โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แจงคดี ‘อัจฉริยะ’ กรรโชกทรัพย์ 2.5 ล้าน แลกไม่โจมตี ลั่นฟันไม่เลี้ยงตำรวจผิดวินัย

เดลินิวส์

อัพเดต 22 เมษายน 2569 เวลา 19.05 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยความคืบหน้าคดี “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” และพวกรวม 6 คน ถูกดำเนินคดีกรรโชกทรัพย์ ปมเรียกรับเงินแลกไม่ไลฟ์โจมตีเจ้าหน้าที่ ยืนยัน ผบ.ตร. สั่งตรวจเข้มพฤติกรรมตำรวจเอี่ยวคดี หากผิดจริงดำเนินวินัยเด็ดขาด พร้อมย้ำองค์กรไม่ปกป้องคนทำผิด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวกรวม 6 คน ที่ถูกตำรวจจับกุมในข้อหา “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์” หลังผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมือง เข้าแจ้งความว่าถูกข่มขู่เรียกรับเงิน 2.5 ล้านบาท แลกกับการไม่ไลฟ์สดโจมตีการทำงาน เกี่ยวกับกรณีขบวนการลักลอบนำผู้ต้องหาชาวจีนออกจากห้องกัก ตม.

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า เบื้องต้นได้รับรายงานการจับกุมตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตรวจสอบพฤติกรรมข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีอย่างละเอียด โดยเฉพาะกรณีมีหลักฐานชัดเจนว่ามีตำรวจบางนายสังกัดพื้นที่ภาคใต้ แต่ไปปรากฏตัวในพื้นที่นครบาลและเข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการจนถูกออกหมายจับ

ทั้งนี้ หากพบเข้าข่ายกระทำผิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการทางวินัยอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด โดยตามขั้นตอนผู้ถูกกล่าวหา ต้องรายงานตัวต่อต้นสังกัด จากนั้นจะมีการรายงานเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาทั้งด้านวินัยและการปกครอง ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ำว่า ผบ.ตร. มีนโยบายชัดเจน หากตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต จะได้รับการสนับสนุนและความก้าวหน้า แต่หากพบการกระทำผิดและมีพยานหลักฐานชัดเจน จะดำเนินการลงโทษอย่างถึงที่สุด โดยสามารถสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร

พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ที่มีกรณีตำรวจเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายหรือกรรโชกทรัพย์ ขอให้แยกเป็นพฤติกรรมรายบุคคล ไม่เกี่ยวกับภาพรวมขององค์กร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เคยให้ความช่วยเหลือผู้กระทำผิด

ส่วนกรณีถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการจับกุมที่อาจมีความเงียบผิดปกติ และการนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังโดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ผู้ต้องหามีสิทธิฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือเป็นสิทธิในกระบวนการยุติธรรม และไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล

ทั้งนี้ ยืนยันว่าศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 6 รายแล้ว ซึ่งถือเป็นการผ่านการตรวจสอบพยานหลักฐานจากกระบวนการยุติธรรมก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...