โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยูนิเซฟชี้ค่าครองชีพที่สูงขึ้นกระทบโภชนาการและการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก

สยามรัฐ

อัพเดต 57 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 25 ส.ค.69 ผลสำรวจผลกระทบค่าครองชีพต่อเด็กและครอบครัวในประเทศไทย ซึ่งยูนิเซฟร่วมกับนิด้าโพลจัดทำขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 พบว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังบีบให้ครัวเรือนที่มีเด็กและเยาวชนต้องตัดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร การศึกษา และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ ท่ามกลางราคาสินค้าที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง

การสำรวจครั้งนี้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ครัวเรือนที่มีเด็กจำนวน 1,227 ครัวเรือนใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ และพบว่า กว่า 6 ใน 10 ครัวเรือน (ร้อยละ 61) ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นในระดับมากถึงมากที่สุด ขณะเดียวกัน ผลสำรวจออนไลน์อีกฉบับหนึ่งของยูนิเซฟในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน อายุ 15-24 ปี จำนวน 435 คน ซึ่งจัดทำในช่วงเวลาเดียวกัน ก็สะท้อนแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน โดยร้อยละ 43 ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อครัวเรือนของตนอย่างมากหรือถึงขั้นวิกฤต

ผลสำรวจเหล่านี้สอดคล้องกับตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่กำลังชะลอตัว โดยเติบโตลดลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรกของปี 2569 เหลือร้อยละ 1.9 ในไตรมาสที่สอง ตามรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การชะลอตัวของเศรษฐกิจทำให้ครัวเรือนต้องเผชิญกับแรงกดดันสองด้าน ทั้งจากรายได้ที่ลดลงและภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้น

ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาค ครัวเรือนในภาคเหนือระบุว่าได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพหนักที่สุด แต่กลับมีเพียงร้อยละ 17 เท่านั้นที่ได้รับความช่วยเหลือ ขณะที่ครัวเรือนในกรุงเทพฯ เกือบทั้งหมดระบุว่าได้รับการช่วยเหลือแล้ว ส่วนเยาวชนที่มีความพิการหรือมีข้อจำกัดด้านสุขภาพก็ได้รับผลกระทบรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น โดยเกือบ 2 ใน 3 (ร้อยละ 63) ระบุว่าได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เทียบกับร้อยละ 39 ในกลุ่มที่ไม่มีความพิการหรือข้อจำกัดด้านสุขภาพ

“เบื้องหลังตัวเลขทุกตัวคือการตัดสินใจที่ยากลำบากของครอบครัวที่ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละวัน และต้องตัดสินใจว่าจะลดค่าใช้จ่ายส่วนไหนลง” นายเคน เลกินส์ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าว “สำหรับบางครอบครัว สิ่งที่ต้องลดลงอาจเป็นคุณภาพของอาหาร สำหรับบางครอบครัวอาจเป็นค่าเดินทางไปโรงเรียน อุปกรณ์การเรียน หรือโอกาสในการเรียนรู้ของบุตรหลาน”

นายเลกินส์กล่าวเสริมว่า “สำหรับเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อย ความกดดันนี้ยังมาพร้อมกับความเครียดและความกังวล เมื่อเห็นว่าครอบครัวกำลังเผชิญความยากลำบาก แม้ราคาน้ำมันจะเริ่มทรงตัว แต่ครอบครัวยังคงต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่ เราจึงต้องทำให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือไปถึงครอบครัวที่ต้องการมากที่สุด เพื่อไม่ให้แรงกดดันทางการเงินกลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐานของเด็กและครอบครัว ทั้งการศึกษา โภชนาการ สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงสุขภาพจิต”

ผลกระทบด้านโภชนาการเป็นประเด็นหนึ่งที่เห็นได้ชัดที่สุด โดยมากกว่า 4 ใน 5 ครัวเรือนที่มีเด็กระบุว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลต่อคุณภาพหรือปริมาณอาหารที่บุตรหลานได้รับประทาน เนื่องจาก หลายครอบครัวจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารหรือเปลี่ยนไปซื้ออาหารที่มีราคาถูกลง

ค่าเดินทางก็เป็นอีกหนึ่งภาระสำคัญ โดย เกือบ 9 ใน 10 ครัวเรือนระบุว่าค่าเดินทางเพิ่มสูงขึ้น ทำให้การบริหารค่าใช้จ่ายในแต่ละวันยากขึ้น รวมถึงค่าเดินทางไปโรงเรียนของเด็ก ขณะที่เยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า ค่าเดินทางเป็นค่าใช้จ่ายที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันมากที่สุด

ครอบครัวยังระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลานเป็นอีกหนึ่งภาระที่เพิ่มขึ้น โดยเกือบ 3 ใน 4 ของครัวเรือนระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสูงขึ้น ขณะที่มากกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 52) ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า ครอบครัวต้องลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา เช่น ค่าเดินทางไปโรงเรียน ค่าอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ต่าง ๆ ค่าเรียนพิเศษ กิจกรรม และอุปกรณ์การเรียน

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ยังส่งผลต่อสุขภาวะด้านจิตใจของเด็กและเยาวชนด้วย โดยพบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของครัวเรือนระบุว่า บุตรหลานมีความเครียดหรือความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น ขณะที่ร้อยละ 64 ของเยาวชนที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า รู้สึกเครียดหรือกังวลมากขึ้นจากแรงกดดันด้านการเงิน

สำหรับเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อย ความกดดันจากค่าครองชีพกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และส่งผลต่อความรู้สึก การรับมือกับสถานการณ์ และมุมมองที่มีต่ออนาคต

“เด็กและเยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น แต่เราต้องใช้ชีวิตและเติบโตไปพร้อมกับมันจริง ๆ เราต้องคอยกังวลว่าวิกฤตเหล่านี้จะส่งผลต่ออนาคตของเราอย่างไรบ้าง” พลาธิป พิมพ์สุวรรณ สมาชิกคณะที่ปรึกษาเยาวชน องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าว

เมื่อไม่นานมานี้ พลาธิปได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการศึกษา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อการเข้าถึงกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ของนักเรียนและนักศึกษา โดยเขากล่าวว่า “เยาวชนไม่ควรถูกถามเพียงว่าวิกฤตนี้ส่งผลต่อเราอย่างไร แต่เราควรมีสิทธิ์มีเสียงในการร่วมค้นหาทางออกด้วย”

เมื่อถามถึงมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ ครึ่งหนึ่งของเยาวชนระบุว่า เงินสดหรือการสนับสนุนรายได้จะเป็นประโยชน์มากที่สุด ขณะเดียวกัน เยาวชนยังเรียกร้องให้มีมาตรการที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวโดยตรง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าอาหาร และค่าสาธารณูปโภค

แม้รัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ครอบครัวที่มีเด็กยังต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้น ยูนิเซฟจึงเสนอให้เพิ่มการสนับสนุนสำหรับครอบครัวที่มีเด็กและเยาวชน เช่น การเพิ่มเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือการเพิ่มการสนับสนุนผ่านเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยยูนิเซฟพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการช่วยให้ครอบครัวเข้าถึงความช่วยเหลือที่จำเป็น เพื่อไม่ให้แรงกดดันทางการเงินในวันนี้กระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดี โอกาส และอนาคตของเด็กในประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...