสากล' (born global) กลายเป็นจริงสำหรับธุรกิจทุกขนาดตั้งแต่วันแรก
- การเสริมสร้างคุณค่าเชิงกลยุทธ์: การใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อนำเสนอโซลูชันด้านการเงิน สินเชื่อ และการบริหารเงินสดที่ผสานรวม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างทั่วถึง
- ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี: ด้วยพื้นฐานจากความเชี่ยวชาญที่กว้างขวางในการสนับสนุนการชำระเงินทั่วโลกและธุรกิจทุกขนาด โซลูชัน AI และบล็อกเชนชั้นนำของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ได้รับการพัฒนาร่วมกับลูกค้า พันธมิตร และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม พร้อมทั้งรับประกันความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
โซลูชัน FinAI ที่พร้อมนำเสนอสู่ตลาด เพื่อการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริง
แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ได้ทำงานร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ชั้นนำ ผู้ให้บริการเครือข่ายบัตร และบริษัทฟินเทคอื่นๆ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถและโซลูชัน FinAI สำหรับร้านค้าและสถาบันการเงิน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านการเติบโตและความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจริง ตัวอย่างที่สำคัญได้แก่
โปรโตคอลการชำระเงินแบบเอเจนต์สำหรับมือถือ (AMP)
ในงาน MoMents 2026 แอนท์ อินเตอร์เนชันแนลได้เปิดตัว AMP แบบโอเพนซอร์ส ซึ่งนับเป็นกรอบการทำงานสำหรับการชำระเงินแบบเอเจนต์รายแรกของโลกที่ออกแบบมาสำหรับอินเทอร์เฟซมือถือ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI โปรโตคอลนี้ช่วยให้การเชื่อมต่อการชำระเงินแบบเอเจนต์ที่ปลอดภัยและเป็น AIOps-native สามารถเชื่อมต่อกับบริการมือถือต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัล แอปพลิ เคชันธนาคาร ซูเปอร์แอป และพอร์ทัลมือถือ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ
แพลตฟอร์ม AI-as-a-Service
แพลตฟอร์ม AI-as-a-Service ของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ที่มีชื่อว่า GenAI Cockpit ได้จัดเตรียมเครื่องมือให้แก่พันธมิตรฟินเทค เพื่อสร้างโซลูชันแบบเอเจนต์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ผู้ช่วยบริการลูกค้าไปจนถึงผู้ช่วยฝ่ายขาย โดย TNG eWallet ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของมาเลเซีย และ easypaisa ธนาคารดิจิทัลแห่งแรกของปากีสถาน กำลังใช้งานแพลตฟอร์มนี้เพื่อมอบประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้นด้วย AI
AI SHIELD
AI SHIELD ซึ่งเป็นโซลูชันบริหารความเสี่ยงแบบ 3-in-1 ของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ช่วยสร้างความไว้วางใจในระบบนิเวศ โดยทำหน้าที่เป็นชั้นความปลอดภัยที่แข็งแกร่งรองรับธุรกรรมทั้งหมดที่ดำเนินการผ่านบริษัท โมเดลนี้ทำงานโดยอาศัยพารามิเตอร์กว่า 7 พันล้านรายการ และผสานรวมข้อมูลประเภทกราฟ ข้อมูลแบบลำดับ และข้อมูลแบบตาราง เพื่อระบุธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูงได้อย่างแม่นยำกว่า 95% พร้อมทั้งช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการชำระเงินได้สูงสุดถึง 13.5%
โมเดล AI FX Falcon TST
โมเดล AI FX แบบ MoE (Mixture of Experts) รายแรกของอุตสาหกรรมนี้ สามารถคาดการณ์ระยะยาวได้ด้วยความแม่นยำสูงถึง 93% โดยอาศัยพารามิเตอร์กว่า 8.5 พันล้านรายการ โมเดล Falcon TST ถูกนำไปใช้ภายในองค์กรของแอนท์ อินเตอร์เนชันแนล เพื่อบริหารจัดการกระแสเงินสดและความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นรายชั่วโมง รายวัน และรายสัปดาห์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้านอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัทได้สูงสุดถึง 60% โมเดลนี้ได้รับการเปิดเป็นโอเพนซอร์สในปี 2568 เพื่อขยายการเข้าถึงขีดความสามารถ และเชิญชวนความร่วมมือในการพัฒนาการเรียนรู้แบบอนุกรมเวลา (time-series learning) ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
EPOS360
EPOS360 เป็นแอปพลิเคชันสำหรับ SMEs ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งเป็นผู้บุกเบิก โดยได้ผสานรวมเครื่องมือ AI ที่นำไปใช้ได้จริงเข้ากับระบบ POS การชำระเงิน บริการธนาคาร การเงิน และการดำเนินงานเพื่อการเติบโตสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ชุดเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI และความสามารถด้านการชำระเงินนี้ได้เปิดตัวในประเทศสิงคโปร์ และยังพร้อมให้บริการแก่ร้านค้าในมาเลเซียในรูปแบบมินิโปรแกรมผ่าน TNG eWallet
Antom Copilot
Antom Copilot ให้บริการระบบอัตโนมัติและเครื่องมือช่วยเหลือสำหรับร้านค้า โดยอ้างอิงจากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบริการต่างๆ เช่น การจัดการข้อพิพาทการเรียกเก็บเงินคืนได้สูงสุดถึง 46% ภายในหนึ่งปีหลังจากการเปิดตัว มีร้านค้าที่เข้าร่วมกับ Antom ถึง 72% ที่ดำเนินการเชื่อมต่อระบบชำระเงินด้วยตนเองโดยใช้ Copilot นี้สำเร็จ
ในการประชุมผู้บริหารด้านฟินเทค MoMents 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ผู้บริหารจากเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก ธนาคาร บริษัทฟินเทค บริษัทเทคโนโลยี และหน่วยงานกำกับดูแล ได้มารวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของบริการทางการเงินในยุค AI Commerce การหารือมุ่งเน้นไปที่รูปแบบใหม่ของการเปลี่ยนแปลงระบบการชำระเงิน การทำงานร่วมกันได้หลายระดับทั่วโลก การพัฒนาซูเปอร์แอปด้วยเทคโนโลยี AI-native นวัตกรรมด้านการเงินอิสลาม และโครงการริเริ่มด้านความไว้วางใจและความปลอดภัย
ทั้งนี้ แอนท์ อินเตอร์เนชันแนล ได้เปิดตัวศูนย์ธุรกิจดิจิทัลในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อปี 2567