โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'วราวุธ’ เปิดผลงาน 90 วัน ปักธง ‘ONE MIND’ ดัน SMEs กว่า 1.2 หมื่นราย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานครบ 90 วัน หลังเข้ารับตำแหน่งโดยระบุว่า ได้บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิด “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน” เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยควบคู่การดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม และการสร้างบรรยากาศการลงทุน ส่งผลให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมในช่วง 90 วันที่ผ่านมา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การดำเนินงานมุ่งขับเคลื่อนผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การดูแลสังคม การรักษาสิ่งแวดล้อม และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ วางรากฐานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมยุคใหม่ และผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG

ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เร่งยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและ SMEs มากกว่า 12,000 ราย ผ่านการพัฒนาทักษะ Upskill และ Reskill การตลาดยุคใหม่ เทคโนโลยีและ AI พร้อมจับมือแพลตฟอร์ม TikTok และเครือข่าย Influencer-KOL สนับสนุนการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบ Live Commerce

ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าวางรากฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยกำหนดมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า 211 มาตรฐาน ผลักดันการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดกว่า 97,441 คัน พร้อมส่งเสริมการลงทุนผลิตชิ้นส่วนในประเทศ คาดเกิดเม็ดเงินลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี รวมทั้งผลักดัน Bio Hub มูลค่ากว่า 71,812 ล้านบาท และส่งเสริมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอีก 1,146 โครงการ มูลค่า 7,861 ล้านบาท

ในด้านการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับSME D Bank สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนกว่า 21,128 ล้านบาท ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 95,076 ล้านบาท รักษาการจ้างงานได้ 57,814 ตำแหน่ง และช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบางกว่า 6,033 ราย วงเงินกว่า 12,330 ล้านบาท

ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน ได้เร่งปรับปรุงกระบวนการอนุญาตโรงงานให้รวดเร็วขึ้น โดยลดระยะเวลาพิจารณาเหลือไม่เกิน 30 วัน และลดขั้นตอนการอนุญาตลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมผ่านระบบ Thailand Fast Pass ลงกว่า 20%

สำหรับการดูแลสังคม กระทรวงอุตสาหกรรมยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้วยระบบ AI Screening ตรวจสอบและคัดกรองสินค้าผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์และสื่อสังคมออนไลน์แล้วกว่า 8,757 URL ครอบคลุมสินค้ามากกว่า 300,000 รายการ พร้อมจับมือ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ 26 แห่ง และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสกัดสินค้าด้อยคุณภาพและผิดกฎหมาย ช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 75,000 ล้านบาท รวมถึงยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบ Solar Cell แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่มิติด้านสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าผลักดันภาคอุตสาหกรรมสู่เป้าหมายNet Zero โดยมีโรงงานสีเขียว (Green Industry) แล้ว 58,558 แห่ง หรือร้อยละ 90 ของโรงงานทั้งหมด ลดอ้อยเผาเหลือเพียง 3.8% ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 13.9 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมช่วยเหลือเกษตรกร

กว่า 140,000 ราย ผ่านโครงการน้ำตาลสีเขียว และผลักดันโครงการ Low Carbon City ใน 24 บริษัท ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีก 2.33 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังเร่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน โดยปรับปรุงกฎหมายและระบบบริการภาครัฐด้วยดิจิทัลและ AI พัฒนาแผนที่ศักยภาพพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม รองรับการลงทุนเพิ่มกว่า 62,119 ล้านบาท เตรียมพื้นที่อุตสาหกรรมใหม่อีก 8,000 ไร่ พร้อมพัฒนา 4 นิคมอุตสาหกรรมรองรับผู้ประกอบการ SMEs และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain)

นายวราวุธ กล่าวว่า ผลสำเร็จตลอด 90 วันที่ผ่านมา เกิดจากการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานภายใต้แนวคิด “ONE MIND” ที่มุ่งยกระดับศักยภาพภาคอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุน การคุ้มครองผู้บริโภค และการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเติบโตอย่างมั่นคงและแข่งขันได้ในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...