โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตื่นตอนเช้าแล้วมี 4 อาการนี้ "เลือดเต็มไปด้วยน้ำตาล" หมอแนะ 3 อาหาร กินคุมความดัน!

sanook.com

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
4 ความผิดปกติตอนเช้าหลังตื่นนอน ชี้ชัดเลือด

เช็ก! 4 อาการผิดปกติตอนเช้าหลังตื่นนอน สัญญาณเตือนว่าเลือดของคุณกำลัง "เต็มไปด้วยน้ำตาล"

4 ความผิดปกติตอนเช้าหลังตื่นนอน ชี้ชัดเลือด "เต็มไปด้วยน้ำตาล" พร้อมแนะนำ 3 อาหารควรทานเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนภัยออกมาหลายรูปแบบ ทว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยได้อย่างทันท่วงที

โรคเบาหวานเป็นความผิดปกติของการเผาผลาญที่พบได้บ่อยในสังคมยุคใหม่ นพ.หลิว หยวน (Liu Yuan) รองหัวหน้าภาควิชาต่อไร้ท่อ โรงพยาบาล Qilu ของมหาวิทยาลัยชาน동 (ประเทศจีน) เตือนว่า ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังเป็นเวลานานจะทำให้เกิดความผิดปกติในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะหัวใจ หลอดเลือด ไต ดวงตา และระบบประสาท ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานอายุน้อยที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ประกอบกับความขี้เกียจออกกำลังกาย โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยนี้มักจะชะล่าใจและขาดความรู้ความเข้าใจ ส่งผลให้มักตรวจพบโรคในระยะลุกลามแล้ว

4 อาการผิดปกติตอนเช้าหลังตื่นนอน สัญญาณเตือนโรคเบาหวาน

นพ.หลิว ระบุว่าช่วงเวลาเช้าหลังตื่นนอน เป็นช่วงที่อาการของโรคเบาหวานจะแสดงออกมาอย่างชัดเจนที่สุด ดังนั้น หากคุณมี 4 อาการผิดปกตินี้ในตอนเช้า เป็นไปได้สูงว่าเลือดของคุณกำลัง "เต็มไปด้วยน้ำตาล":

1. ปากแห้งและมีกลิ่นปาก

การมีกลิ่นปากหลังตื่นนอนเป็นเรื่องปกติทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากกลิ่นนั้นมีความรุนแรงขึ้นมากผิดปกติ หรือแปรงฟันและดื่มน้ำแล้วก็ยังไม่หาย ให้ระวังโรคเบาหวานเอาไว้ให้ดี

เนื่องจากเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ร่างกายจะไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ ส่งผลให้เซลล์ไม่ได้รับกลูโคสในปริมาณที่ต้องการเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน เพื่อแก้ปัญหานี้ ร่างกายจึงจำเป็นต้องเผาผลาญไขมันเพื่อสร้างพลังงานให้แต่ละอวัยวะยังคงทำงานต่อไปได้ กระบวนการเผาผลาญไขมันสำรองในเซลล์นี้จะทำให้เกิดสารคีโตน (Ketones) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากผิดปกติ

ในขณะเดียวกัน ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมักจะรู้สึกปากแห้งหลังตื่นนอนเช่นกัน เพราะเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่อง จะไปกระตุ้นกระบวนการขับปัสสาวะ เร่งอัตราการสูญเสียน้ำและทำให้เกิดอาการปากแห้งได้ง่าย

2. ผิวหนังคันและมีรอยแดง

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเรื่อยๆ น้ำตาลส่วนเกินจะไหลผ่านต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน ขับออกมาทางเหงื่อและน้ำมันบนผิวหนัง เมื่อตื่นนอน เหงื่อและน้ำมันบนผิวที่ยังไม่ได้ชำระล้างซึ่งมีส่วนผสมของน้ำตาลและไขมัน จะดึงดูดแบคทีเรียจำนวนมาก เมื่อแบคทีเรียย่อยสลายจะก่อให้เกิดกรดอินทรีย์ต่างๆ เช่น กรดโปรปิโอนิก กรดน้ำส้ม และกรดแลคติก สารที่เป็นกรดเหล่านี้จะไปกระตุ้นผิวหนัง ทำให้เกิดอาการคันและมีรอยแดง

นอกจากนี้ ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงยังทำให้ร่างกายขาดน้ำและลดการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงผิวหนัง ประกอบกับเส้นประสาทที่ถูกทำลาย ทำให้กระบวนการขับเหงื่อที่ผิวหนังแปรปรวน ส่งผลให้ผิวแห้งและมักจะมีอาการคันยิบๆ ในตอนเช้า

3. การมองเห็นลดลง (ตามัว)

ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมักจะมีอาการตามัวหลังจากตื่นนอน สาเหตุเป็นเพราะระดับน้ำตาลในเลือดสูงส่งผลให้เกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดได้ง่าย นำไปสู่ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง หลอดเลือดตีบตัน และการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะขาดเลือดและเนื้อตายที่จอประสาทตา ส่งผลให้การมองเห็นลดลง

ในระยะแรกจะมีอาการเพียงแค่มองไม่ชัดในช่วงเช้า และอาจดีขึ้นหรือหายไปได้เองในช่วงบ่าย แต่หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที โรคเบาหวานอาจทำให้การมองเห็นลดลงอย่างรุนแรง หรือถึงขั้นตาบอดได้

4. ชาและเย็นที่มือและเท้า

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน จะทำให้การไหลเวียนโลหิตไม่ดี การเผาผลาญของเซลล์ช้าลง และผลิตความร้อนได้น้อยลง ด้วยเหตุนี้ มือและเท้าจึงเย็นได้ง่ายแม้จะเป็นฤดูร้อนก็ตาม ต่อให้คุณจะสวมเสื้อผ้าหนาๆ หรือห่มผ้านวมนอน ตื่นมาตอนเช้าก็ยังคงรู้สึกเย็นชา ชา หรือปวดเมื่อยเล็กน้อยบริเวณมือและเท้า โดยเฉพาะตามข้อต่อต่างๆ

นอกจากนี้ ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังยังสามารถทำลายเส้นประสาท นำไปสู่โรคปลายประสาทอักเสบจากเบาหวาน เส้นประสาทที่ถูกทำลายนี้เองที่ทำให้เกิดอาการชาตามมือและเท้าอย่างน่ารำคาญใจ

อาหาร 3 ชนิดช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

นพ.หลิว เน้นย้ำว่า สำหรับผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง "โภชนาการ" เป็นสิ่งสำคัญมาก นอกจากการลดเค็ม ลดหวาน และลดไขมันแล้ว ควรเพิ่มอาหาร 3 ชนิดนี้เพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด:

1. หัวหอมใหญ่

หัวหอมใหญ่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ เนื่องจากไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยสารกระตุ้นการสังเคราะห์และการหลั่งอินซูลินเท่านั้น แต่ยังมีสารพรอสตาแกลนดิน เอ (Prostaglandin A) และไทอามีน (Thiamine) ซึ่งสารทั้งสองตัวนี้ช่วยขยายหลอดเลือด ควบคุมไขมันในเลือด และป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว จึงเหมาะที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและไขมันในเลือดสูง

2. มะระ

มะระอุดมไปด้วยวิตามินและใยอาหาร ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลจากอาหาร พร้อมทั้งเพิ่มกระบวนการเผาผลาญและการนำน้ำตาลไปใช้ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องระบุว่า โครงสร้างทางเคมีของสารสกัดจากมะระมีความคล้ายคลึงกับอินซูลิน จึงมีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

3. ฝรั่ง

ฝรั่งอุดมไปด้วยฟลาวอนอยด์ไกลโคไซด์ (Flavonoid glycosides) ซึ่งช่วยปรับปรุงการนำกลูโคสไปใช้ของร่างกาย และลดการสะสมของกลูโคสในกระแสเลือด ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดถูกควบคุมแบบสองทิศทาง

นอกจากนี้ ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงยังต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สิ่งสำคัญในการออกกำลังกายคือความสม่ำเสมอและความอดทนทุกวัน ไม่จำเป็นต้องเน้นความหนักหน่วง โยคะ ไทเก็ก การเดิน แอโรบิค หรือปั่นจักรยาน ล้วนเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

(ที่มา QQ, Health GVM)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...