โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนไทม์ไลน์ทารก 5 วันเสียชีวิต รพ.อ่างทอง จากคลอดก่อนกำหนดถึงปมกินข้าวใกล้ ICU

Thaiger

อัพเดต 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.10 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

ย้อนเหตุการณ์ ทารก 5 วัน ตั้งแต่วันคลอดก่อนกำหนดจนถึงวันเสียชีวิต หลังโรงพยาบาลยอมรับมีการรับประทานอาหารใกล้พื้นที่ดูแลทารก ระหว่างรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการ

โรงพยาบาลอ่างทองออกมายอมรับแล้วว่า มีบุคลากรรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันในพื้นที่ใกล้บริเวณดูแลทารกแรกเกิด โดยมีเพียงม่านพลาสติกใสกั้น พร้อมระบุว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผลสอบสวนหรือผลชันสูตรอย่างเป็นทางการยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของทารกวัย 5 วันหรือไม่ The Thaiger รวบรวมไทม์ไลน์เหตุการณ์ทั้งหมดเท่าที่ตรวจสอบได้ ณ ขณะนี้

17 กรกฎาคม คลอดก่อนกำหนด

ตามคำบอกเล่าของครอบครัว แม่ตั้งครรภ์ประมาณ 8 เดือน เข้ารับการผ่าคลอดที่โรงพยาบาลอ่างทอง ทารกเพศชายมีน้ำหนักแรกเกิด 4,305 กรัม มีอาการหายใจผิดปกติ จึงถูกนำเข้าตู้อบและรักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด ครอบครัวระบุว่าแพทย์ตรวจพบภาวะความดันในปอดสูงและต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ก่อนทารกเคยหยุดหายใจและได้รับการช่วยฟื้นคืนชีพในเวลาต่อมา

19 กรกฎาคม แม่ออกจากโรงพยาบาล

แม่ได้รับอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน ขณะที่ทารกยังคงรักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤต

20 กรกฎาคม แพทย์แจ้งอาการดีขึ้น ก่อนพบเหตุรับประทานอาหารใกล้พื้นที่รักษา

ช่วงสาย พ่อแม่เดินทางไปเยี่ยมลูก โดยแพทย์เจ้าของไข้แจ้งว่าอาการดีขึ้น มีการลดยาควบคุมความดันในปอดและลดการใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่ยังไม่สามารถส่งต่อได้ในเวลานั้น ต่อมาช่วงบ่าย ครอบครัวกลับมาที่หอผู้ป่วยหลังออกไปซื้อของใช้ให้ลูก และพบผู้บริหารกับบุคลากรของโรงพยาบาลรับประทานอาหารร่วมกันในบริเวณใกล้ตู้อบ โดยครอบครัวอ้างว่ามีโต๊ะประมาณ 5 โต๊ะ และมีพนักงานนำอาหารเข้าออกโดยไม่สวมหน้ากาก อย่างไรก็ตาม รายละเอียดจำนวนโต๊ะและบุคคลที่เกี่ยวข้องยังเป็นคำบอกเล่าฝ่ายครอบครัว ไม่ใช่ข้อสรุปจากคณะกรรมการสอบสวน ด้านโรงพยาบาลชี้แจงภายหลังว่าไม่ใช่การจัดเลี้ยงโต๊ะจีน แต่เป็นการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันในพื้นที่ใกล้บริเวณรักษาผู้ป่วยจริง โดยมีเพียงม่านพลาสติกใสกั้น และยอมรับว่าไม่เหมาะสม

21 กรกฎาคม ทารกเข้าสู่ภาวะวิกฤตและเสียชีวิต

ช่วงเช้า ครอบครัวได้รับแจ้งจากพยาบาลว่าอาการของทารกเข้าสู่ภาวะวิกฤตตั้งแต่ช่วงกลางคืน เมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ได้รับแจ้งว่าทารกเคยได้รับการปั๊มหัวใจไปแล้วหนึ่งครั้ง แพทย์พยายามช่วยเหลือต่ออีกประมาณ 45 นาทีก่อนแจ้งว่าทารกเสียชีวิต ครอบครัวระบุว่าแพทย์แจ้งด้วยวาจาว่าพบการติดเชื้อใหม่ในกระแสเลือด ขณะที่หนังสือรับรองการตายซึ่งครอบครัวนำมาเปิดเผยระบุสาเหตุว่า “ภาวะความดันในปอดสูง” ทั้งนี้ยังไม่มีเวชระเบียนฉบับเต็มเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อยืนยันรายละเอียดทั้งสองส่วนนี้

22-23 กรกฎาคม ร้องขอความช่วยเหลือและชันสูตรศพ

ครอบครัวนำร่างทารกไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด แต่ยังติดใจสาเหตุการเสียชีวิต จึงติดต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นางปวีณา หงสกุล ประสานผู้กำกับการ สภ.สามโก้ ก่อนส่งร่างไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ผลเบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ ต้องรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลตรวจชิ้นเนื้อ และพยาธิวิทยาเพิ่มเติม ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ ครอบครัวและมูลนิธิระบุว่าสังเกตพบความผิดปกติบริเวณกะโหลกศีรษะและข้อเท้าของทารก แต่ยังไม่มีเอกสารชันสูตรอย่างเป็นทางการยืนยันในประเด็นนี้

24 กรกฎาคม โรงพยาบาลอ่างทองแถลงยอมรับ

พญ.ปาริชาติ ติระวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอ่างทอง พร้อมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง แถลงแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ยอมรับว่าเกิดการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันในพื้นที่ใกล้บริเวณรักษาทารกจริง พร้อมประกาศดำเนินการ 3 ด้าน คือ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ทบทวนกระบวนการรักษาและควบคุมการติดเชื้อ และประสานผู้เชี่ยวชาญเพื่อร่วมประเมินข้อเท็จจริง ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทองระบุจะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป

ขณะนี้สาเหตุการเสียชีวิตของทารกยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการ The Thaiger จะติดตามความคืบหน้าและรายงานเพิ่มเติมเมื่อมีข้อมูลใหม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...