เกษตรฯ ยกเครื่อง ‘พ.ร.บ.สหกรณ์’ ยุบเกณฑ์ซื้อหุ้น-เปิดช่องโอนทรัพย์
รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ อยู่ระหว่างการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สหกรณ์ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงกฎหมายสหกรณ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อลดข้อจำกัดในการตีความทางกฎหมายที่จะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจการของสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ ล่าสุดได้ดำเนินการยกร่าง พ.ร.บ.สหกรณ์ (ฉบับที่..) พ.ศ. …. เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ระบุถึงเหตุผลของแก้ไข พ.ร.บ.สหกรณ์ ว่า จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ปรากฏว่ากฎหมายนี้ยังมีความเหมาะสม คุ้มค่า ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน แต่ยังมีข้อเกี่ยวกับประเด็นข้อกฎหมายในทางปฏิบัติ โดยพบว่า เนื้อหาของกฎหมายในบางประเด็นไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อาทิ หลักเกณฑ์การรับจดทะเบียนสหกรณ์ รูปแบบการประชุมใหญ่ การซื้อหุ้นของสหกรณ์
ขณะเดียวกันเนื้อหาของกฎหมายในส่วนประเด็นที่ไม่ได้กำหนดผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ซึ่งสั่งการให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์แก้ไขข้อบกพร่องตามวิธีการและระยะเวลาที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด หรือให้ระงับการปฏิบัติที่เป็นเหตุให้เกิดข้อบกพร่องหรืออาจทำให้เสื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือสมาชิก
นอกจากนี้มีกฎหมายหลายฉบับที่ตราขึ้นใหม่ เช่น พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2565 พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 และพระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 จึงควรปรับปรุงบทบัญญัติให้สอดคล้องกับกฎหมายข้างต้น
สาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.สหกรณ์ ฉบับใหม่
สำหรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ ฉบับใหม่ มีสาระสำคัญ ดังนี้
1. ปรับปรุงผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่สั่งการให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์แก้ไขข้อบกพร่องตามวิธีการและระยะเวลาที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด หรือให้ระงับการปฏิบัติที่เป็นเหตุให้เกิดข้อบกพร่องหรืออาจทำให้เสื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือสมาชิก เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ ลดระยะเวลาการพิจารณาอุทธรณ์ ลดขั้นตอน และกรณีสหกรณ์ที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ สามารถนำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลปกครองได้รวดเร็ว จึงควรอุทธรณ์ต่อนายทะเบียนสหกรณ์ผู้ออกคำสั่ง และคำวินิจฉัยของนายทะเบียนสหกรณ์ให้เป็นที่สุด
2. ปรับปรุงอำนาจนายทะเบียนสหกรณ์ในการแต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราวจำนวนไม่เกินกว่าจำนวนคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ตามข้อบังคับ เพื่อให้การใช้อำนาจของนายทะเบียนสหกรณ์มีความชัดเจน ในการแต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราว ภายหลังจากที่นายทะเบียนสหกรณ์มีคำสั่งปลดคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ทั้งคณะ และยังคงมีความยืดหยุ่นในการคุ้มครองสิทธิของสมาชิกสหกรณ์แต่ละขนาดแต่ละประเภทได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด
3. ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์ ตลอดจนการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ให้สามารถนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในงานทะเบียนและข้อบังคับของสหกรณ์ และมีความยืดหยุ่น ในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและแบบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด เพื่อรองรับการพัฒนาและขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบันและอนาคต
4. ปรับปรุงให้สหกรณ์มีอำนาจกระทำการในการรับฝากเงินจากกลุ่มเกษตรกรที่ตั้งอยู่ในท้องที่ของสหกรณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 23 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547 ซึ่งกำหนดให้กลุ่มเกษตรกรสามารถฝากเงินกับสหกรณ์ได้
5. ปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับผู้ตรวจสอบกิจการให้มีความรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์ ในกรณีแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ หรือข้อบังคับของสหกรณ์ เพื่อกำหนดความรับผิดของผู้ตรวจสอบกิจการไว้ในกฎหมายสหกรณ์เป็นการเฉพาะ
6. ปรับปรุงให้สหกรณ์สามารถดำเนินการจัดการประชุมใหญ่ของสหกรณ์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามกฎหมายว่าด้วยการการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้เกิดความชัดเจน
7. ยกเลิกบทบัญญัติที่กำหนดให้สหกรณ์ซื้อหุ้นของสหกรณ์อื่นได้ เนื่องจากสหกรณ์ที่จดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล และตามประเภทที่ขอจดทะเบียน จึงไม่มีเหตุหรือความชอบใดที่สหกรณ์จะเป็นสมาชิกของสหกรณ์อีกแห่งหนึ่งและจะถือหุ้นของสหกรณ์อื่น และขัดแย้งกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์ และลักษณะสำคัญของสหกรณ์ตามมาตรา 33 (2) และ (3) ในเรื่องของการเป็นสมาชิก
8. ปรับปรุงบทบัญญัติกำหนดให้สหกรณ์จัดเก็บและรายงานข้อมูลทางการเงินของสหกรณ์ตามแบบและวิธีการรายงานให้เป็นไปตามที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแนะนำส่งเสริม กำกับดูแลสหกรณ์ มีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน สำหรับการสนับสนุนนโยบายและป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน
9. ปรับปรุงบทบัญญัติเพื่อเพิ่มช่องทางให้สหกรณ์ที่เลิกแล้วสามารถโอนทรัพย์สินที่เหลือจากการชำระหนี้ในการชำระบัญชี ให้แก่หน่วยงานของรัฐ องค์กรสาธารณกุศล หรือสถานสาธารณประโยชน์ได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกของกฎหมายและการปฏิบัติ จากเดิมบัญญัติเพียงให้ได้แต่สหกรณ์อื่นและสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเท่านั้น
แนวทางรับฟังความคิดเห็น
ส่วนรายละเอียดคำถามของการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้นั้น มีตัวอย่างเช่น เห็นด้วยหรือไม่กับการปรับปรุงบทบัญญัติกำหนดผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่สั่งการตามมาตรา 22 (1) และ (2) ให้อุทธรณ์ต่อนายทะเบียนสหกรณ์ผู้ออกคำสั่ง ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง และให้คำวินิจฉัยของนายทะเบียนสหกรณ์ดังกล่าวเป็นที่สุด ซึ่งตามกฎหมายเดิม ไม่ได้กำหนดไว้โดยเฉพาะ จึงเกิดข้อโต้แย้งในทางปฏิบัติว่าผู้มีอำนาจพิจารณาคำสั่งดังกล่าวคือผู้ใด
เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้นายทะเบียนสหกรณ์สามารถแต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราวจำนวนไม่เกินกว่าจำนวนคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของแต่ละสหกรณ์ เพื่อให้การใช้อำนาจนายทะเบียนสหกรณ์มีความชัดเจนในการแต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราว
เห็นด้วยหรือไม่กับการปรับปรุงบทบัญญัติให้นายทะเบียนสหกรณ์สามารถกำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบในการขอจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์ รวมถึงให้ใช้กับการขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ซึ่งตามกฎหมายเดิมการจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์ หรือการขอจดทะเบียนข้อบังคับ จะต้องยื่นคำขอต่อนายทะเบียนสหกรณ์เท่านั้น การกำหนดให้นายทะเบียนสหกรณ์ออกหลักเกณฑ์ เช่น การรับจดทะเบียนทางอิเล็กทรอนิกส์
เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดเพิ่มเติมอำนาจในการรับฝากเงินจากกลุ่มเกษตรกรที่ตั้งอยู่ในท้องที่ของสหกรณ์ ทั้งนี้เพราะพ.ร.ฎ.ว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547 กำหนดให้กลุ่มเกษตรกรสามารถฝากเงินกับสหกรณ์ได้ แต่บทบัญญัติตามพ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มิได้เปิดช่องดังกล่าวไว้ รวมทั้งเห็นด้วยหรือไม่กับการเพิ่มเติมให้ผู้ตรวจสอบกิจการมีความรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์ ในกรณีแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ หรือข้อบังคับของสหกรณ์ เพราะปัจจุบันยังขาดการกำหนดความรับผิดของผู้ตรวจสอบกิจการ
เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้สหกรณ์สามารถประชุมใหญ่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นใด ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของแต่ละสหกรณ์ เพราะตามบทบัญญัติปัจจุบัน สหกรณ์ไม่สามารถใช้วิธีการจัดประชุมใหญ่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ ในขณะที่นิติบุคคลอื่นสามารถดำเนินการได้แล้ว รวมถึงเห็นด้วยหรือไม่กับการยกเลิกบทบัญญัติที่กำหนดให้สหกรณ์ซื้อหุ้นของสหกรณ์อื่น เนื่องจากสหกรณ์ที่จดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคล และตามประเภทที่ขอจดทะเบียน จึงไม่มีเหตุหรือความชอบใดที่สหกรณ์จะเป็นสมาชิกของสหกรณ์อีกแห่งหนึ่งและจะถือหุ้นของสหกรณ์อื่น และขัดแย้งกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์ และลักษณะสำคัญของสหกรณ์
เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดให้สหกรณ์จัดเก็บและรายงานข้อมูลทางการเงินของสหกรณ์ ตามแบบและวิธีการรายงาน ให้เป็นไปตามที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด เพื่อให้มีการกำกับดูแลสหกรณ์ให้มีมาตรฐาน เพื่อให้การกำหนดวิธีการจัดเก็บและรายงานทางการเงินของสหกรณ์มีแบบแผน และเป็นมาตรฐานเดียวกัน
เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดสหกรณ์ที่เลิกแล้วและมีทรัพย์สินที่เหลือจากการชำระบัญชี สามารถพิจารณาโอนทรัพย์สินที่เหลืออยู่ให้แก่สหกรณ์อื่น สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การหรือสถานสาธารณกุศลได้ ทั้งนี้ ตามมติที่ประชุมใหญ่ เพราะตามบทบัญญัติปัจจุบัน กำหนดให้สหกรณ์ที่เลิกแล้วสามารถโอนทรัพย์สินที่เหลือจากการชำระบัญชีให้แก่สหกรณ์อื่น หรือสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเท่านั้น จึงควรเปิดช่องทางเพิ่มเติม