โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

2 สมาคม เบรก พ.ร.บ.ทุเรียน หวั่นเก็บเงินเซสส์ 2 บาท พ่นพิษกดราคาชาวสวน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ก.ย เวลา 07.28 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย เวลา 17.00 น.

“ฐานเศรษฐกิจ” ยังคงเกาะติดร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ทุเรียน พ.ศ. … ถูกผลักดันและหารือมาแล้วกว่า 2 ปี โดยมีทั้งข้อเสนอและเสียงคัดค้านจากภาคเกษตรกร ผู้ค้า และผู้ส่งออก โดยเฉพาะแนวคิดจัดตั้งกองทุนและการจัดเก็บเงินจากการส่งออกทุเรียน ล่าสุดรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

ค้านใช้โมเดลยาง-ข้าว ชี้ทุเรียนเป็นผลไม้สด

นายสัญชัย ปุรณะชัยคีรี นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย

นายสัญชัย ปุรณะชัยคีรี นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ควรทบทวนและยกเลิกการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ทุเรียน ฉบับดังกล่าว หากยังเน้นการจัดเก็บเงินและจัดตั้งกองทุนมากกว่าการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรม

"ทุเรียนมีธรรมชาติแตกต่างจากข้าวหรือยางพารา เพราะเป็น “ผลไม้สด” มีอายุการเก็บรักษาจำกัด ไม่สามารถเก็บสต็อกเพื่อรอการระบายได้ การนำรูปแบบการบริหารจัดการของสินค้าเกษตรอื่นมาใช้จึงต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับธรรมชาติของสินค้า ทุเรียนเป็นผลไม้สด จะเอาโมเดลยางพาราหรือข้าวมาใช้ทั้งหมดไม่ได้ เพราะโครงสร้างสินค้าไม่เหมือนกัน"

นายสัญชัย ยังคัดค้านแนวคิดจัดเก็บเงินส่งออก หรือเซสส์ ในอัตราสูงสุด 2 บาทต่อกิโลกรัม โดยมองว่า แม้ผู้ส่งออกจะเป็นผู้จ่ายตามกฎหมาย แต่ในทางการค้า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นย่อมมีโอกาสถูกสะท้อนกลับไปยังราคาซื้อทุเรียนจากเกษตรกรดังนั้น การจัดเก็บเงินโดยไม่แก้ปัญหาคุณภาพและตลาด อาจทำให้ผู้ส่งออกกลายเป็นเพียง “ตู้ ATM ของกองทุน” ขณะที่ภาระสุดท้ายตกอยู่กับชาวสวน

ชี้ พ.ร.บ.ต้องคุมคุณภาพ ไม่ใช่เก็บเงิน

ด้านนายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทย กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ทุเรียนฯ ฉบับแรกแม้ยังไม่สมบูรณ์ แต่ถือเป็นสารตั้งต้นให้ทุกฝ่ายนำมาปรับปรุงร่วมกัน โดยสิ่งที่ภาคส่วนต่าง ๆ เห็นตรงกันคือ กฎหมายควรให้น้ำหนักกับการควบคุมคุณภาพ มากกว่าการตั้งกองทุน โดยเฉพาะปัญหา “ทุเรียนอ่อน” ซึ่งกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของทุเรียนไทยในตลาดต่างประเทศที่ผ่านมา

นายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทย

"การขอความร่วมมือหรือสร้างจิตสำนึกอาจไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชาวสวนไม่ได้ต้องการกฎหมายที่ออกมาเพื่อเก็บเงิน แต่ต้องการ พ.ร.บ. ที่ใช้ควบคุมและจัดการกับกลุ่มคนที่ทำให้อุตสาหกรรมทุเรียนเสียหาย”

เบรกเซสส์ 0.50-1 บาท หวั่นล้งโยนต้นทุนกลับสวน

นายกฤติเดช กล่าวถึงข้อเสนอเดิมในการจัดเก็บเงินส่งออกประมาณ 0.50-1 บาทต่อกิโลกรัมว่า ต้องประเมินผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างรอบด้าน เพราะทุเรียนส่งออก 1 ตู้ น้ำหนักประมาณ 18,000 กิโลกรัม หากเก็บเซสส์ 1 บาทต่อกิโลกรัม จะเพิ่มต้นทุนประมาณ 18,000 บาทต่อตู้ แม้ผู้ประกอบการส่งออกจะเป็นผู้จ่าย แต่ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะไม่ผลักภาระกลับไปยังเกษตรกรผ่านการปรับลดราคารับซื้อหน้าสวน

ดังนั้น หากจะมีการจัดเก็บเงินจริง ผู้จ่ายเงินควรได้รับประโยชน์ตอบแทนอย่างชัดเจน และต้องไม่ออกแบบกลไกให้ผู้ส่งออกเป็นเพียงแหล่งเงินของกองทุน

เสนอกรอบกองทุน ลดงบบริหารเหลือไม่เกิน 5%

หากท้ายที่สุดมีการจัดตั้งกองทุน "สมาคมทุเรียนไทย" เสนอให้เงินส่วนใหญ่กลับไปพัฒนาอุตสาหกรรม โดยประมาณ 20% ใช้ด้านวิจัย พัฒนา และขยายตลาด ขณะที่ 30-40% ใช้เยียวยาผู้ประสบปัญหาและภัยพิบัติภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม นอกจากนี้ ควรมีสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ส่งออก

เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ทุเรียน พ.ศ. ….

เช่น การอำนวยความสะดวกด้านการส่งออก รวมถึงงบการตลาด ประชาสัมพันธ์ และงานวิจัยเพื่อรับมือวิกฤตในอนาคต เป็นต้น ส่วนงบบริหารสำนักงานควรจำกัดไม่เกิน 5% จากข้อเสนอเดิมที่สูงถึง 20% โดยเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องสร้างสำนักงานใหม่ สามารถใช้พื้นที่ของ อบต. เทศบาล หรือศาลากลางจังหวัด เพื่อลดค่าใช้จ่ายและให้เงินกองทุนถูกนำไปใช้กับภาคการผลิตมากที่สุด

ยกระดับอำนาจเจ้าหน้าที่ ปราบ “ทุเรียนอ่อน”

นายกฤติเดชระบุว่า ร่างกฎหมาย (คลิกอ่าน) เบื้องต้นมีประมาณ 8-9 หมวด มากกว่า 50 มาตรา แต่บทลงโทษในร่างเดิมยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ หัวใจสำคัญจึงควรเป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบและดำเนินการกับผู้กระทำผิด โดยเฉพาะการตัดและจำหน่ายทุเรียนอ่อน ซึ่งทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจทุเรียนอ่อน เหมือนยักษ์ไม่มีกระบอง หรือนักรบที่ออกรบโดยไม่มีดาบ

ท้ายที่สุด ทิศทางของ พ.ร.บ.ทุเรียน จึงอยู่ที่การออกแบบกติกาให้สามารถยกระดับคุณภาพและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยไม่เพิ่มต้นทุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ หากมุ่งเพียงจัดเก็บเงิน แต่ไม่สามารถสร้างความสามารถในการแข่งขันให้ทุเรียนไทยได้ ภาระอาจย้อนกลับไปตกกับ “คนสวน” มากกว่าที่จะช่วยอุตสาหกรรมในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...