ไม่กลัวกฎหมาย! ชาวจีนพาลูกน้องบุกยิงถล่มบ้านเจ้าของสวนทุเรียน ปมพิพาทซื้อขายผลผลิต แม่ขวัญผวากระสุนเฉียดเข้าหัว
เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เกิดเหตุอุกอาจในพื้นที่ อ.ขลุง จ.จันทบุรี เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์ 4 คน ได้ขับรถยนต์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สีดำ เข้าไปก่อเหตุบริเวณบ้านของเจ้าของสวนทุเรียน ก่อนจะมีการใช้อาวุธปืนก่อเหตุหลายนัด ขณะที่มารดาของเจ้าของสวนยืนพูดคุยอยู่หน้าประตูบ้าน ทำให้เกิดความตกใจและหวาดกลัวแก่คนในบ้านเป็นอย่างมาก
ผู้เสียหายได้ให้ข้อมูลถึงชนวนเหตุว่า เกิดจากข้อพิพาทเรื่องการซื้อขายทุเรียนในสวนกับล้งรับซื้อ ซึ่งมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการตกลงขายทุเรียนแบบเหมายกสวนในราคา 600,000 บาท และได้มีการชำระเงินตามข้อตกลงจนครบถ้วน
ต่อมา เมื่อทางล้งจะเข้ามาตัดทุเรียน กลับพบว่าผลผลิตภายในสวนบางส่วนได้ถูกตัดออกไปจำหน่ายแล้ว เนื่องจากเจ้าของสวนได้นำไปขายเอง ทำให้ผู้รับเหมาล้งเกิดความไม่พอใจ อ้างว่าปริมาณทุเรียนที่เหลือไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไป และพยายามทวงเงินคืน หลังจากนั้น ได้มีการขับรถวนเวียนมาที่บ้านของผู้เสียหายหลายครั้ง คล้ายเป็นการกดดัน
กระทั่งช่วงเย็นวันนี้ กลุ่มชายดังกล่าว 4 คน ได้ขับรถมาจอดหน้าบ้านเลขที่ 28/1 หมู่ 4 ต.ตรอกนอง อ.ขลุง จ.จันทบุรี ก่อนจะสอบถามหานายสิงหา จรัลทรัพย์ หรือ “เน็ต” เจ้าของสวน แต่เจ้าตัวไม่ได้ออกมาพบ มีเพียงนางละมุน จรัลทรัพย์ อายุ 67 ปี มารดา ได้ออกมาพูดคุยผ่านประตูรั้วโดยไม่ได้เปิดประตู
ระหว่างการพูดคุย กลุ่มชายดังกล่าวได้พยายามข่มขู่ด้วยคำพูดว่า “ไม่เป็นห่วงลูกเหรอ ถ้าลูกเป็นอะไรไปจะทำยังไง” โดยพูดซ้ำหลายครั้ง และในเวลาต่อมา หนึ่งในกลุ่มได้แสดงพฤติกรรมอันตรายด้วยการใช้อาวุธปืน ทำให้กระสุนพุ่งผ่านบริเวณศีรษะของนางละมุนเข้าไปภายในบ้านหลายนัด สร้างความตกใจอย่างยิ่งจนยืนนิ่ง ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะรีบขับรถหลบหนีไป
เบื้องต้น ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า เจ้าของล้งรับซื้อทุเรียนที่มีปัญหากัน ทราบชื่อคือ นายหยางจิ้ง ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ และในวันเกิดเหตุสวมเสื้อสีน้ำตาล อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขลุง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำนางละมุน จรัลทรัพย์ และนายสิงหา จรัลทรัพย์ เพื่อเร่งติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี พร้อมตรวจสอบปมขัดแย้งจากการซื้อขายทุเรียนอย่างละเอียด ว่าเป็นแรงจูงใจของเหตุอุกอาจครั้งนี้หรือไม่
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม