เลขไทย เริ่มใช้ในเอกสารราชการเมื่อใด - กระแสรณรงค์ให้เลิก ชี้ขัดโลกดิจิทัล
กำลังเป็นประเด็นถกเถียงอยู่ในโลกโซเชียล หลังจากเว็บไซต์ www.change.org เผยแพร่การรณรงค์ ขอให้ใช้เลขอารบิกในเอกสารราชการไทยแทนตัวเลขไทย โดย Keng Susumpowผู้นำแคมเปญ ระบุว่า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน เป็นสากล และส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงและประมวลผลข้อมูลดิจิทัล
“การใช้เลขไทยในเอกสารดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขเพื่อการคำนวณเป็นการขัดขวางความเจริญของงานประมวลผลเอกสารดิจิทัลด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งคงต้องได้เวลาที่รัฐจะต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงการใช้เลขไทยให้ถูกที่ ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน” ข้อความการรณรงค์ระบุ
ผู้รณรงค์ให้ข้อมูลด้วยว่า “สิ่งที่น่าสนใจตอนขุดคุ้ยเรื่องนี้คือ ตอนปี2485 จอมพล ป. พิบูลสงคราม เคยมีการกำหนดให้เลขสากล(เลขอาหรับ/อารบิค) เป็นเลขไทยมาแล้ว แล้วก็มาโดนยกเลิกเมื่อปี2587 โดยนายควง อภัยวงส์ นายกรัถมนตรีในตอนนั้น
ไม่สอดคล้องโลกดิจิทัล
ดังนั้นการทำให้เป็นสากลไม่ใช่เรื่องใหม่เขาคิดกันมา80 ปีแล้ว มันควรจะทำได้ เหลือแค่ต้องทำ ในโลกยุคไร้พรมแดน อย่าให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นปัญหาในการเชื่อมต่อและพัฒนาประเทศอีกต่อไป”
๑ ๒ ๓ ๔ ๕
๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐
บีบีซีไทย รายงานคำให้สัมภาษณ์ชอง นายปฏิพัทธ์ สุสำเภา ผู้ก่อตั้งบริษัทโอเพ่นดรีม และผู้ตั้งแคมเปญนี้ใน change.org ว่า การใช้เลขไทยในเอกสารดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขเพื่อการคำนวณเป็นการขัดขวางความเจริญของงานประมวลผลเอกสารดิจิทัลด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งคงต้องได้เวลาที่รัฐจะต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงการใช้เลขไทยให้ถูกที่ ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
“ผลของการการใช้งานอย่างบ้าไม่บันยะบันยังไม่รู้กาลเทศะนั้น ทำให้เกิดการใช้เลขไทยที่วิปริตผิดที่ผิดทางในเอกสารราชการกันเป็นอย่างมาก เช่น คำว่า ๕G, Windows ๑๐ หรือแม้กระทั่ง URL ที่ใช้งานไม่ได้จริง” นายปฏิพัทธ์กล่าว
ทั้งนี้ แคมเปญนี้สืบเนื่องมาจากการประกาศผลการเลือกตั้งผู้ว่ฯากทม. และส.ก. โดยกกต. เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2565 ด้วยตัวเลขไทย อีกทั้งยังเป็นไฟล์ PDF ส่งให้กับสื่อมวลชน ซึ่งสื่อที่นำมาใช้งานต้องมาพิมพ์เป็นเลขอารบิกอีกต่อหนึ่ง
เลขไทยใช้ในราชการ ปมผวาค.ศ. 2000
บีบีซีไทย รายงานย้อนว่า หลักฐานของใช้ตัวเลขไทยในเอกสารหนังสือของราชการ มาจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2543 หรือตรงกับค.ศ. 2000 สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ซึ่งขอความร่วมมือให้ส่วนราชการไทยใช้เลขศักราชเป็นเลขปีพุทธศักราชในกิจกรรมทุกด้านของหน่วยงานราชการ เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้เลขไทย
คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ในสมัยนั้น ระบุวันที่ 16 ก.พ. 2543 ว่า เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกของประชาชนชาวไทยในการอนุรักษ์เอกลักษณ์ของชาติ เพื่อมิให้วัฒนธรรมต่างชาติครอบงำ ใจความระบุว่า
“ได้มีการพิจารณาศึกษาการใช้เลขศักราชของหน่วยราชการที่มีการใช้เลข 2000 กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เนื่องจากมีกระแสวัฒนธรรมต่างชาติครอบงำ กิจกรรมแทบทุกด้านของภาคเอกชนมีการใช้เลขศักราชเป็น 2000 เกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง อันอาจจะส่งกระทบต่อเอกลักษณ์ของไทยในอนาคต จนกลายเป็นปัญหาที่จะแก้ไขได้ยาก”
เผยเลขไทย-เลขเขมร มาจากเเลขอินเดียใต้
ด้าน นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมีนาคม2546 เผยแพร่ข้อมูลของ อ.ศานติ ภักดีคำ เกี่ยวกับที่มาของเลขไทยซึ่งตั้งคำถามว่า “เลขไทย” หรือได้รับแบบแผนจาก“เลขเขมร”
บทความดังกล่าวระบุว่า หลักฐานที่ดีที่สุดในการพิจารณาประวัติความเป็นมา จำเป็นต้องดูจาก“จารึกโบราณ” เพื่อศึกษาถึงกระบวนวิวัฒนาการของอักษรโบราณเหล่านั้น รวมทั้ง“เลขไทย” และ“เลขเขมร” ด้วย
อ.ศานติใช้วิธีเปรียบเทียบให้เห็นโดยใช้ตัวอย่างตัวเลขที่ใช้ในจารึกเขมรโบราณ สมัยก่อนเมืองพระนคร, สมัยเมืองพระนคร และจารึกสุโขทัย(จารึกพ่อขุนรามคำแหง)
จากตัวเลขที่นำมาเปรียบเทียบ แสดงให้เห็นว่าเลขที่ใช้ในจารึกเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร(ก็คือเลขอินเดียใต้ สมัยราชวงศ์ปัลลวะ) ได้วิวัฒนาการเป็นเลขเขมรสมัยเมืองพระนคร และจากเลขเขมรโบราณสมัยเมืองพระนคร ก็ส่งอิทธิพลต่อเลขไทยสมัยสุโขทัย(จารึกพ่อขุนรามคำแหง)
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็น่าจะสรุปได้ว่า“เลขอินเดียใต้(ราชวงศ์ปัลลวะ)” เป็นที่มาของเลขที่ใช้ในดินแดนอุษาคเนย์ทั้งหมด(รวมทั้งเลขที่ใช้ในอาณาจักรทวารวดีในภาคกลางของประเทศไทย)
ต่อมาเลขอินเดียใต้ได้วิวัฒนาการกลายเป็นเลขเขมรโบราณสมัยเมืองพระนคร(เป็นลักษณะเฉพาะ) แล้วจากนั้นจึงส่งอิทธิพลมายังเลขไทยสมัยสุโขทัยจากนั้นจึงกลายเป็นเลขไทยในปัจจุบันด้วยการอธิบายตามวิวัฒนาการของรูปแบบตัวอักษร(Palaeography) ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง
รายงานของบีบีซีไทย ระบุในตอนท้ายว่า เคยมีข้าราชการร้องเรียนเข้าไปยังระบบสอบถามข้อมูลออนไลน์ สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือน มี.ค. 2554 เกี่ยวกับปัญหาการใช้เลขไทย
จากนั้นระบบข้อมูลของสำนักนายกฯ ชี้แจงว่า การใช้เลขไทยในหนังสือราชการนั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละส่วนราชการ ในบางกรณีตัวเลขไทยอาจไม่เอื้อต่องานบางประเภท เช่น งานการเงิน งานวิเคราะห์ตารางตัวเลข หรืองานที่ต้องใช้ภาษาต่างประเทศ
ดังนั้นส่วนราชการสามารถพิจารณาใช้เลขอารบิกได้ โดยไม่เป็นการบังคับว่าส่วนราชการจะต้องใช้เลขไทยอย่างเดียวเท่านั้น