โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วุฒิสภาไฟเขียวพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน มติ 135 ต่อ 11 งดออกเสียง 28 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง

เดลินิวส์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
วุฒิสภาไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน มติ 135 ต่อ 11 งดออกเสียง 28 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง 'เอกนิติ'กางตัวเลขเศรษฐกิจไทยอ่อนแอ จำเป็นต้องกู้เงิน

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมวุฒิสภาซึ่งมีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท หรือพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

สมาชิกวุฒิสภาอภิปรายอย่างกว้างขวาง อาทิ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า การเอาเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ไปส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปตามบ้าน เป็นความคิดฉาบฉวย มีวาระซ่อนเร้น ต้องจับตาให้ดี เงินกู้ก้อนนี้จะหล่นใส่กระเป๋าใคร เหตุใดรัฐบาลถึงทุ่มเงินมหาศาลกับพลังงานแสงอาทิตย์อย่างเดียว ทั้งที่มีพลังงานรูปแบบอื่นให้เลือกพัฒนา การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมีคำถามว่า รัฐบาลกำลังช่วยใคร ค่าติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน ใช้เงิน 150,000-300,000 บาท คนกลุ่มใดจะมีเงินติดตั้ง

รายงานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า 88% ของคนไทย มีเงินในบัญชีธนาคารน้อยกว่า 50,000 บาท คนมีเงินในบัญชีเกิน 1 ล้านบาท มี 2% แปลว่า คนไทย 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่มีกำลังพอติดโซลาร์เซลล์ ถามว่าเงินกู้ 200,000 ล้านบาท เป็นประโยชน์กับคนแค่ 2% หากคำนวณ 1 ล้านครัวเรือน ขอสินเชื่อครัวเรือนละ 200,000 บาท จะมีเงินเข้ากระเป๋าคนวงการโซลาร์เซลล์ 2 แสนล้านบาท จะเป็นการเพิ่มหนี้ครัวเรือนให้ประเทศไทยจาก 16.4 ล้านบาท เป็น 16.66 ล้านบาท รัฐบาลควรจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้คนเดือดร้อนที่สุด ใครกำลังจะจมน้ำต้องช่วยให้รอดก่อน

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ชี้แจงว่า สิ่งที่หลายคนกังวลว่า โครงการไม่มีรายละเอียดเหมือนตีเช็คเปล่านั้น ยอมรับว่า หลายโครงการยังไม่มีการเสนอรายละเอียดมาอย่างเป็นทางการ แต่หากพ.ร.ก.ฉบับนี้ ผ่านวุฒิสภาจะมีโครงการดีๆ เสนอเข้ามา และจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรอง ต้องเป็นโครงการที่ดำเนินการได้ทันทีที่ได้รับอนุมัติ และต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. 2570 ผลสัมฤทธิ์ที่ได้รับ จะอยู่ในรายงานที่กระทรวงการคลังต้องรายงานให้วุฒิสภาทราบภายใน 60 วัน หลังสิ้นปีงบประมาณ

ภายหลังเปิดให้สมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้นลง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ชี้แจงโดยยืนยันว่า พ.ร.ก.กู้เงินเป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพราะวิกฤติครั้งนี้ต่างจากวิกฤติเศรษฐกิจในอดีต ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ยืนยันได้ว่า ถ้าไม่มี พ.ร.ก.ฉบับนี้ วิกฤติจะหนัก วิกฤติรอบนี้มาเป็นระลอกๆ ระลอกแรก วิกฤติน้ำมันตลาดโลกสูงขึ้น 60-70% ส่วนระลอกสอง วิกฤติของแพง จากค่าขนส่งแพงขึ้น ระลอกสาม การบริโภคภาคเอกชนติดลบ ทำให้คนตกงาน ธุรกิจปิดตัว เริ่มเห็นสัญญาณกันแล้ว วิกฤติระลอกนี้หนักมากจะเป็นแผลเป็นเศรษฐกิจที่ลบไม่ออก ที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ สูงมากเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย จนดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2 ขาดดุลเกือบ 6 แสนล้านบาท ในไตรมาสเดียว เป็นความอ่อนแอเศรษฐกิจไทย จึงต้องรีบเปลี่ยนผ่านพลังงาน

“วันนี้บ้านประเทศไทยหลังคารั่ว ฝนตกแต่ละทีต้องหาถังมารองน้ำ แต่ถ้าเราเปลี่ยนหลังคาก็ไม่ต้องหาถังมารองน้ำอีก เหมือนกู้เงินมาเรื่อยๆ แต่ไม่ลงทุนเปลี่ยนหลังคา ถ้ามรสุมยังเข้ามาอีกหลายระลอกก็ต้องไปซื้อถังมารอง จึงต้องเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดการนำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ส่วนข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสนั้น การใช้เงินใน พ.ร.ก.นี้ ต้องชัดเจน คุ้มค่า โปร่งใส มีการกลั่นกรองโครงการไม่ให้เกิดคอร์รัปชัน ทุกโครงการที่เสนอมาจะเปิดเผยบนเว็บไซต์ให้ตรวจสอบได้ ถ้าทุกคนช่วยกันจะสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ วันนี้ต้องสร้างบ้านให้แข็งแรง เปลี่ยนหลังคาประเทศไทย หากมรสุมมาอีก ประเทศไทยจะแข็งแกร่งกว่าเดิม” นายเอกนิติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสมาชิกอภิปรายครบถ้วนทุกคนแล้ว ที่ประชุมวุฒิสภา ลงมติเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ด้วยคะแนน 135 ต่อ 11 งดออกเสียง 28 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...