ไกด์หนุ่มสุดซวย โดนปลอมลายเซ็นไปเช่ารถแล้วหนี กลายเป็นผู้ต้องหา
ไกด์หนุ่มวอน สายไหมต้องรอด ช่วยคดีหลังตกเป็นผู้ต้องหา คดียักยอกทรัพย์ ถูกโจรปลอมลายเซ็นไปเช่ารถแล้วหนี เผยเคยทำบัตรประชาชนหาย เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2566 นายบุรีกรณ์ เจริญวนันท์ อายุ 40 ปี เดินทางไปขอความช่วยเหลือจากนายอาชาน โอภาสธนากูร ผู้ร่วมก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ให้ช่วยในคดีหลังถูกมิจฉาชีพนำบัตรประชาชนไปเป็นพยานค้ำประกันเช่ารถยนต์ที่จ.เชียงใหม่ ผ่านมา 2 ปี เพิ่งมารู้เรื่องว่าถูกศาลออกหมายจับ นายบุรีกรณ์ กล่าวว่า ตนมีอาชีพเป็นไกด์นำนักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น โดยทำอาชีพนี้มากว่า 10 ปีแล้ว และเมื่อประมาณต้นปี 2560 ตนได้ทำบัตรประชาชนหายจึงไปทำบัตรใหม่ในวันที่ 8 มีนาคม 60 ที่เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ โดยไม่ได้แจ้งความบัตรหาย ต่อมาเมื่อปี 2561 ตนได้เดินทางโดยเครื่องบินไปจ.เชียงใหม่ จากนั้นตนได้เช่ารถยนต์เพื่อขับไปงานแต่งงานของเพื่อน หลังเสร็จงานแต่งงานตนก็นำรถไปคืนแล้วนั่งเครื่องบินกลับมาที่กรุงเทพฯ และก็เดินทางไปมาระหว่างไทยกับญี่ปุ่น แต่ส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นมากกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 66 ได้มีหมายศาลมาที่บ้านแม่ที่จ.นครราชสีมา แจ้งว่าให้คัดชื่อตนออกจากทะเบียนบ้านเนื่องจากเป็นผู้ต้องหาหนีหมายศาล ช่วงนั้นตนอยู่ที่ญี่ปุ่น จึงยังไม่ได้กลับมาเดินเรื่องอะไร ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2566 มีหมายศาลมาที่บ้านแม่อีก เป็นการเตือนครั้งที่สองให้ย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้าน
ตนจึงขอให้พี่สะใภ้ช่วยเช็กเรื่องนี้ให้ว่าเกิดอะไรขึ้น สรุปว่าตนถูกออกหมายจับในคดี "ร่วมกันยักยอกทรัพย์" โดยมีผู้เสียหายเป็นบริษัทให้เช่ารถในจ.เชียงใหม่ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กล่าวหาว่า ในวันที่ 6 ตุลาคม 63 ตนกับพวก 2 คน ได้เช่ารถยนต์ โตโยต้า วีออส แล้วไม่นำรถมาคืน โดยมีชื่อตนเซ็นเป็นพยานในเอกสารการเช่ารถ ตนจึงรู้สึกแปลกใจว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้อย่างไร เพราะวันที่ 6 ตุลาคม 63 ตนอยู่ที่จ.นครราชสีมา โดยมีหลักฐานยืนยันชัดเจน เป็นรูปถ่ายในเฟซบุ๊กที่ตนถ่ายไว้ในวันเกิดเพื่อน อีกทั้งในเอกสารก็ไม่ใช่ลายเซ็นตัวเอง ตนเองจึงเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับทนายความ แต่ทนายความได้เรียกค่าทนายเป็นเงินจำนวนที่สูงมาก ตนไม่มีเงินจ่ายจึงมาขอความช่วยเหลือจากเพจ ตอนนี้ตนเดือดร้อนมาก เพราะตนมีอาชีพเป็นไกด์นำทางพาคนไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ต้องเข้าออกประเทศอยู่เป็นประจำ หากวันใดถูกตำรวจจับที่สนามบิน ตนก็จะหมดความน่าเชื่อถือในการเป็นไกด์ ซึ่งกระทบต่อหน้าที่การงานอย่างมาก