โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยจวกกัมพูชา เลิกปั้นเฟกนิวส์ หากอยาก‘สันติ’

ไทยโพสต์

อัพเดต 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 4.32 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“บิ๊กดุลย์” ควง “ต่ง จวิน” กิน “โจ๊ก” ยามเช้า สานต่อมิตรภาพและความร่วมมือ ก่อนส่งเดินทางกลับประเทศ “พล.อ.อ.ประภาส” ซัดเขมรเลิกปฏิบัติการไอโอบ่อนทำลายสัมพันธ์ ย้ำสันติภาพเกิดขึ้นไม่ได้หากปั้นเฟกนิวส์ต่อเนื่อง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับและร่วมรับประทานอาหารเช้ากับ พล.ร.อ.ต่ง จวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ร้านโจ๊กปริ๊นซ์ เขตบางรัก ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ก่อนเดินทางกลับประเทศภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ โดยในช่วงค่ำ พล.ท.อดุลย์ได้เดินทางไปส่ง พล.ร.อ.ต่ง ณ ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่ออำลาคณะผู้แทนฝ่ายจีนที่เดินทางกลับประเทศ

ขณะเดียวกัน พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAC) เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปนเปื้อนวัตถุระเบิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า JIC รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และขอชี้แจงต่อสาธารณชนในหลายประเด็น ว่าไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองประชาชนและการลดผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากความขัดแย้งตามแนวชายแดน พร้อมสนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างตามหลักมนุษยธรรมสากล โดยไม่เลือกปฏิบัติ สำหรับตัวเลขและข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับจำนวนกระสุน ปริมาณลูกระเบิดย่อย และพื้นที่ปนเปื้อนที่ CMAC เผยแพร่นั้น เป็นข้อมูลที่ฝ่ายกัมพูชาจัดทำขึ้นเพียงฝ่ายเดียว และยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบร่วม หรือได้รับการรับรองจากกลไกระหว่างประเทศที่เป็นอิสระ จึงยังไม่สามารถถือเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันได้

“ไทยไม่สามารถรับรองความถูกต้องของข้อกล่าวอ้างที่ระบุว่ากองทัพไทยยิงกระสุนคลัสเตอร์ 120,000-130,000 นัด หรือมีลูกระเบิดย่อยตกค้างหลายล้านลูก เนื่องจากไม่มีการนำเสนอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ การตรวจพิสูจน์ทางเทคนิค หรือผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ ซึ่งไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เป็นกลาง และตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ หากมีความจำเป็น โดยผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายยอม รับร่วมกัน หรือผ่านองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง”

พล.อ.อ.ประภาสยังแสดงความกังวลว่า การเผยแพร่ข้อมูลที่กล่าวโทษอีกฝ่ายโดยปราศจากการตรวจสอบร่วม อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ และไม่เอื้อต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ภายหลังการหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันที่จะหลีกเลี่ยงการยั่วยุและส่งเสริมการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์

ผู้อำนวยการ JIC ย้ำว่า ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงร่วม 27 ธ.ค.2568 อย่างเคร่งครัด ได้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม ทั้งการยุติการสู้รบ การหลีกเลี่ยงการยั่วยุ การลดความตึงเครียด และการงดเผยแพร่ข้อมูลที่จะซ้ำเติมสถานการณ์ แต่ในทางกลับกัน ไทยยังคงเห็นความพยายามเผยแพร่ข้อมูลฝ่ายเดียว การอ้างตัวเลขที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ และการนำประเด็นด้านมนุษยธรรมมาเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาทางการเมืองและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

“การใช้คนดังระดับโลกขยายข้อมูลฝ่ายเดียว เสี่ยงตกเป็นเครื่องมือ ซึ่งการนำบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาเป็นผู้ขยายการรับรู้ โดยอาศัยข้อมูลจากฝ่ายเดียว ย่อมเสี่ยงทำให้ประชาคมโลกได้รับภาพสถานการณ์ที่ไม่ครบถ้วน และอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) โดยไม่ตั้งใจ” พล.อ.อ.ประภาสระบุ

พล.อ.อ.ประภาสย้ำว่า ประเทศไทยไม่เคยปฏิเสธความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และไม่เคยคัดค้านการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ แต่ขอให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในข้อเท็จจริงที่ผ่านการตรวจสอบ และนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้าน หากต้องการสร้างสันติภาพ ต้องหยุดการยั่วยุ หยุดเผยแพร่ข่าวที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ และเคารพพันธกรณีที่ทั้งสองฝ่ายตกลงไว้ สันติภาพเกิดไม่ได้ หากยังสร้างกระแสข่าวและกล่าวหาผ่านสื่อ และสันติภาพไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากฝ่ายหนึ่งปฏิบัติตามข้อตกลง แต่อีกฝ่ายยังคงเดินหน้าสร้างกระแสข่าว กล่าวหาผ่านสื่อ และบ่อนทำลายบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ ความจริง ความรับผิดชอบ และการเคารพข้อตกลงร่วมคือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...