'วราวุธ’ เปิดผลงาน 90 วัน ปักธง ‘ONE MIND’ ดัน SMEs กว่า 1.2 หมื่นราย
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานครบ 90 วัน หลังเข้ารับตำแหน่งโดยระบุว่า ได้บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิด “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน” เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยควบคู่การดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม และการสร้างบรรยากาศการลงทุน ส่งผลให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมในช่วง 90 วันที่ผ่านมา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การดำเนินงานมุ่งขับเคลื่อนผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การดูแลสังคม การรักษาสิ่งแวดล้อม และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ วางรากฐานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมยุคใหม่ และผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG
ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เร่งยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและ SMEs มากกว่า 12,000 ราย ผ่านการพัฒนาทักษะ Upskill และ Reskill การตลาดยุคใหม่ เทคโนโลยีและ AI พร้อมจับมือแพลตฟอร์ม TikTok และเครือข่าย Influencer-KOL สนับสนุนการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบ Live Commerce
ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าวางรากฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยกำหนดมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า 211 มาตรฐาน ผลักดันการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดกว่า 97,441 คัน พร้อมส่งเสริมการลงทุนผลิตชิ้นส่วนในประเทศ คาดเกิดเม็ดเงินลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี รวมทั้งผลักดัน Bio Hub มูลค่ากว่า 71,812 ล้านบาท และส่งเสริมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอีก 1,146 โครงการ มูลค่า 7,861 ล้านบาท
ในด้านการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับSME D Bank สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนกว่า 21,128 ล้านบาท ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 95,076 ล้านบาท รักษาการจ้างงานได้ 57,814 ตำแหน่ง และช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบางกว่า 6,033 ราย วงเงินกว่า 12,330 ล้านบาท
ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน ได้เร่งปรับปรุงกระบวนการอนุญาตโรงงานให้รวดเร็วขึ้น โดยลดระยะเวลาพิจารณาเหลือไม่เกิน 30 วัน และลดขั้นตอนการอนุญาตลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมผ่านระบบ Thailand Fast Pass ลงกว่า 20%
สำหรับการดูแลสังคม กระทรวงอุตสาหกรรมยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้วยระบบ AI Screening ตรวจสอบและคัดกรองสินค้าผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์และสื่อสังคมออนไลน์แล้วกว่า 8,757 URL ครอบคลุมสินค้ามากกว่า 300,000 รายการ พร้อมจับมือ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ 26 แห่ง และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสกัดสินค้าด้อยคุณภาพและผิดกฎหมาย ช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 75,000 ล้านบาท รวมถึงยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบ Solar Cell แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่มิติด้านสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าผลักดันภาคอุตสาหกรรมสู่เป้าหมายNet Zero โดยมีโรงงานสีเขียว (Green Industry) แล้ว 58,558 แห่ง หรือร้อยละ 90 ของโรงงานทั้งหมด ลดอ้อยเผาเหลือเพียง 3.8% ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 13.9 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมช่วยเหลือเกษตรกร
กว่า 140,000 ราย ผ่านโครงการน้ำตาลสีเขียว และผลักดันโครงการ Low Carbon City ใน 24 บริษัท ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีก 2.33 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังเร่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน โดยปรับปรุงกฎหมายและระบบบริการภาครัฐด้วยดิจิทัลและ AI พัฒนาแผนที่ศักยภาพพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม รองรับการลงทุนเพิ่มกว่า 62,119 ล้านบาท เตรียมพื้นที่อุตสาหกรรมใหม่อีก 8,000 ไร่ พร้อมพัฒนา 4 นิคมอุตสาหกรรมรองรับผู้ประกอบการ SMEs และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain)
นายวราวุธ กล่าวว่า ผลสำเร็จตลอด 90 วันที่ผ่านมา เกิดจากการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานภายใต้แนวคิด “ONE MIND” ที่มุ่งยกระดับศักยภาพภาคอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุน การคุ้มครองผู้บริโภค และการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเติบโตอย่างมั่นคงและแข่งขันได้ในระยะยาว