ยังอึมครึม! ผอ.เขตฯ ชี้ปม ผอ.โรงเรียน-ธุรการข้างเมรุ ยังไร้หลักฐาน ย้ำพร้อมให้ความเป็นธรรม
ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาชี้กรณี ผอ.โรงเรียนกับธุรการมีสัมพันธ์กันข้างเมรุ ระบุได้ยินแค่กระแสข่าวมีเพียงแชทหลุดมาบ้างแต่ยังไม่ใช่หลักฐาน ถึงตอนนี้ยังไม่มีใครเข้ามาร้องเรียน ถ้ามาพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายผิดว่ากันไปตามผิด ขณะพ่อฝ่ายหญิงยืนยันลูกไม่เคยออกไปตอนกลางคืนตามคำกล่าวอ้าง
วันที่ 21 ส.ค.69 จากกรณีเพจนักสืบเอกชนชื่อดัง ได้เผยแพร่ผลงานการสืบคดีชู้สาว ที่ฝ่ายชายคือสามีเป็นผู้ว่าจ้างให้ไปสืบว่าภรรยาของตัวเองที่มีลูกน้อยเพียง 4 เดือน ไปเป็นชู้กับ ผอ.โรงเรียนและเลือกเอาบริเวณป่าข้างเมรุเผาศพภายในวัด ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นสถานที่มีสัมพันธ์กันจนโลกโซเชียลต่างออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดหนองโบสถ์ ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นภาพที่ปรากฏตามเพจนักสืบเอกชนชื่อดัง ชาวบ้านทั้งภรรยาคณะกรรมการวัดและแม่บ้านของโรงเรียน ต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า”ไม่เป็นความจริง”
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่19 ส.ค.เวลาประมาณ 17-18.00 น.มีรถเก๋งสีดำต้องสงสัยติดแผ่นป้ายปลอมมาจอดข้างวัดแล้วลงมาถ่ายภาพ ส่วนคนที่ปรากฎเป็นภาพอยู่ในป่าข้างเมรุ ก็เป็นคนที่ขับรถเก๋งมาจอด กระทั่ง นักสืบเอกชนชื่อดัง ได้โพสต์คลิปว่าเรื่องทั้งหมดเรามีหลักฐาน คอยดูกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่ไปที่บ้านของครูธุรการวัย 29 ปี แต่ไม่พบครูพบเพียงนายเสริม (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี พ่อของฝ่ายหญิง พร้อมกับเล่าว่า สามีของลูกสาวอายุ 40 ปีเป็นชาวจังหวัดชลบุรี และทำงานที่จังหวัดชลบุรี
ส่วนลูกสาวทำงานอยู่ที่บุรีรัมย์ มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 4 ปี คนเล็กอายุ 7 เดือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นยอมรับว่าตนไม่รู้เรื่อง ได้ยินแค่ข่าวแต่หากว่าลูกสาวตนออกบ้านตอนกลางคืนบ่อยๆนั้นไม่เป็นความจริง เพราะอยู่บ้านหลังเดียวกับตน ที่ผ่านมาตนก็ไม่พบว่าลูกสาวมีพฤติกรรมแบบนั้น
กรณีลูกเขยเอาเงินไปจ้างนักสืบนั้น ส่วนตัวมองว่าเอามาเลี้ยงลูกดีกว่าไหม เพราะที่ผ่านมาลูกเขยส่งเงินมาบ้างไม่ส่งบ้าง เพราะลูกเขยมีลูกติดต้องส่งสองทาง
ด้าน ดร.ณัฐนนท์ วิทยาประโคน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 ได้ออกมาระบุว่า โรงเรียนที่เกิดเหตุเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีเพียงรักษาการ ผอ.เท่านั้น หลังจากเป็นข่าวแพร่ออกไป ทางเขตไม่ได้นิ่งนอนใจเข้าไปสืบเสาะหาข้อมูล แต่ยังไม่พบความผิดปกติประกอบกับวันที่ 19 ส.ค.รักษาการ ผอ.ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนเพราะไปสัมมนา แต่ทั้งหมดยังไม่ถึงขั้นตั้งคณะการมาสอบ เพราะยังไม่มีใครมาร้องเรียน อย่างไรก็ตามหากมีการร้องเรียนเกิดขึ้นทางเขตฯก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนภาพถ่ายก็ยังไม่ถือว่ามีความผิด