โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถามกันเยอะ อยากรู้กันมากว่าทำไมแชทจีพีทีกลายเป็นอนาคตจริง เมตาเวิร์สกำลังถูกโลกลืมใช่หรือไม่ จริงป่าว!?

BTimes

อัพเดต 11 ก.พ. 2566 เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2566 เวลา 10.59 น. • BTimes.Biz
ถามกันเยอะ อยากรู้กันมากว่าทำไมแชทจีพีที ChatGPT กลายเป็นอนาคตจริง เมตาเวิร์ส Metaverse กำลังถูกโลกลืมใช่หรือไม่ จริงป่าว!?

ยังดุเดือดแบบไม่แผ่วกับศึกแข่งขันเอไอ แชทบอท (AI Chatbot) ของบริษัทบิ๊กเทคทั่วโลก ขนาดล่าสุดไมโครซอฟท์ก็ได้ตัดหน้าทุกราย เปิดตัวไมโครซอฟท์ ทีมส์ (Microsoft Teams) ที่มาพร้อมฟีเจอร์แชทจีพีที ช่วยจดรายงานการประชุมได้แบบแยกคน ด้านกูเกิล ไม่ยอมแพ้ ประกาศเปิดตัวเอไอ แชทบอท ในชื่อ “Bard” ที่เจ้าตัวมั่นใจว่าความสามารถไม่แพ้แชทจีพีที

ส่วนเสิร์ชเอนจินเบอร์ 1 จากค่ายจีนอย่าง ไป่ตู้ (Baidu) ไม่ยอมแพ้ฝั่งสหรัฐฯ ประกาศเตรียมเปิดตัวไอเอ แชทบอทถึง 2 ภาษา คือ ERNIE Bot ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษ และ Wenxin Yiyan สำหรับภาษาจีน

แต่อีกหนึ่งบริษัทเทคยักษ์ระดับโลกเจ้าของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก (Facebook) อย่างเมตา Meta กลับไม่สนใจเข้ามาแข่งขันในตลาดเอไอ แชทบอท แถมหัวหน้าฝ่ายเอไอยังออกมาบอกว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ได้เปลี่ยนโลก

ออกมาพูดถึงขนาดนี้แล้ว แสดงว่าเจ้าตัวยังมุ่งมั่นกับการพัฒนาเมตาเวิร์สต่อไป

หากมาดูกระแสเมตาเวิร์สหลังจากเป็นกระแสมา 1 ปีกว่าๆ จะพบว่ายังไม่มีแพลตฟอร์มไหนที่เปิดตัวออกมาให้คนใช้ในวงกว้างหรือมีผู้เข้าใช้ระดับร้อยล้านคน แม้แต่ไมโครซอฟท์ยังประกาศเลิกจ้างทีมพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับโครงการวีอาร์ (VR) และปิดแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียวีอาร์อย่าง AltspaceVR

สรุปแล้วเมตาเวิร์สหมดความน่าสนใจแล้ว? บิ๊กเทคจึงย้ายไปรุมพัฒนาเอไอ แชทบอทแทน เพราะเป็นอนาคตของธุรกิจ? ลองมาวิเคราะห์จากเหตุผลต่างๆ กัน

จุดเด่น-จุดด้อย ระหว่าง “แชทจีพีที” กับ “เมตาเวิร์ส” ในแง่บริษัทที่ให้บริการ

สำหรับ “แชทจีพีที” หากมองถึงจุดเด่น ที่ทำให้หลายบริษัทเข้ามาเล่นในตลาดนี้และพร้อมจะเปิดตัวได้ในเร็ววัน ส่วนหนึ่งเพราะทุกบริษัทต่างมีคลังข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เป็นพื้นฐานในการพัฒนาเอไอ แชทบอท ซึ่งทั้ง 3 บริษัทที่ลงมาเล่นในตลาดนี้ล้วนเป็นผู้ให้บริการด้านเสิร์ชเอนจิน มีความรู้ความเข้าใจด้านการให้บริการข้อมูลเป็นพื้นฐาน เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนจากให้คนค้นหาเอง เป็นเอไอตอบคำถามให้เสร็จสรรพ จึงไม่ยากเย็นเท่ากับการพัฒนาเมตาเวิร์สที่ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์ และอีกจุดเด่นหนึ่งก็คือ เมื่อมีผู้เล่นลงมาในตลาดมาก ก็จะเกิดการแข่งขันทั้งคุณภาพและราคาที่ผู้ใช้ได้ประโยชน์

ส่วนจุดด้อยของแชทจีพีที นั้นในช่วงแรกคงต้องยอมรับว่า ความถูกต้องของข้อมูลยังเป็นอุปสรรคกับการนำไปใช้ เพราะเอไอใช้การดึงข้อมูลจากโลกอินเทอร์เน็ตซึ่งบางครั้งจะพบกับข้อมูลที่ทั้งถูกต้องและไม่ถูกต้องปะปนกันไป

มาดูของจริงกับปัญหาตรงนี้ที่เกิดขึ้นกับบริษัทแม่ของกูเกิลเมื่อ 2-3 วันก่อนนี้ จนทำให้ราคาหุ้นดำดิ่งกว่า 9% ในวันเดียวแถมเสียหายพุ่งกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3.4 ล้านบาท ประมาณว่าปีงบประมาณ 1 ปีของประเทศไทยหายไปภายใน 1 วัน ก็ในเมื่อกูเกิลโพสต์โฆษณาลงในสื่อของทวิตเตอร์ เพื่อโฆษณาบาร์ด (Bard) เป็นแชทจีพีทีในการถามบาร์ดเกี่ยวกับข้อมูลเรื่องของ James Webb Space Telescope ซึ่งในโฆษณามีคนสนใจคนหนึ่งถามว่า เจมส์ เว็ป สเปซ เทเลสโคป ค้นพบอะไรอะไรใหม่บ้าง จะสามารถบอกเล่าให้ลูกอายุ 9 ขวบได้บ้าง?

บาร์ดตอบกลับมาพร้อมคำตอบมากมาย แต่กลับกลายเป็นว่ามีคำตอบหนึ่งที่ตอบว่า มันถูกใช้ในการถ่ายภาพดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเป็นครั้งแรก คำตอบนี้เองที่เป็นคำตอบที่ผิด จากการอ้างอิงข้อมูลของนาซ่า (NASA) พบคำตอบที่ถูกต้องอย่างแท้จริงว่า ภาพดังกล่าวถูกถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope (VLT) ของหอดูดาวยุโรปในปี 2004 จุดนี้แหละที่กลายเป็นจุดด้อยของระบบแชทจีพีทีที่ยี่ห้อบาร์ดของกูเกิลเสียชื่อในวันแรกทันที

สำหรับ “เมตาเวิร์ส” จุดเด่นสำคัญคือ เฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้ราว 3,000 ล้านคนในปัจจุบัน หมายความว่าหากเมตา (META) พัฒนาเมตาเวิร์สได้สำเร็จจะสามารถดึงดูดผู้ใช้เข้าสู่โลกเมตาเวิร์สได้อย่างไม่ยากเย็น ด้านเทคโนโลยี มีอัลกอริทึมที่เรียนรู้ความชอบของผู้ใช้ และยังมีเอไอ แชทบอท ต้นแบบชื่อ BlenderBot 3 ที่เคลมว่าตอบโต้ได้เหมือนคน ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถปรับเปลี่ยนไปใช้ในโลกเมตาเวิร์สได้ไม่ยาก

ส่วนจุดด้อยของเมตาเวิร์สคือ ยังไม่มีความชัดเจนของทิศทางการพัฒนาจากเมตา ถึงแม้จะเปิดตัว Horizon Worlds มาตั้งแต่ปลายปีที่ 2021 หลังจากนั้นกลับไม่มีข่าวใหญ่นี่น่าตื่นเต้นออกมาอีกเลย

การตื่นตัวของคนระหว่าง “แชทจีพีที” กับ “เมตาเวิร์ส”

หากเปรียบเทียบกระแสการเปิดตัวของ 2 แพลตฟอร์มนี้ สำหรับ “แชทจีพีที” มันเป็นกระแสที่มาพร้อมกับการถล่มเข้าไปเรียนรู้การใช้งานทั้งเอาไปช่วยหาข้อมูลทำงาน และหาข้อมูลด้านการศึกษา จนมีผู้ใช้ครบ 100 ล้านบัญชี หลังจากเปิดตัวเพียง 2 เดือน

นอกจากนี้ ด้านธุรกิจไทย หลายองค์กรตื่นตัวกับการนำเอไอไปใช้กับองค์กรมากขึ้น โดยหลักแล้วจะเอามาช่วยทำงานแทนคน เช่น การตอบอีเมล ตอบปัญหาลูกค้า ไปจนถึงงานยาก เช่น ให้แชทจีพีที ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล หรือแนะนำแนวคิดทางธุรกิจให้นักการตลาดได้เลือกใช้

ขณะที่ “เมตาเวิร์ส” นั้นถึงแม้จะถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีโลกอนาคต แต่เมื่อยังไม่มีใครที่ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบให้คนทั่วโลกให้ลองเข้าไปเล่นพร้อมกัน มีแต่การคาดการณ์และจินตนาการสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงอุปกรณ์อย่างแว่นวีอาร์ (VR Glasses) ยังต้องการการพัฒนาอีกมาก ทำให้กระแสความน่าสนใจลดลงไปเรื่อยๆ ทั้งจากคนทั่วไปและด้านธุรกิจ

การสร้างรายได้

ทางฝั่ง “แชทจีพีที” ค่อนข้างชัดเจนในด้านการสร้างรายได้ คาดว่าทุกค่ายจะมุ่งไปที่การให้บริการแบบสมัครสมาชิกรายเดือนหรือรายปี (Subscription) โดยบริษัทแรกที่นำหน้าไปก่อนแล้วคือไมโครซอฟท์ ที่เปิดตัว ไมโครซอฟท์ ทีมส์ พรีเมียม พร้อมฟีเจอร์แชทจีพีที ในราคาเดือนละ 10 ดอลลาร์สหรัฐ

ด้านฝั่ง “เมตาเวิร์ส” แนวโน้มการให้บริการจะเป็นลักษณะการซื้อภายในแอปฯ “In-app purchase” คือผู้ใช้จะได้เล่นฟรี แต่สามารถซื้อสินค้าหรือบริการเพิ่มเติมได้ เช่น ซื้อเครื่องแต่งกายให้ตัวละครในเมตาเวิร์ส หรือเก็บค่าธรรมเนียม (GP) จากร้านค้าที่เข้ามาใช้พื้นที่ของเมตาเวิร์สขายสินค้าหรือบริการ ทั้งนี้คงต้องรอแพลตฟอร์มพัฒนาได้ 100% ถึงจะเห็นช่องทางทำเงินจากแพลตฟอร์มนี้

จากบทสรุปทั้ง 3 ด้านนี้ คงต้องมาดูกันว่าแชทจีพีที จะกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ของวงการเทคโนโลยีในระยะยาว สร้างรายได้ให้กับบริษัทที่ทุ่มงบลงทุนได้เป็นกอบเป็นกำหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วเมตาเวิร์สจะสร้างเซอร์ไพรส์พลิกกลับมาดึงความสนใจคนทั่วโลกอีกครั้ง ไม่ปีนี้ก็ปีหน้าคงได้รู้กัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...