โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัยชนะมอบตัว คดีตบรองผกก. แฉดื่มสุราทั้งคู่

ไทยโพสต์

อัพเดต 14 สิงหาคม 2569 เวลา 4.20 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ชัยชนะ” พบพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ ปฏิเสธข้อหาทำร้ายร่างกาย ยันสนิทกับรอง ผกก.มา 10 ปี วันเกิดเหตุทั้งคู่ดื่มสุราแค่หยอกล้อกัน “รรท.ผบช.8” ลั่นใครทำผิดไม่มีละเว้น ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน "ปชป." ยัน 1-2 วันมีคำตอบ "อภิสิทธิ์" ย้ำให้ทำตามข้อบังคับพรรค "สกลธี" ชี้ส่อมีการเมืองเบื้องหลัง

จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตรัฐมนตรี ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ภายในงานศพมารดาของนายกเทศมนตรีตำบลปริก อ.ทุ่งใหญ่ ช่วงคืนวันที่ 8 ส.ค.2569 โดยวันที่ 12 ส.ค. เวลา 20.15 น. มีการลงประจำวันเป็นคดีอาญาที่ 402/2569 ในข้อหาทำร้ายร่างกายนั้น

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม เวลา 10.00 น. นายชัยชนะพร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนคดีตบหน้า พ.ต.ท.ทนงศักดิ์

โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายชัยชนะทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 จากนั้น พ.ต.อ.ขจิตร คงปราบ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และ พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ร่วมสอบปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมง

ทั้งนี้ นายชัยชนะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างว่าเป็นการหยอกล้อกันเท่านั้น เนื่องจากรู้จักกันดี โดยคืนวันเกิดเหตุทั้งคู่ดื่มสุราด้วยกัน มีการหยอกล้อกันไปมา ไม่ได้เป็นการตบหน้าตามที่เป็นข่าว

ต่อมานายชัยชนะได้เดินลงมาจาก สภ.ทุ่งใหญ่ พร้อมเปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการนำเสนอจากสื่อท้องถิ่นที่ไม่เป็นความจริง และอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับตนเองมาโดยตลอด ยืนยันว่าครอบครัวกับรอง ผกก.คนดังกล่าวที่มีความสนิทสนมเป็นเวลา 10 ปีแล้ว แต่มาทำให้เกิดการแตกแยกกัน วันเผาศพยังถ่ายรูปด้วยกัน ที่ผ่านมาเจอกันยังหยิกหูหยอกล้อกันอยู่เสมอ ไม่เข้าใจว่าทำไมมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น และยืนยันว่าไม่มีการตบและไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ทำให้องค์กรตำรวจและองค์กรการเมืองท้องถิ่นเสียภาพพจน์ แม้แต่ลูกชายของตนอายุ 12 ปี ยังสอบถามว่าทำไมพ่อกับรอง ผกก.ที่รักกันถึงแจ้งความกัน

"ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ไอ้คำว่า 'ตบบ้องหู' เนี่ยมาจากสื่อไหน เออ ช่วยไปถามหน่อยว่าตบบ้องหูตบอย่างไร การที่บอกว่าทำร้ายร่างกายคือการชกต่อยใช่ไหม อันนี้ไม่มีการอะไรเลย แล้วผมบอกว่าผมเจอพี่ตุ้มทุกครั้ง พี่ตุ้มก็หยิกหูผม พี่ตุ้มเรียกผมเนี่ย มึงสบายดีไหมน้องแทน มึงเป็นไงบ้าง นี่คือความรักใคร่ที่มีกันมายาวนาน เพราะฉะนั้นอย่าทำให้คนสองคนที่เขามีความสัมพันธ์ และมีความสัมพันธ์ทางญาติมายาวนานเนี่ย อย่าทำให้เขาแตกกันครับ วันนี้คุณอาจจะนั่งหัวเราะ เพราะข่าวที่คุณกุขึ้นมาได้เป็นกระแส" นายชัยชนะระบุ

ด้าน พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ กล่าวว่า ขณะนี้มีการดำเนินคดีไปตามลำดับ วันนี้บอกได้เพียงว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนคดีแล้วไม่สามารถเปิดเผยได้ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และยืนยันว่าดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

มีรายงานว่า หลังเกิดกระแสข่าวทางออนไลน์ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ต่อมา พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (รองผบช.ภ.8) รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้ลงพื้นที่ติดตามคดี พร้อมสั่งการให้ พล.ต.ต.เลิศชาย จำปาทอง ผบก.สส.ภ.8 นำกำลังชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนเข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่

เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า ในคืนเกิดเหตุ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์พร้อมญาติได้ไปร่วมบำเพ็ญกุศลศพมารดาของนายกเทศมนตรีตำบลปริก หลังเสร็จพิธีมีการนั่งพูดคุยและดื่มสุรากับนายชัยชนะ ก่อนเกิดเหตุมีปากเสียงและมีเหตุทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้ครบถ้วน

ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ได้เข้าให้ข้อมูลและให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ขณะที่ชุดสืบสวนสอบสวนยังคงลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ติดตามบุคคลที่อยู่ในบริเวณงานในช่วงเกิดเหตุ รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนคดี

สำหรับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีคือ พ.ต.ท.ศราวุธ กิตติเรืองระยับ สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งใหญ่ โดยมี พ.ต.ท.ประพันธ์ เดชารัตน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ทุ่งใหญ่ เป็นผู้ควบคุมดูแล และ พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ เป็นผู้กำกับดูแลภาพรวมของคดี

ขณะที่ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาราชการแทน ผบช.ภ.8 กล่าวว่า ได้สั่งให้พนักงานสอบสวนชุดทำคดีสอบในทุกประเด็น โดยเฉพาะการสืบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกคนโดยไม่ละเว้น และไม่สนใจว่าจะมียศถาบรรดาศักดิ์หรือตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน

เมื่อถามว่า การกระทำดังกล่าวจะถือเป็นการหมิ่นเกียรติยศศักดิ์ศรีของตำรวจหรือไม่นั้น พล.ต.ท.สุรพงษ์กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน ขอให้แยกแยะ เพราะแม้ว่าบุคคลใดจะกระทำความผิดก็ต้องได้รับโทษ เนื่องจากที่ผ่านมาในอดีตนายชัยชนะเคยถูกดำเนินคดี และมีคำพิพากษาของศาลแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีบุคคลใดใหญ่กว่ากฎหมาย เพราะตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

วันเดียวกัน นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวพรรคจะมีความชัดเจนใน 1-2 วันนี้ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ขอให้ติดตามในรายละเอียดและข้อเท็จจริงก่อน ทั้งนี้ หากมีมูลหรือประเด็นใดจะต้องดำเนินการตามข้อบังคับพรรคต่อไป

“ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมีผลกระทบกับภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทราบว่านายชัยชนะได้ไปรับฟังข้อกล่าวหาแล้ว แต่ในส่วนของพรรคยังรอรับฟังข้อเท็จจริงจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วย” นายสกลธีระบุ

เมื่อถามว่า มองว่าประเด็นที่เกิดขึ้นมีประเด็นการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ทั้งนายชัยชนะและรอง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ปฏิเสธว่าไม่มีเหตุรุนแรง แต่ข้ามวันพบว่ามีการแจ้งความดำเนินคดี นายสกลธีกล่าวว่า อาจจะมีประเด็นการเมืองอยู่เบื้องหลัง เพราะนายชัยชนะเป็นถึงรองหัวหน้าพรรค ทั้งนี้ ในรายละเอียดต้องพิจารณาอีกครั้ง ทั้งการให้ข้อมูลของนายชัยชนะ และรอง ผกก. รวมถึงพยานแวดล้อม หากความชัดเจนมีมูลจะดำเนินการตามมาตรการของพรรคแน่นอน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...