โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนีระทึก! ทหารเขมรไล่ยิงคนหาอึ่ง ทิ้งรถเทของหนีเข้าป่า

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เกิดเหตุระทึกขวัญบริเวณชายแดนจังหวัด บุรีรัมย์เมื่อกลางดึกวันที่ 9 พ.ค. 2569 หลังฝนตกหนักชาวบ้านสายโท 3 ใต้ อ.บ้านกรวด พากันออกไป หาอึ่งบริเวณ "บุตาพุ่ม" ท้ายเขื่อนหลังหมู่บ้าน แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มทหารกัมพูชากว่า 10 นายพร้อมอาวุธครบมือ

หนีระทึก! ทหารเขมรไล่ยิงคนหาอึ่ง ทิ้งรถเทของหนีเข้าป่า

นายอภิรักษ์ บุตรเพชร วัย 63 ปี หนึ่งในผู้ประสบเหตุเล่านาทีหนีตายว่า ระหว่างกำลังส่องไฟหาของป่า ได้เหลือบไปเห็นแสงไฟฉาย 3 ดวงจึงเดินเข้าไปทักทายเพราะนึกว่าเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน แต่เมื่อเข้าไปใกล้กลับพบว่าเป็น ทหารเขมรที่ถือทั้งปืนและมีดจ่อรออยู่ ตนจึงรีบปิดไฟและวิ่งหนีเข้าไปซ่อนตัวในพุ่มไม้ พร้อมตัดสินใจเทอึ่งที่หามาได้ทิ้งทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง ก่อนจะถูกยิงขู่ไล่หลังมา 1 นัด
"ผมต้องทิ้ง รถจักรยานยนต์ไว้ในป่าแล้วแอบซ่อนตัวนานกว่า 2 ชั่วโมง ถึงจะอาศัยความชำนาญพื้นที่ลัดเลาะหนีออกมาได้ ยืนยันว่าจุดที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ เขตอธิปไตยไทยห่างจากแนวชายแดนถึง 2 กิโลเมตร ไม่เข้าใจว่าทหารต่างชาติรุกล้ำเข้ามาลึกขนาดนี้ได้อย่างไร" นายอภิรักษ์กล่าว

หนีระทึก! ทหารเขมรไล่ยิงคนหาอึ่ง ทิ้งรถเทของหนีเข้าป่า

ล่าสุด เช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและ ฝ่ายความมั่นคงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณ "ฐานแมงป่อง" เพื่อนำรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านกลับคืนมา พร้อมวางมาตรการคุมเข้มเพื่อป้องกันเหตุปะทะที่อาจเกิดขึ้นซ้ำซ้อน ท่ามกลางความหวาดระแวงของชาวบ้านในพื้นที่ที่เกรงว่าจะเกิดอันตรายจากการ รุกล้ำชายแดนในลักษณะนี้อีก

หนีระทึก! ทหารเขมรไล่ยิงคนหาอึ่ง ทิ้งรถเทของหนีเข้าป่า
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...